← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Environmental Protection UK องค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหราชอาณาจักร

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1898 ในชื่อ Coal Smoke Abatement Society ทำให้เป็นหนึ่งใน NGO ด้านสิ่งแวดล้อมที่เก่าแก่ที่สุด
  • มีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Clean Air Act 1956 หลังจากเหตุการณ์หมอกควันครั้งใหญ่ในลอนดอนปี 1952
  • มุ่งเน้นการทำงาน 3 ด้านหลัก คือ คุณภาพอากาศ การจัดการเสียงรบกวน และคุณภาพของที่ดิน

Environmental Protection UK (EPUK) เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (NGO) ในสหราชอาณาจักรที่มุ่งเน้นการปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับท้องถิ่น โดยมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้าน คุณภาพอากาศ การจัดการมลพิษทางเสียง และคุณภาพของที่ดิน เดิมองค์กรนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ National Society for Clean Air and Environmental Protection (NSCA) ก่อนจะเปลี่ยนชื่อในปี 2007 เพื่อให้ครอบคลุมขอบเขตการทำงานที่กว้างขึ้นนอกเหนือจากเรื่องอากาศเพียงอย่างเดียว

ประวัติและการดำเนินงานในยุคแรก

รากฐานของ EPUK ย้อนกลับไปได้ถึงปี 1898 จากการก่อตั้ง Coal Smoke Abatement Society (CSAS) ซึ่งทำให้ EPUK เป็นหนึ่งใน NGO ด้านสิ่งแวดล้อมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดย Sir William Blake Richmond ศิลปินชาวลอนดอนเป็นผู้ก่อตั้ง เนื่องจากเขาเกิดความหงุดหงิดกับสภาพแสงสว่างที่น้อยลงในช่วงฤดูหนาวซึ่งมีสาเหตุมาจากควันถ่านหิน โดยเขาเคยเขียนจดหมายถึงหนังสือพิมพ์ The Times ในปี 1898 ว่าความมืดมิดนั้น "เปรียบเสมือนการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง"

ในช่วงหลายทศวรรษต่อมา CSAS มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดกฎหมายสาธารณสุข (การลดควัน) ปี 1926 และ พระราชบัญญัติอากาศสะอาดปี 1956 (Clean Air Act 1956) ซึ่งกฎหมายฉบับหลังนี้เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ "หมอกควันครั้งใหญ่ในลอนดอนปี 1952" (Great London Smog) ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตระหว่าง 4,000 ถึง 12,000 คนจากมลพิษทางอากาศโดยตรง

  • กฎหมายอากาศสะอาดได้รับการปรับปรุงในปี 1968 และ 1993
  • นำไปสู่การประกาศเขตควบคุมควัน (Smoke Control Areas) ซึ่งห้ามใช้เชื้อเพลิงแข็งหรืออนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะในอุปกรณ์ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
  • ในปัจจุบัน กฎหมายเหล่านี้ยังคงมีความสำคัญ เนื่องจากกระแสการกลับมาใช้เชื้อเพลิงแข็งเพื่อเป็นทางเลือกในการทำความร้อน

เมื่อปัญหามลพิษจากควันถ่านหินลดลง องค์กรได้เปลี่ยนชื่อเป็น National Society for Clean Air เพื่อขยายขอบเขตการทำงานไปยังมลพิษทางอากาศจากแหล่งอื่นๆ เช่น การรณรงค์ห้ามเผาตอซังข้าว การจัดการมลพิษจากโรงเผาขยะ มลพิษทางอุตสาหกรรม และการขนส่ง (รวมถึงการกำจัดสารตะกั่วในน้ำมันเบนซิน และการจัดการรถดีเซลที่ปล่อยมลพิษสูง)

การดำเนินงานในปัจจุบัน

คุณภาพอากาศ (Air Quality)

หลังจากพระราชบัญญัติสิ่งแวดล้อมปี 1995 มีผลบังคับใช้ EPUK ได้มีบทบาทสำคัญในการจัดทำเอกสารคำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถจัดการคุณภาพอากาศในระดับท้องถิ่น (Local Air Quality Management) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยครอบคลุมตั้งแต่การประเมินปัญหา การประกาศเขตจัดการคุณภาพอากาศ (Air Quality Management Areas) ไปจนถึงการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อคุณภาพอากาศ

มลพิษทางอากาศยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในสหราชอาณาจักร โดยมีการประมาณการว่ามลพิษในระดับ "ปกติ" ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรถึงปีละ 24,000 คน EPUK จึงได้ก่อตั้งแคมเปญ Healthy Air Campaign ในปี 2011 เพื่อสร้างความตระหนักรู้และผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

มลพิษทางเสียง (Noise Management)

EPUK ให้ความสำคัญกับปัญหาเสียงรบกวนมาอย่างยาวนาน โดยในปี 1984 ได้ตีพิมพ์เอกสาร 'Noise and Society' เพื่อตอบสนองต่อความกังวลเรื่องเสียงรบกวนจากการจราจรที่เพิ่มขึ้น และได้ก่อตั้งคณะกรรมการด้านเสียงในปี 1986 เพื่อศึกษาปัญหาการฉนวนกันเสียงที่ด้อยคุณภาพในอาคารชุด ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนากฎระเบียบด้านเสียงในเวลาต่อมา

เสียงรบกวนในชุมชน (Neighbourhood Noise)

ในปี 1997 EPUK ได้ริเริ่ม 'วันตระหนักรู้เรื่องเสียง' (Noise Awareness Day) ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานท้องถิ่นจำนวนมาก และต่อมาได้ขยายเป็น 'สัปดาห์ปฏิบัติการด้านเสียง' (Noise Action Week) ซึ่งจัดขึ้นในสัปดาห์ที่สามของเดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยได้รับความสนับสนุนจากทั้งผู้ให้บริการด้านที่พักอาศัย ทีมจัดการเสียงของท้องถิ่น และสถานศึกษา

คำถามที่พบบ่อย

Environmental Protection UK (EPUK) คืออะไร?

เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (NGO) ในสหราชอาณาจักรที่ทำงานเพื่อปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น โดยเชี่ยวชาญด้านคุณภาพอากาศ มลพิษทางเสียง และคุณภาพดิน

EPUK มีประวัติความเป็นมาอย่างไร?

เริ่มต้นจากการเป็น Coal Smoke Abatement Society ในปี 1898 ก่อตั้งโดย Sir William Blake Richmond เพื่อต่อสู้กับมลพิษควันถ่านหินในลอนดอน

Noise Action Week คืออะไร?

เป็นกิจกรรมรณรงค์ที่จัดขึ้นในสัปดาห์ที่สามของเดือนพฤษภาคมของทุกปี เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาเสียงรบกวนในชุมชนและหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน