← กลับไปยังบทความทั้งหมด

มาตรฐานยุโรปสำหรับการระบุขนาดเสื้อผ้า EN 13402 คู่มือการเลือกไซส์ให้พอดี

สรุปใจความสำคัญ

  • มาตรฐาน EN 13402 ใช้หน่วยวัดเป็นเซนติเมตรและอิงตามระบบเมตริก (SI)
  • เน้นการระบุขนาดเป็น 'ช่วง' (Range) แทนการระบุเป็นตัวเลขเดี่ยว เพื่อให้เสื้อผ้าใส่ได้พอดีกับคนหลายกลุ่ม
  • ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ การกำหนดคำศัพท์และวิธีวัดตัว, การกำหนดมิติหลักและมิติรอง, และการกำหนดช่วงขนาดที่แนะนำ

มาตรฐานร่วมของยุโรปสำหรับการระบุขนาดเสื้อผ้า หรือที่รู้จักกันในชื่อ EN 13402 เป็นมาตรฐานสากลที่ออกแบบมาเพื่อกำหนดวิธีการระบุขนาดเสื้อผ้าโดยอิงจากสัดส่วนร่างกายจริงที่วัดเป็นเซนติเมตร เป้าหมายหลักของมาตรฐานนี้คือการช่วยให้ผู้บริโภคสามารถค้นหาเสื้อผ้าที่มีขนาดพอดีกับร่างกายของตนเองได้ง่ายขึ้น และลดความสับสนที่เกิดจากระบบไซส์ที่แตกต่างกันในแต่ละแบรนด์หรือแต่ละประเทศ

ที่มาและความสำคัญ

ก่อนปี 2007 ระบบการระบุขนาดเสื้อผ้ามีความหลากหลายและขาดความเป็นเอกภาพ ซึ่งนำไปสู่ปัญหาหลายประการ ดังนี้:

  • ความไม่แม่นยำ: การใช้ตัวเลขเพียงตัวเดียวไม่สามารถอธิบายสัดส่วนร่างกายที่ซับซ้อนได้ เช่น กางเกงยีนส์ที่ต้องการทั้งขนาดเอวและสะโพก
  • ปัญหา Vanity Sizing: ไซส์เสื้อผ้าเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาเนื่องจากสถิติประชากรและอัตราโรคอ้วนที่เพิ่มขึ้น ทำให้ไซส์เดียวกันของแต่ละแบรนด์มีขนาดไม่เท่ากัน
  • ข้อมูลล้าสมัย: ระบบไซส์แบบเดิมอิงตามการศึกษาทางมานุษยวิทยาในช่วงปี 1950 ซึ่งไม่สอดคล้องกับสรีระของคนในปัจจุบัน
  • ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น: การที่แต่ละประเทศหรือแต่ละผู้ผลิตมีมาตรฐานของตนเอง ทำให้เกิดต้นทุนเพิ่มเติมในการผลิตและจัดจำหน่าย

ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการมาตรฐานยุโรป (CEN/TC 248/WG 10) จึงได้พัฒนาระบบ EN 13402 ขึ้นในปี 1996 โดยอิงจากระบบเมตริก (SI) และข้อมูลการวัดสรีระของประชากรยุโรปในช่วงปลายทศวรรษ 1990

โครงสร้างของมาตรฐาน EN 13402

EN 13402-1 คำศัพท์ คำจำกัดความ และขั้นตอนการวัดตัว

ส่วนแรกของมาตรฐานนี้กำหนดรายการสัดส่วนร่างกายที่ต้องใช้ในการระบุขนาดเสื้อผ้า พร้อมคำอธิบายทางกายวิภาคและแนวทางการวัดที่ชัดเจน โดยกำหนดให้วัดสัดส่วนร่างกาย (ยกเว้นน้ำหนักตัว) เป็นหน่วยเซนติเมตร และแนะนำให้วัดในขณะที่ไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้า หรือสวมใส่เพียงชุดชั้นในที่คาดว่าจะใส่ไว้ใต้เสื้อผ้านั้นๆ

EN 13402-2 มิติหลักและมิติรอง

ส่วนที่สองกำหนด "มิติหลัก" (Primary Dimension) สำหรับเสื้อผ้าแต่ละประเภท ซึ่งเป็นค่าที่ต้องระบุบนป้ายสินค้า เช่น เสื้อผ้าผู้ชายจะใช้รอบอกเป็นหลัก ส่วนเสื้อผ้าผู้หญิงจะใช้รอบอก (Bust Girth) เป็นหลัก

ในกรณีที่มิติเดียวไม่เพียงพอต่อการเลือกไซส์ที่ถูกต้อง มาตรฐานอนุญาตให้เพิ่ม "มิติรอง" (Secondary Dimension) หนึ่งหรือสองค่าลงบนป้ายได้ เพื่อให้ผู้ซื้อทราบว่าเสื้อผ้านั้นเหมาะกับสรีระแบบใด

EN 13402-3 การวัดและช่วงขนาด

ส่วนที่สามกำหนดตัวเลขที่แนะนำสำหรับมิติหลักและมิติรอง โดยแทนที่จะระบุเป็นค่าเฉลี่ยเพียงค่าเดียว (เช่น ส่วนสูง 176 ซม.) มาตรฐานกำหนดให้ระบุเป็น ช่วงของขนาดร่างกาย (เช่น ส่วนสูง 172–180 ซม.) เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้งานได้กว้างขึ้น

ตัวอย่างการกำหนดขนาดสำหรับผู้ชาย

สำหรับผู้ชาย ขนาดมาตรฐานและช่วงของรอบอกและรอบเอวจะถูกกำหนดเป็นขั้นละ 4 ซม. เช่น ผู้ผลิตอาจออกแบบเสื้อผ้าสำหรับรอบอก 100 ซม. ให้พอดีกับรอบเอว 88 ซม. แต่สามารถรวมรอบเอวที่ใกล้เคียง เช่น 84 ซม. หรือ 92 ซม. เพื่อให้ครอบคลุมรูปร่างที่หลากหลาย

ตัวอย่างการกำหนดขนาดสำหรับผู้หญิง

สำหรับเสื้อผ้าผู้หญิง เช่น ชุดเดรส ขนาดมาตรฐานของรอบอก รอบเอว และรอบสะโพก ส่วนใหญ่จะใช้ขั้นละ 4 ซม. และสำหรับไซส์ใหญ่จะใช้ขั้นละ 5-6 ซม.

การระบุขนาดชุดชั้นในสตรี (Bra Sizes)

มาตรฐาน EN 13402 ยังครอบคลุมถึงการระบุขนาดเสื้อชั้นใน โดยพิจารณาจาก "รอบอก" และ "รอบใต้อก" ซึ่งจะระบุรอบใต้อกเป็นตัวเลข (ปัดเศษเป็นพหุคูณของ 5 ซม.) ตามด้วยรหัสตัวอักษรที่ระบุ "ขนาดคัพ" (Cup Size) ตามตารางที่มาตรฐานกำหนด

ตัวอย่างการระบุขนาดเสื้อชั้นในตามมาตรฐาน EN 13402
การระบุขนาดเสื้อชั้นในตามมาตรฐานยุโรปที่ใช้รอบใต้อกและขนาดคัพ

คำถามที่พบบ่อย

มาตรฐาน EN 13402 คืออะไร?

คือมาตรฐานยุโรปสำหรับการระบุขนาดเสื้อผ้าที่อิงจากสัดส่วนร่างกายจริงในหน่วยเซนติเมตร เพื่อให้ผู้บริโภคเลือกไซส์เสื้อผ้าได้แม่นยำขึ้น

ทำไมต้องระบุขนาดเป็นช่วง (เช่น 172-180 ซม.) แทนที่จะเป็นตัวเลขเดียว?

เพื่อให้เสื้อผ้าชิ้นนั้นสามารถรองรับสรีระของผู้สวมใส่ที่มีความแตกต่างกันเล็กน้อยได้ โดยคำนวณจากครึ่งหนึ่งของขนาดขั้น (step size) ที่ต่ำกว่าและสูงกว่าขนาดที่ออกแบบไว้

การระบุขนาดเสื้อชั้นในตามมาตรฐานนี้ทำอย่างไร?

จะระบุรอบใต้อกเป็นตัวเลข (พหุคูณของ 5 ซม.) ตามด้วยตัวอักษรที่ระบุขนาดคัพ ซึ่งคำนวณจากส่วนต่างระหว่างรอบอกและรอบใต้อก