← กลับไปยังบทความทั้งหมด

แพลตฟอร์มจัดเก็บอุปกรณ์ภายนอกของสถานีอวกาศนานาชาติ

สรุปใจความสำคัญ

  • ESP ทำหน้าที่เป็นพาเลทเก็บอะไหล่สำรอง (ORU) ภายนอกสถานีอวกาศนานาชาติ
  • อุปกรณ์ ORU ถูกยึดติดกับ ESP ด้วยกลไกที่เรียกว่า FRAM
  • ESP-1 มีขนาดเล็กและติดตั้งที่โมดูล Destiny ในขณะที่ ESP-2 และ ESP-3 มีขนาดใหญ่กว่าและอ้างอิงการออกแบบจาก ICC
  • ESP ไม่ใช่พื้นที่ปรับความดันแต่ต้องการไฟฟ้าสำหรับระบบทำความร้อนของอุปกรณ์

แพลตฟอร์มจัดเก็บอุปกรณ์ภายนอก (External Stowage Platforms หรือ ESP) เป็นส่วนประกอบสำคัญของสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ทำหน้าที่เป็นพาเลทจัดเก็บอุปกรณ์ภายนอกสำหรับเก็บชิ้นส่วนอะไหล่ที่เรียกว่า หน่วยเปลี่ยนทดแทนในวงโคจร (Orbital Replacement Units หรือ ORUs) เพื่อให้สามารถเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ชำรุดได้โดยไม่ต้องนำสถานีอวกาศกลับมายังโลก

ESP ไม่ใช่พื้นที่ปรับความดัน (Non-pressurized) แต่มีการติดตั้งระบบไฟฟ้าเพื่อจ่ายไฟให้กับเครื่องทำความร้อน (Heaters) ของอุปกรณ์บางชนิดที่จัดเก็บไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์เสียหายจากอุณหภูมิที่รุนแรงในอวกาศ การยึดอุปกรณ์ ORU เข้ากับแพลตฟอร์มจะใช้กลไกที่เรียกว่า Flight Releasable Attachment Mechanisms (FRAMs) ซึ่งเป็นแผ่นยึดที่ออกแบบมาให้เข้าคู่กับอุปกรณ์ ORU พอดี

แผนผังตำแหน่งการติดตั้งอุปกรณ์บนแพลตฟอร์มจัดเก็บอุปกรณ์ภายนอก
แผนผังแสดงตำแหน่งและส่วนประกอบของแพลตฟอร์มจัดเก็บอุปกรณ์ภายนอก (ESP)

ประเภทและประวัติการติดตั้ง

แพลตฟอร์ม ESP มีการออกแบบที่แตกต่างกันตามภารกิจและการใช้งาน โดยแบ่งออกเป็น 3 ชุดหลัก ดังนี้:

ESP-1

ESP-1 เป็นแพลตฟอร์มชุดแรกที่ถูกติดตั้งเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2544 ในระหว่างการเดินอวกาศ (EVA) ครั้งที่สองของภารกิจกระสวยอวกาศ STS-102 โดยติดตั้งอยู่ที่สลักยึด (Trunnion pin) ด้านซ้ายของโมดูลห้องปฏิบัติการเดสทินี (Destiny Laboratory Module) และได้รับพลังงานไฟฟ้าจากโมดูลยูนิตี้ (Unity Module)

ESP-1 มีขนาดเล็กกว่า ESP ชุดอื่น โดยมีความกว้างประมาณ 0.46 เมตร และยาว 2.4 เมตร มีจุดยึดสำหรับ ORU จำนวน 2 จุด ซึ่งเคยใช้จัดเก็บอุปกรณ์ เช่น ระบบควบคุมการไหลของปั๊ม (Pump Flow Control System - PFCS) และหน่วยสลับกระแสไฟฟ้าตรง (Direct-Current Switching Unit - DCSU)

ESP-2 และ ESP-3

ESP-2 และ ESP-3 มีการออกแบบที่อ้างอิงมาจาก Integrated Cargo Carriers (ICC) รุ่นที่สามารถกางออกได้ ซึ่งเดิมออกแบบมาเพื่อขนส่งสินค้าที่ไม่ต้องปรับความดันภายในห้องบรรทุกสัมภาระของกระสวยอวกาศ

  • ESP-2: ติดตั้งโดยใช้แขนกลของกระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี (Discovery) และนักบินอวกาศในภารกิจ STS-114 โดยยึดติดกับห้องปรับอากาศร่วมเควสท์ (Quest Joint Airlock) ผ่านอุปกรณ์ยึดพิเศษที่เรียกว่า ESP Attachment Device (ESPAD)
  • ESP-3: ถูกส่งขึ้นไปยังสถานีอวกาศในภารกิจ STS-118

ทั้ง ESP-2 และ ESP-3 มีขนาดใหญ่กว่า ESP-1 อย่างมาก โดยมีความยาวประมาณ 2.6 เมตร และกว้าง 4.3 เมตร และมีจุดยึด FRAM สูงถึง 8 จุด ทำให้สามารถจัดเก็บอะไหล่สำรองได้สูงสุด 8 ชิ้นต่อแพลตฟอร์ม

การบริหารจัดการอุปกรณ์ ORU

อุปกรณ์ที่จัดเก็บบน ESP มีการเปลี่ยนแปลงตลอดอายุการใช้งานของสถานีอวกาศ โดยมีการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ผ่านแขนกลหุ่นยนต์ (SPDM) หรือการเดินอวกาศของนักบินอวกาศ ตัวอย่างอุปกรณ์ที่เคยจัดเก็บบน ESP-2 ได้แก่:

  • โมดูลปั๊ม (Pump Module)
  • หน่วยสลับบัสหลัก (Main Bus Switching Unit - MBSU)
  • ตัวต่อท่ออ่อนแบบหมุน (Flex Hose Rotary Coupler - FHRC)
  • ชุดสายอากาศ S-band (S-band Antenna Sub-System Assembly - SASA)

คำถามที่พบบ่อย

ESP คืออะไร?

ESP หรือ External Stowage Platform คือแพลตฟอร์มจัดเก็บอุปกรณ์ภายนอกของสถานีอวกาศนานาชาติ ใช้สำหรับเก็บชิ้นส่วนอะไหล่สำรอง (ORU) เพื่อใช้ในการซ่อมบำรุงภายนอกสถานีอวกาศ

อุปกรณ์ ORU ยึดติดกับ ESP ได้อย่างไร?

อุปกรณ์ ORU จะถูกยึดติดด้วยกลไกที่เรียกว่า Flight Releasable Attachment Mechanisms (FRAMs) ซึ่งเป็นแผ่นยึดที่ทำให้ตัวอุปกรณ์และแพลตฟอร์มล็อกเข้ากันได้อย่างพอดี

ความแตกต่างระหว่าง ESP-1 และ ESP-2/ESP-3 คืออะไร?

ESP-1 มีขนาดเล็กกว่าและมีจุดยึดอุปกรณ์เพียง 2 จุด ในขณะที่ ESP-2 และ ESP-3 มีขนาดใหญ่กว่ามาก (ยาว 2.6 ม. กว้าง 4.3 ม.) และมีจุดยึด FRAM สูงถึง 8 จุด

ESP จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าหรือไม่?

ใช่ แม้ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มเปิดโล่งที่ไม่มีการปรับความดัน แต่ ESP ต้องการไฟฟ้าเพื่อจ่ายไฟให้เครื่องทำความร้อนของอุปกรณ์บางชนิด เพื่อป้องกันความเสียหายจากความเย็นจัดในอวกาศ