Extractive Industries Transparency Initiative (EITI) คืออะไร
สรุปใจความสำคัญ
- EITI เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรตามกฎหมายนอร์เวย์ที่มุ่งเน้นความโปร่งใสในทรัพยากรน้ำมัน ก๊าซ และแร่ธาตุ
- มีการใช้มาตรฐาน EITI ใน 55 ประเทศทั่วโลก และต้องมีการจัดทำรายงานประจำปี
- ก่อตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหา 'Resource Curse' หรือคำสาปทรัพยากร โดยเน้นการเปิดเผยข้อมูลรายได้และสัญญา
- ใช้ระบบ Validation ทุก 3 ปี เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการปฏิบัติตามมาตรฐาน
Extractive Industries Transparency Initiative (EITI) หรือ โครงการริเริ่มความโปร่งใสในอุตสาหกรรมสกัดทรัพยากร เป็นองค์กรที่ตั้งอยู่ในประเทศนอร์เวย์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างมาตรฐานสากลสำหรับการกำกับดูแลทรัพยากรน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และแร่ธาตุ เพื่อแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในภาคส่วนนี้
การดำเนินงานตามมาตรฐาน EITI
มาตรฐาน EITI กำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลตลอดห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมสกัดทรัพยากร ตั้งแต่จุดสกัดจนถึงการนำรายได้เข้าสู่รัฐบาลและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยประกอบด้วย:
- การจัดสรรและจดทะเบียนใบอนุญาตและสัญญา
- ผู้ถือหุ้นที่แท้จริง (Beneficial Owners) ของการดำเนินงาน
- ข้อตกลงทางกฎหมายและทางภาษี
- ปริมาณการผลิตและจำนวนเงินที่ชำระ
- การจัดสรรรายได้และผลกระทบต่อเศรษฐกิจ รวมถึงการจ้างงาน
ปัจจุบันมาตรฐาน EITI ถูกนำไปใช้ใน 55 ประเทศทั่วโลก โดยแต่ละประเทศจะต้องจัดทำรายงาน EITI ประจำปี เพื่อเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสัญญา ใบอนุญาต การผลิต การจัดเก็บรายได้ และการใช้จ่ายทางสังคมและเศรษฐกิจ
กลไกการตรวจสอบและโครงสร้างองค์กร
เพื่อให้มั่นใจในความถูกต้องและโปร่งใส ทุกประเทศที่เข้าร่วมจะผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Validation ทุกๆ 3 ปี เพื่อประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐาน EITI และส่งเสริมการเรียนรู้ในระดับประเทศ
โครงสร้างการบริหารจัดการ
ในแต่ละประเทศจะมีสำนักงานเลขาธิการแห่งชาติและกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่าย (Multi-stakeholder Group) ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากรัฐบาล บริษัทเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับกระบวนการ EITI ในประเทศนั้นๆ
ในระดับสากล มาตรฐาน EITI ถูกพัฒนาและกำกับดูแลโดยคณะกรรมการสากล (International Board) ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากรัฐบาล บริษัทสกัดทรัพยากร องค์กรภาคประชาสังคม สถาบันการเงิน และองค์กรระหว่างประเทศ
ประวัติความเป็นมา
EITI ก่อตั้งขึ้นในเดือนกันยายน ปี 2002 โดยอดีตนายกรัฐมนตรีโทนี แบลร์ ของสหราชอาณาจักร ในระหว่างการประชุมสุดยอดว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก เพื่อตอบสนองต่อการอภิปรายสาธารณะเรื่อง "Resource Curse" หรือ คำสาปทรัพยากร (ความย้อนแย้งของความมั่งคั่ง) ซึ่งเป็นภาวะที่ประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติมหาศาลกลับมีเศรษฐกิจที่ตกต่ำหรือธรรมาภิบาลที่ย่ำแย่
องค์กรนี้ก่อตั้งอย่างเป็นทางการในปี 2003 ที่ลอนดอน โดยตัวแทนจากรัฐบาล บริษัท และภาคประชาสังคมได้ตกลงในหลักการ 12 ประการ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการชำระเงินและรายได้ในภาคส่วนนี้ โดยมีประเทศนำร่อง ได้แก่ ไนจีเรีย อาเซอร์ไบจาน กานา และสาธารณรัฐคีร์กีซ
โครงสร้างและเงินทุน
EITI ดำเนินการในรูปแบบสมาคมไม่แสวงหาผลกำไรภายใต้กฎหมายนอร์เวย์ โดยมีองค์กรหลัก 3 ส่วนคือ:
- การประชุมสมาชิก (Members' Meeting): ทำหน้าที่กำกับดูแล EITI และประชุมร่วมกับการประชุมระดับโลกทุก 2-3 ปี
- คณะกรรมการ EITI (EITI Board): พัฒนามาตรฐานและประเมินความคืบหน้าของประเทศสมาชิก
- สำนักงานเลขาธิการระหว่างประเทศ (International Secretariat): ตั้งอยู่ที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ เพื่อสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการ
การระดมทุนของ EITI แบ่งเป็นสองระดับ คือระดับประเทศซึ่งรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุน และระดับสากลซึ่งได้รับเงินทุนจากประเทศสมาชิก รัฐบาลที่สนับสนุน และบริษัทเอกชน
คำถามที่พบบ่อย
EITI คืออะไร?
EITI คือโครงการริเริ่มความโปร่งใสในอุตสาหกรรมสกัดทรัพยากร ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับการกำกับดูแลทรัพยากรน้ำมัน ก๊าซ และแร่ธาตุ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการจัดการรายได้จากทรัพยากรธรรมชาติ
มาตรฐาน EITI กำหนดให้เปิดเผยข้อมูลอะไรบ้าง?
มาตรฐาน EITI กำหนดให้ให้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสัญญาและใบอนุญาต, ปริมาณการผลิต, การจัดเก็บรายได้, การจัดสรรรายได้ และการใช้จ่ายเพื่อสังคมและเศรษฐกิจ
Resource Curse คืออะไร และเกี่ยวข้องกับ EITI อย่างไร?
Resource Curse หรือ คำสาปทรัพยากร คือภาวะที่ประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติมากมักจะมีปัญหาด้านธรรมาภิบาลและเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ EITI จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและให้ภาคประชาสังคมสามารถตรวจสอบได้ เพื่อลดผลกระทบจากคำสาปทรัพยากรนี้

