ประวัติ F-4 Phantom II ในกองทัพอากาศออสเตรเลีย (RAAF)
สรุปใจความสำคัญ
- RAAF เช่า F-4E Phantom II จำนวน 24 เครื่องจาก USAF ระหว่างปี 1970-1973
- F-4E ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องบินชั่วคราวเพื่อทดแทนความล่าช้าของโครงการ F-111C
- เครื่องบินที่เหลือ 23 เครื่องถูกส่งคืนให้สหรัฐฯ และส่วนใหญ่ถูกดัดแปลงเป็นรุ่น F-4G Wild Weasel
กองทัพอากาศออสเตรเลีย (Royal Australian Air Force - RAAF) เคยปฏิบัติการใช้เครื่องบินขับไล่-ทิ้งระเบิด McDonnell Douglas F-4E Phantom II จำนวน 24 เครื่อง ระหว่างปี ค.ศ. 1970 ถึง 1973 โดยเครื่องบินเหล่านี้ถูกเช่ามาจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ (USAF) เพื่อเป็นมาตรการชั่วคราวเนื่องจากความล่าช้าในการส่งมอบเครื่องบินทิ้งระเบิด F-111C ของ RAAF
การจัดหาและเหตุผลในการเลือกใช้
ในช่วงต้นทศวรรษ 1960 RAAF ได้ประเมินเครื่องบินหลายรุ่นเพื่อทดแทนเครื่องบินทิ้งระเบิด English Electric Canberra ที่ล้าสมัย โดยมีการพิจารณา F-4C Phantom II, North American A-5 Vigilante และ General Dynamics F-111 (TFX) รวมถึงเครื่องบินจากสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส
ในตอนแรก RAAF ปฏิเสธ F-4C เนื่องจากขาดช่วงบิน (range) และสมรรถนะในระดับต่ำ รวมถึงขาดความสามารถในการลาดตระเวนตามที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงการ F-111 ประสบปัญหาทางเทคนิคอย่างรุนแรงในช่วงปลายทศวรรษ 1960 ทำให้เครื่องบินถูกระงับการบิน (grounded) และต้องเก็บไว้ในคลังสินค้าที่ Fort Worth รัฐเท็กซัส RAAF จึงต้องมองหาทางเลือกอื่น
การบรรลุข้อตกลงเช่าเครื่องบิน
ในปี 1970 รัฐบาลออสเตรเลียและสหรัฐฯ ได้เจรจาข้อตกลงให้ RAAF เช่าเครื่องบิน F-4E จำนวน 24 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์สนับสนุน ซึ่งเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในขณะนั้น แม้ว่า F-4E จะมีระยะบินสั้นกว่าและไม่มีเรดาร์ติดตามพื้นดิน (terrain-following radar) เหมือน F-111 แต่ก็เป็นเครื่องบินที่มีประสิทธิภาพสูงและสามารถปฏิบัติการได้ทันที
บทบาทและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
เครื่องบิน F-4E เริ่มเข้าประจำการในเดือนกันยายน 1970 และได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูงมาก โดยถูกนำมาใช้ในบทบาทการโจมตีทางอากาศสู่พื้นดิน (air-to-ground) ซึ่งช่วยให้เหล่านักบินและเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้งาน F-111 ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
นอกจากนี้ โปรแกรมการฝึกอบรมที่เข้มข้นด้วยเครื่องบิน F-4E ยังช่วยยกระดับมาตรฐานวิชาชีพของ RAAF ให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
การส่งคืนเครื่องบิน
ตลอดระยะเวลาการใช้งาน มีเครื่องบินหนึ่งเครื่องถูกทำลายในอุบัติเหตุการบินเมื่อเดือนมิถุนายน 1971 และอีกหนึ่งเครื่องได้รับความเสียหายหนักจากการลงจอดฉุกเฉินแต่ได้รับการซ่อมแซมโดย RAAF
เครื่องบินที่เหลือ 23 เครื่องถูกส่งคืนให้กับกองทัพอากาศสหรัฐฯ ในสองรอบระหว่างเดือนตุลาคม 1972 ถึงมิถุนายน 1973 เมื่อเครื่องบิน F-111C เริ่มเข้าประจำการอย่างเต็มรูปแบบ เครื่องบิน F-4E ส่วนใหญ่ที่ส่งคืนถูกนำไปดัดแปลงเป็นรุ่น F-4G Wild Weasel ในเวลาต่อมา
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม RAAF ถึงเลือกใช้ F-4 Phantom II แทนที่จะซื้อขาด?
เนื่องจาก F-4E เป็นมาตรการชั่วคราวเพื่ออุดช่องว่างในขณะที่รอการส่งมอบ F-111C ที่ประสบปัญหาทางเทคนิค ดังนั้นการเช่าจึงเป็นทางเลือกที่ประหยัดและรวดเร็วที่สุด
F-4E Phantom II มีบทบาทหลักใน RAAF อย่างไร?
บทบาทหลักคือการโจมตีทางอากาศสู่พื้นดิน (ground attack) และการเตรียมความพร้อมของนักบินเพื่อใช้งานเครื่องบิน F-111
เกิดอะไรขึ้นกับเครื่องบิน F-4E หลังจากส่งคืนให้สหรัฐฯ?
เครื่องบินส่วนใหญ่ที่เคยประจำการใน RAAF ถูกนำไปดัดแปลงเป็นรุ่น F-4G Wild Weasel ซึ่งเป็นเครื่องบินสำหรับทำลายระบบป้องกันทางอากาศของศัตรู


