← กลับไปยังบทความทั้งหมด

วิกฤตอุทกภัยในรัฐพิหาร ประเทศอินเดีย

สรุปใจความสำคัญ

  • รัฐพิหารเป็นรัฐที่เสี่ยงต่ออุทกภัยมากที่สุดในอินเดีย โดยมีพื้นที่ประสบภัยถึง 73.06% ของพื้นที่ทั้งหมด
  • แม่น้ำโกศิ (Koshi) เป็นสาเหตุหลักของน้ำท่วมรุนแรงเนื่องจากมีการเปลี่ยนทิศทางการไหลและปัญหาตะกอนสะสม
  • การสร้างคันกั้นน้ำจำนวนมากไม่ได้ช่วยลดน้ำท่วม แต่กลับทำให้ท้องแม่น้ำสูงขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดน้ำท่วมขังถาวร
  • เขื่อนฟารักกา (Farakka Barrage) ก่อให้เกิดการสะสมของตะกอนมหาศาลในแม่น้ำคงคา ส่งผลให้ประสิทธิภาพการระบายน้ำลดลง

รัฐพิหาร (Bihar) ได้รับการยอมรับว่าเป็นรัฐที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยมากที่สุดในประเทศอินเดีย โดยประชากรประมาณ 76% ในพื้นที่ทางตอนเหนือของรัฐต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความเสี่ยงจากน้ำท่วมรุนแรงอย่างต่อเนื่อง พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในรัฐพิหารคิดเป็น 16.5% ของพื้นที่ประสบอุทกภัยทั้งหมดในอินเดีย และมีประชากรที่ได้รับผลกระทบถึง 22.1% ของจำนวนผู้ประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศ

ในเชิงภูมิศาสตร์ พื้นที่ประมาณ 73.06% ของรัฐพิหาร หรือราว 68,800 ตารางกิโลเมตร จากพื้นที่ทั้งหมด 94,160 ตารางกิโลเมตร ประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำ ซึ่งส่งผลให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงปศุสัตว์มูลค่ามหาศาลในทุกปี โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 ที่รัฐบาลเริ่มมีการบันทึกข้อมูล มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมรวมแล้วกว่า 9,500 ราย

ทัศนียภาพพื้นที่ประสบอุทกภัยในรัฐพิหาร
พื้นที่ราบลุ่มในรัฐพิหารที่มักประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในช่วงฤดูมรสุม

สาเหตุของการเกิดอุทกภัย

ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดน้ำท่วมในรัฐพิหารคือลักษณะทางภูมิศาสตร์ของประเทศเนปาลซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขา เมื่อเกิดฝนตกหนักในบริเวณตอนกลางและตะวันออกของเนปาล มวลน้ำจำนวนมากจะไหลลงสู่ลุ่มน้ำสายหลัก ได้แก่ แม่น้ำนารายานี (Narayani), แม่น้ำบากมาตี (Bagmati) และแม่น้ำโกศิ (Koshi) เมื่อแม่น้ำเหล่านี้ไหลเข้าสู่เขตอินเดีย จะเกิดการล้นตลิ่งและไหลเข้าท่วมพื้นที่ราบลุ่มและที่ราบต่ำในรัฐพิหาร

บทบาทของแม่น้ำโกศิและเขื่อนกั้นน้ำ

แม่น้ำโกศิ ซึ่งได้รับฉายาว่า "ความโศกเศร้าแห่งพิหาร" (Sorrow of Bihar) เป็นหนึ่งในตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรง ในปี พ.ศ. 2551 เกิดเหตุคันกั้นน้ำฝั่งตะวันออกของแม่น้ำโกศิเหนือเขื่อนระบายน้ำ (Barrage) แตกออก ทำให้แม่น้ำโกศิไหลกลับเข้าสู่ร่องน้ำเดิมที่เคยละทิ้งไปเมื่อกว่า 100 ปีก่อน ส่งผลให้ประชากรกว่า 15 ล้านคนได้รับผลกระทบ และพื้นที่หลายเขตในทั้งเนปาลและอินเดียถูกน้ำท่วมขัง โดยมวลน้ำกว่า 95% ของแม่น้ำโกศิไหลไปตามเส้นทางใหม่นี้

แผนผังหรือภาพจำลองการไหลของน้ำในลุ่มน้ำโกศิ
การเปลี่ยนแปลงทิศทางการไหลของแม่น้ำโกศิส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อพื้นที่เกษตรกรรมและที่อยู่อาศัย

ปัญหาจากการสร้างคันกั้นน้ำ (Embankments)

แม้ว่ารัฐบาลอินเดียจะสร้างคันกั้นน้ำยาวกว่า 3,000 กิโลเมตรในรัฐพิหารในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา แต่รายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าแนวโน้มการเกิดน้ำท่วมกลับเพิ่มสูงขึ้นถึง 2.5 เท่า เนื่องจากคันกั้นน้ำเหล่านี้มักจะพังทลายลงในช่วงที่เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่

ปัญหาที่สำคัญคือการสะสมของตะกอน (Siltation) ซึ่งทำให้ท้องแม่น้ำสูงขึ้นกว่าระดับพื้นที่โดยรอบ เมื่อคันกั้นน้ำกักเก็บน้ำไว้ในลำน้ำที่แคบลง พื้นที่ลุ่มต่ำภายนอกคันกั้นน้ำจึงกลายเป็นพื้นที่น้ำท่วมขังถาวร โดยพบว่า 16% ของพื้นที่ทางตอนเหนือของรัฐพิหารประสบปัญหาน้ำท่วมขังถาวร

ปี พ.ศ.ความยาวคันกั้นน้ำ (กม.)พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม (ล้านเฮกตาร์)
24971602.5
25473,4656.89
25593,7317.295

ผลกระทบจากเขื่อนฟารักกา (Farakka Barrage)

เขื่อนฟารักกาที่สร้างขึ้นเพื่อเบี่ยงทิศทางน้ำในแม่น้ำคงคา ส่งผลกระทบต่อสมดุลทางธรรมชาติของแม่น้ำ ทำให้เกิดการสะสมของตะกอนมหาศาล โดยในแต่ละปีมีตะกอนสะสมในท้องแม่น้ำประมาณ 640 ล้านตัน ซึ่งในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมามีตะกอนสะสมรวมกว่า 1.856 หมื่นล้านตัน

การสะสมของตะกอนนี้ส่งผลให้พื้นที่หน้าตัดของแม่น้ำลดลง ความลาดชันของลำน้ำลดลง และทำให้แม่น้ำกว้างขึ้นและยาวขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของความถี่และความรุนแรงของน้ำท่วม นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ โดยเฉพาะการลดลงของจำนวนปลาฮิลซา (Hilsha fish) ซึ่งเป็นปลาเศรษฐกิจที่สำคัญ

สถิติเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งสำคัญ

  • ปี พ.ศ. 2556: ส่งผลกระทบต่อประชากรกว่า 5.9 ล้านคน ใน 3,768 หมู่บ้าน ครอบคลุม 20 เขตของรัฐ
  • ปี พ.ศ. 2560: ส่งผลกระทบต่อ 19 เขตในตอนเหนือของรัฐพิหาร มีผู้เสียชีวิต 514 ราย และผู้ได้รับผลกระทบกว่า 17 ล้านคน

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมรัฐพิหารจึงเป็นพื้นที่ที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมมากที่สุดในอินเดีย?

เนื่องจากลักษณะภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มซึ่งรับมวลน้ำมหาศาลจากแม่น้ำหลายสายที่ไหลมาจากเทือกเขาในประเทศเนปาล เช่น แม่น้ำโกศิ และแม่น้ำบากมาตี เมื่อเกิดฝนตกหนักในเนปาล น้ำจะไหลลงสู่รัฐพิหารและล้นตลิ่งอย่างรวดเร็ว

แม่น้ำโกศิได้รับฉายาว่า 'ความโศกเศร้าแห่งพิหาร' เพราะเหตุใด?

เพราะแม่น้ำโกศิมีการเปลี่ยนทิศทางการไหลบ่อยครั้งและมักก่อให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชากรจำนวนมหาศาลในทุกปี

การสร้างคันกั้นน้ำช่วยลดปัญหาน้ำท่วมในรัฐพิหารได้จริงหรือไม่?

จากข้อมูลพบว่าความยาวของคันกั้นน้ำเพิ่มขึ้นจาก 160 กม. ในปี 2497 เป็นกว่า 3,700 กม. ในปี 2559 แต่พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมกลับเพิ่มขึ้นจาก 2.5 ล้านเฮกตาร์ เป็น 7.295 ล้านเฮกตาร์ แสดงให้เห็นว่าคันกั้นน้ำอาจก่อให้ให้เกิดปัญหาตะกอนสะสมและน้ำท่วมขังถาวร

เขื่อนฟารักกา (Farakka Barrage) ส่งผลกระทบอย่างไรต่อน้ำท่วมในรัฐพิหาร?

เขื่อนฟารักกาทำให้เกิดการสะสมของตะกอนในท้องแม่น้ำคงคาจำนวนมาก (ประมาณ 640 ล้านตันต่อปี) ซึ่งทำให้ท้องแม่น้ำตื้นเขิน ลดความสามารถในการระบายน้ำ และเพิ่มความถี่และความรุนแรงของน้ำท่วมในพื้นที่ต้นน้ำของเขื่อน

เหตุการณ์น้ำท่วมในปี พ.ศ. 2551 มีความสำคัญอย่างไร?

เป็นเหตุการณ์ที่คันกั้นน้ำของแม่น้ำโกศิแตกออก ทำให้แม่น้ำเปลี่ยนทิศทางการไหลกลับไปใช้ร่องน้ำเดิมที่เคยละทิ้งไปเมื่อ 100 ปีก่อน ส่งผลกระทบต่อประชากรถึง 15 ล้านคน