แม่น้ำโกศิ สายน้ำแห่งความผันผวนและภัยพิบัติในเอเชียใต้
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นแม่น้ำข้ามพรมแดนไหลผ่าน จีน เนปาล และอินเดีย
- มีฉายาว่า 'ความโศกเศร้าแห่งรัฐพิหาร' เนื่องจากก่อให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงและเปลี่ยนทิศทางบ่อย
- เป็นลำน้ำสาขาที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของแม่น้ำคงคา เมื่อพิจารณาจากปริมาณการระบายน้ำ
- มีลักษณะทางธรณีวิทยาแบบ 'พัดตะกอนรูปพัดขนาดมหึมา' (Megafan) ซึ่งทำให้ทางเดินน้ำไม่เสถียร
แม่น้ำโกศิ (Kosi River) หรือที่รู้จักในชื่อ สัปตโกศิ (Saptakoshi) เป็นแม่น้ำข้ามพรมแดนที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์และทางธรรมชาติ ไหลผ่านสามประเทศ ได้แก่ จีน เนปาล และอินเดีย โดยมีต้นกำเนิดจากที่ราบสูงทิเบตและไหลผ่านทางลาดด้านเหนือของเทือกเขาหิมาลัยในทิเบตและทางลาดด้านใต้ในเนปาล ก่อนจะไหลเข้าสู่รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย และบรรจบกับแม่น้ำคงคาใกล้กับเมืองคุรเสลา (Kursela) ในเขตคะติฮาร์ (Katihar)

ลักษณะทางภูมิศาสตร์และระบบลุ่มน้ำ
แม่น้ำโกศิมีความยาวประมาณ 720 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำประมาณ 74,500 ตารางกิโลเมตร โดยมีลักษณะเด่นคือการเป็นแม่น้ำที่เกิดจากจุดบรรจบของลำน้ำสายย่อยจำนวนมาก ในช่วงต้นของแม่น้ำที่ไหลผ่านเนปาลจะถูกเรียกว่า สัปตโกศิ ซึ่งหมายถึง "แม่น้ำเจ็ดสาย" ตามจำนวนลำน้ำสาขาหลัก 7 สาย ได้แก่:
- แม่น้ำตามูร์ (Tamur River): มีต้นกำเนิดจากบริเวณยอดเขาคันเจนจุงกะ
- แม่น้ำอรุณ (Arun River): มีพื้นที่ลุ่มน้ำกว้างขวางที่สุด โดยส่วนใหญ่อยู่ในทิเบต
- แม่น้ำซันโกศิ (Sun Kosi): ซึ่งมีลำน้ำสาขาย่อยอีกหลายสาย เช่น แม่น้ำดุดโกศิ (Dudh Koshi), ลิขู โคลา (Likhu Khola), ทามาโกศิ (Tamakoshi), โภเตโกศิ (Bhote Koshi) และอินทราวตี (Indravati)

ระบบนิเวศและธรณีวิทยา
ลุ่มน้ำโกศิครอบคลุมเขตภูมิอากาศและธรณีวิทยาถึง 6 เขต ตั้งแต่ที่ราบสูงทิเบต เทือกเขาหิมาลัย ไปจนถึงที่ราบเทราย (Terai) โดยมีความสูงแตกต่างกันอย่างมากตั้งแต่ระดับความสูงกว่า 8,000 เมตร จนถึง 95 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โดยเฉพาะในลุ่มน้ำย่อยดุดโกศิ ซึ่งมีธารน้ำแข็งถึง 36 แห่ง และทะเลสาบธารน้ำแข็งอีก 296 แห่ง


การเปลี่ยนแปลงทางเดินน้ำและปรากฏการณ์พัดพาตะกอน
แม่น้ำโกศิขึ้นชื่อเรื่องความไม่เสถียรของทางเดินน้ำ โดยในอดีตมีการสันนิษฐานว่าแม่น้ำสายนี้เปลี่ยนทิศทางการไหลจากตะวันออกไปตะวันตกมากกว่า 133 กิโลเมตรในช่วง 200 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์แผนที่ประวัติศาสตร์ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มีลักษณะเป็นการแกว่งตัวแบบสุ่ม (Oscillating nature)
สาเหตุหลักของความไม่เสถียรนี้เกิดจาก ช่องเขาจัตรา (Chatra Gorge) ในเนปาล ซึ่งบีบให้กระแสน้ำมีความเร็วและพลังสูง เมื่อเข้าสู่ฤดูมรสุม แม่น้ำจะพัดพาตะกอนจำนวนมหาศาลลงมาสะสมที่บริเวณที่ราบลุ่ม ทำให้เกิด พัดตะกอนรูปพัดขนาดมหึมา (Megafan) ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 15,000 ตารางกิโลเมตร ส่งผลให้แม่น้ำแตกแขนงออกเป็นหลายช่องทางและเปลี่ยนทิศทางบ่อยครั้ง
"ความโศกเศร้าแห่งรัฐพิหาร" และภัยพิบัติน้ำท่วม
เนื่องจากพฤติกรรมการเปลี่ยนทิศทางของน้ำและการสะสมของตะกอนที่ทำให้ตลิ่งตื้นเขิน แม่น้ำโกศิ จึงได้รับฉายาว่า "ความโศกเศร้าแห่งรัฐพิหาร" (Sorrow of Bihar) เนื่องจากน้ำท่วมประจำปีสร้างความเสียหายแก่พื้นที่เกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์กว่า 21,000 ตารางกิโลเมตร

เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ปี 2008
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2551 (ค.ศ. 2008) เกิดเหตุการณ์รุนแรงเมื่อแม่น้ำโกศิได้เปลี่ยนทิศทางกลับไปใช้ทางเดินน้ำเดิมที่เคยละทิ้งไปกว่า 100 ปี โดยการพังทลายของคันกั้นน้ำที่เมืองคุซาฮา (Kusaha) ในเนปาล ส่งผลให้น้ำปริมาณมหาศาลไหลเข้าสู่พื้นที่ที่ไม่เคยเตรียมการรับมือ


เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชากรประมาณ 2.7 ล้านคน ในหลายเขตของรัฐพิหาร เช่น Supaul, Araria, Saharsa และ Madhepura โดยกองทัพอากาศอินเดียต้องระดมเฮลิคอปเตอร์เพื่อส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ประสบภัยนับล้านคนที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมแม่น้ำโกศิถึงถูกเรียกว่า 'ความโศกเศร้าแห่งรัฐพิหาร'?
เพราะแม่น้ำสายนี้มีพฤติกรรมการเปลี่ยนทิศทางของทางเดินน้ำอย่างรุนแรงและพัดพาตะกอนจำนวนมากมาสะสม ทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ที่สร้างความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรมและเศรษฐกิจในรัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เป็นประจำทุกปี
คำว่า 'สัปตโกศิ' หมายถึงอะไร?
สัปตโกศิ (Saptakoshi) หมายถึง 'แม่น้ำเจ็ดสาย' ซึ่งอ้างอิงถึงลำน้ำสาขาหลัก 7 สายที่ไหลมารวมกันก่อนจะไหลผ่านช่องเขาจัตราเข้าสู่ที่ราบลุ่ม
เหตุการณ์น้ำท่วมปี 2008 มีความสำคัญอย่างไร?
เป็นเหตุการณ์ที่น้ำพังคันกั้นน้ำที่เมืองคุซาฮาในเนปาล และแม่น้ำได้เปลี่ยนทิศทางกลับไปใช้ทางเดินน้ำเดิมที่เคยละทิ้งไปกว่า 100 ปี ส่งผลกระทบต่อผู้คนกว่า 2.7 ล้านคน
แม่น้ำโกศิไหลไปบรรจบกับแม่น้ำสายใด?
แม่น้ำโกศิไหลไปบรรจบกับแม่น้ำคงคา (Ganges) ใกล้กับเมืองคุรเสลา ในเขตคะติฮาร์ รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย
