← กลับไปยังบทความทั้งหมด

วิกฤตความปลอดภัยด้านอาหารในไต้หวัน

สรุปใจความสำคัญ

  • ในปี 2554 ไต้หวันเผชิญวิกฤตสารพลาสติกไซเซอร์ DEHP ปนเปื้อนในเครื่องดื่มและอาหารจำนวนมาก
  • สาร DEHP ส่งผลกระทบต่อระบบฮอร์โมนและพัฒนาการของเด็ก
  • วิกฤต DEHP นำไปสู่การสั่งแบนสินค้าไต้หวันในหลายประเทศ รวมถึงจีน ฮ่องกง และเกาหลีใต้
  • ในปี 2556 พบการใช้สารคลอโรฟิลลิน (Chlorophyllin) ปลอมปนในน้ำมันพืชและมีการติดฉลากสินค้าผิดประเภท

เหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยด้านอาหารในไต้หวันได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั่วโลก เนื่องจากมีการตรวจพบการปลอมปนสารเคมีอันตรายในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มหลายครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทั้งสุขภาพของผู้บริโภคและความเชื่อมั่นในมาตรฐานการผลิตอาหารของไต้หวันในระดับสากล

วิกฤตสารพลาสติกไซเซอร์ในผลิตภัณฑ์อาหาร (พ.ศ. 2554)

หนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2554 เมื่อมีการตรวจพบการใช้ DEHP (Diethylhexyl phthalate) ซึ่งเป็นสารพลาสติกไซเซอร์ (Plasticizer) นำมาใช้แทนน้ำมันปาล์มในฐานะสารทำให้ขุ่น (Clouding agent) ในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม

ผลกระทบทางสุขภาพและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

สาร DEHP เป็นสารที่ส่งผลกระทบต่อระบบฮอร์โมนและมีความเชื่อมโยงกับปัญหาด้านพัฒนาการในเด็ก ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมหลายประเภท ได้แก่:

  • เครื่องดื่มและน้ำผลไม้
  • ขนมปัง
  • เครื่องดื่มเกลือแร่
  • ชาและแยม

จากการตรวจสอบพบว่ามีผลิตภัณฑ์กว่า 900 รายการถูกเรียกคืนจากร้านค้าปลีกเกือบ 40,000 แห่งทั่วไต้หวัน โดยมีเครื่องดื่มที่ปนเปื้อนถูกดึงออกจากชั้นวางมากกว่า 460,000 ขวด

สาเหตุและการดำเนินคดี

ทางการไต้หวันรายงานว่าบริษัท Yu Shen Chemical Co. และ Pin Han Perfumery Co. เป็นผู้ผลิตสารทำให้ขุ่นที่ปนเปื้อน DEHP เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มกำไร อย่างไรก็ตาม บางบริษัทอ้างว่าเหตุผลที่เลือกใช้สารดังกล่าวไม่ใช่เพียงเรื่องราคา แต่เป็นเพราะคุณสมบัติในการถนอมอาหารได้นานขึ้นและให้ผลลัพธ์ทางสุนทรียภาพที่น่าพึงพอใจ

ในด้านการลงโทษ รัฐบาลไต้หวันได้สั่งปรับบริษัท 37 แห่ง เป็นเงินรวมประมาณ 1.2 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (ประมาณ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเฉลี่ยแล้วบริษัทละประมาณ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

ปฏิกิริยาและการตอบสนอง

ภายในประเทศ

ประธานาธิบดีหม่า อิงจิว ในขณะนั้น ระบุว่ารัฐบาลได้ดำเนินมาตรการครั้งใหญ่ที่สุดในการรักษาความปลอดภัยด้านอาหาร โดยตรวจสอบผู้ผลิตและร้านค้ากว่า 16,000 แห่ง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากพรรค Democratic Progressive Party (DPP) เกี่ยวกับการจัดการวิกฤตที่ล่าช้า

ระดับนานาชาติ

วิกฤตนี้ส่งผลให้หลายประเทศสั่งแบนผลิตภัณฑ์จากไต้หวัน:

  • จีน: สั่งห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์จากไต้หวันมากกว่า 1,000 รายการ
  • ฮ่องกง: สั่งแบนเครื่องดื่มเกลือแร่ยี่ห้อ Speed และเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพของประชาชน
  • มาเก๊า: ตรวจพบสาร DIBP ในยาลดกรดและสั่งเรียกคืนผลิตภัณฑ์
  • ประเทศอื่นๆ: มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และเกาหลีใต้ ต่างมีมาตรการสั่งห้ามนำเข้าหรือระงับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อน
  • สหรัฐอเมริกา: ห้างสรรพสินค้า 99 Ranch Market ซึ่งเป็นเครือข่ายร้านขายของชำเอเชียรายใหญ่ ได้นำเครื่องดื่มปนเปื้อนออกจากชั้นวาง

การปลอมปนและการติดฉลากน้ำมันพืชผิดประเภท (พ.ศ. 2556)

ในปี พ.ศ. 2556 เกิดเหตุการณ์อื้อฉาวเกี่ยวกับการตรวจพบ Chlorophyllin (คลอโรฟิลลิน) ซึ่งเป็นสารให้สีที่ผิดกฎหมายในน้ำมันพืช การสืบสวนต่อมาพบว่ามีการปลอมปนและการติดฉลากสินค้าผิดประเภทอย่างแพร่หลาย ไม่เพียงแต่ในน้ำมันพืช แต่ยังรวมถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นม และข้าว

กรณีบริษัท Chang Chi Foodstuff Factory Co.

บริษัท Chang Chi Foodstuff Factory Co. ถูกตรวจพบว่าใช้ Copper Chlorophyllin ในน้ำมันมะกอก และมีการปลอมปนน้ำมันเกรดพรีเมียมด้วยน้ำมันที่มีราคาถูกกว่า เพื่อลดต้นทุนการผลิตและหลอกลวงผู้บริโภค

คำถามที่พบบ่อย

สาร DEHP คืออะไรและอันตรายอย่างไร?

DEHP คือสารพลาสติกไซเซอร์ที่ถูกนำมาใช้ผิดกฎหมายในอาหารเพื่อลดต้นทุน โดยส่งผลกระทบต่อระบบฮอร์โมนและอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านพัฒนาการในเด็ก

เหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยด้านอาหารในไต้หวันส่งผลกระทบต่อระดับสากลอย่างไร?

ส่งผลให้หลายประเทศ เช่น จีน ฮ่องกง และเกาหลีใต้ สั่งแบนผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มจากไต้หวันจำนวนมาก ทำให้ชื่อเสียงด้านการผลิตอาหารของไต้หวันเสียหาย

การปลอมปนน้ำมันพืชในปี 2556 เกิดจากอะไร?

เกิดจากการใช้สารให้สีผิดกฎหมายที่เรียกว่าคลอโรฟิลลิน (Chlorophyllin) เพื่อปลอมปนน้ำมันราคาถูกให้ดูเหมือนน้ำมันเกรดพรีเมียม และมีการติดฉลากสินค้าผิดประเภทเพื่อหลอกลวงผู้บริโภค