การแข่งขัน Formula E World Championship 2025–26 ข้อมูลสรุป
สรุปใจความสำคัญ
- ฤดูกาล 2025–26 เป็นฤดูกาลที่ 12 ของ Formula E World Championship
- เป็นปีสุดท้ายของการใช้รถแข่งรุ่น Gen3 Evo ก่อนจะเปลี่ยนเป็น Gen4
- เป็นฤดูกาลที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยจำนวนการแข่งขัน 17 สนาม
- Porsche สามารถป้องกันแชมป์ผู้ผลิตได้สำเร็จ
การแข่งขัน ABB FIA Formula E World Championship 2025–26 เป็นฤดูกาลที่ 12 ของการแข่งขันรถยนต์ไฟฟ้าแบบเปิดล้อ (open-wheel) ที่ได้รับการรับรองโดยสหพันธ์รถยนต์ระหว่างประเทศ (FIA) ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดของการแข่งขันรถยนต์ไฟฟ้าในโลก โดยฤดูกาลนี้เริ่มต้นขึ้นในเดือนธันวาคม 2025 และจะสิ้นสุดลงในเดือนสิงหาคม 2026
ฤดูกาลนี้ถือเป็นปีสุดท้ายของการใช้รถแข่งรุ่น Formula E Gen3 Evo ก่อนที่จะเปลี่ยนเข้าสู่กฎระเบียบของ Gen4 ในฤดูกาลถัดไป โดยในด้านผลการแข่งขัน Porsche สามารถป้องกันแชมป์ผู้ผลิต (Manufacturer's Championship) ได้สำเร็จ โดยคว้าชัยชนะได้ก่อนการแข่งขันสองสนามสุดท้าย

ทีมและนักแข่ง
ทุกทีมในการแข่งขันฤดูกาลนี้ใช้รถแข่งรุ่น Gen3 Evo และใช้ยางจาก Hankook
การเปลี่ยนแปลงของทีม
- McLaren: ประกาศถอนตัวจากการแข่งขันหลังจากร่วมรายการมา 3 ปี เพื่อมุ่งเน้นไปที่โครงการ LMDh ใน World Endurance Championship ทำให้ Nissan สูญเสียทีมลูกค้าเป็นครั้งแรกตั้งแต่ฤดูกาล 2021–22
- Citroën: เข้าสู่การแข่งขัน Formula E เป็นครั้งแรก โดย Stellantis ได้นำแบรนด์ Citroën มาแทนที่ Maserati MSG Racing ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งสำคัญของแบรนด์ในระดับการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่ง
- TAG Heuer: ยุติการเป็นผู้สนับสนุนหลักของทีม Porsche หลังจากร่วมงานกันมานานถึง 6 ฤดูกาล
การเปลี่ยนแปลงของนักแข่ง
มีการโยกย้ายตัวนักแข่งครั้งใหญ่ในฤดูกาลนี้ เช่น Jean-Éric Vergne ย้ายจาก DS Penske ไปยัง Citroën และ Nick Cassidy ย้ายจาก Jaguar TCS Racing ไปยัง Citroën เช่นกัน ในขณะที่ António Félix da Costa ย้ายจาก Porsche ไปยัง Jaguar TCS Racing เพื่อแทนที่ Cassidy
นอกจากนี้ Felipe Drugovich แชมป์ Formula 2 ปี 2022 ได้เข้ามาร่วมทีม Andretti เป็นครั้งแรกแบบเต็มฤดูกาล และ Pepe Martí เข้ามาแทนที่ David Beckmann ในทีม Cupra Kiro
ปฏิทินการแข่งขัน
ปฏิทินการแข่งขันอย่างเป็นทางการถูกประกาศเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2025 โดยฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Formula E โดยมีจำนวนการแข่งขันทั้งหมด 17 สนาม (ePrix)
การเปลี่ยนแปลงสถานที่
- Miami ePrix: เปลี่ยนสถานที่จัดงานจาก Homestead-Miami Speedway ไปยัง Miami International Autodrome ซึ่งเป็นสนามเดียวกับที่ใช้จัด Formula One Miami Grand Prix
- Madrid ePrix: เปิดตัวสนาม Circuito del Jarama ซึ่งเป็นสนามที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Formula E
- Sanya ePrix: กลับมาจัดการแข่งขันอีกครั้งหลังจากหายไปตั้งแต่ฤดูกาลที่ 5 ในขณะที่ Jakarta ePrix ถูกถอดออกจากปฏิทินเนื่องจากปัญหาด้านสัญญา
การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ
กฎด้านกีฬา (Sporting Regulations)
- การคัดเลือก (Qualifying): ปรับลดเวลาในรอบ Group Stage จาก 12 นาที เหลือ 10 นาที และยกเลิกข้อกำหนดที่นักแข่งต้องทำเวลาในครึ่งแรกของรอบคัดเลือก
- Attack Mode: สำหรับการแข่งขันที่มีการหยุดพักเพื่อรับ Pit Boost นักแข่งจะถูกกำหนดให้ใช้ Attack Mode เพียงครั้งเดียว แทนที่จะเป็นสองครั้งเหมือนเดิม
รายงานผลการแข่งขัน
การทดสอบก่อนฤดูกาล (Pre-season test) จัดขึ้นที่ Circuit Ricardo Tormo ระหว่างวันที่ 27–30 ตุลาคม โดย Edoardo Mortara จากทีม Mahindra ทำเวลาได้เร็วที่สุดในการทดสอบรอบรองสุดท้าย โดยมี Oliver Rowland จาก Nissan ตามมาติดๆ
คำถามที่พบบ่อย
รถแข่งที่ใช้ในฤดูกาล 2025–26 คือรุ่นอะไร?
รถแข่งที่ใช้ในฤดูกาลนี้คือรุ่น Formula E Gen3 Evo ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้ายก่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ Gen4
ทีมใดที่ถอนตัวออกจากการแข่งขันในฤดูกาลนี้?
ทีม McLaren Formula E Team ได้ถอนตัวออกจากการแข่งขันเพื่อไปมุ่งเน้นโครงการ LMDh ใน World Endurance Championship
มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดงานที่สำคัญอะไรบ้าง?
มีการเปิดตัว Madrid ePrix ที่สนาม Circuito del Jarama และการกลับมาของ Sanya ePrix ในขณะที่ Jakarta ePrix ถูกถูกถอดออก
