ฟอย แวนซ์ ศิลปินเพลงโฟล์กและร็อกชาวไอร์แลนด์
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นนักร้องนักแต่งเพลงชาวไอร์แลนด์ที่เชี่ยวชาญแนวเพลงโฟล์ก ร็อก และบลูส์
- ได้รับรางวัล Northern Ireland Music Prize สาขาอัลบั้มยอดเยี่ยมจากอัลบั้ม Joy of Nothing ในปี 2013
- เป็นศิลปินในสังกัด Gingerbread Man Records ของเอ็ด ชีรัน และเคยร่วมทัวร์คอนเสิร์ตกับศิลปินระดับโลกอย่าง เอลตัน จอห์น
ฟอย แวนซ์ (Foy Best Vance เกิด 18 พฤศจิกายน 1974) เป็นนักดนตรีและนักร้องนักแต่งเพลงชาวไอร์แลนด์ ผู้มีชื่อเสียงจากการสร้างสรรค์ผลงานในแนวเพลงอัลเทอร์เนทีฟร็อก (Alternative Rock), โฟล์ก (Folk) และบลูส์ (Blues) ปัจจุบันเขาเป็นศิลปินในสังกัด Gingerbread Man Records ซึ่งเป็นค่ายเพลงของเอ็ด ชีรัน (Ed Sheeran) โดยแวนซ์เคยร่วมทัวร์คอนเสิร์ตในฐานะศิลปินเปิดให้กับชีรัน และผลงานเพลงของเขาถูกนำไปใช้ในรายการโทรทัศน์และภาพยนตร์หลายเรื่อง
เส้นทางดนตรีช่วงเริ่มต้น (2006–2011)
ฟอย แวนซ์ เริ่มเปิดตัวสู่สาธารณะด้วยซิงเกิลแรก "Gabriel and the Vagabond" เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2006 ภายใต้สังกัด Wurdamouth Records โดยเพลงนี้และเพลง "Homebird" ได้รับการคัดเลือกให้ไปปรากฏในซีรีส์ดราม่าชื่อดังของสหรัฐอเมริกาอย่าง Grey's Anatomy ในซีซันที่ 2
ในปี 2007 แวนซ์ได้ออกอัลบั้มชุดแรกที่มีชื่อว่า Hope ซึ่งเป็นการเผยแพร่ด้วยตนเองผ่าน Wurdamouth Records อัลบั้มนี้ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ในสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะเพลง "Two Shades of Hope" ที่มีการบันทึกเสียงลูกสาวของเขา (เอลลา) ร้องเพลง "You Are My Sunshine" ไว้ในช่วงท้ายของเพลง
นอกจากงานเพลงแล้ว แวนซ์ยังได้นำดนตรีร่วมสมัยไปแสดงในเทศกาลเยาวชนคริสเตียนที่ใหญ่ที่สุดของไอร์แลนด์อย่าง Summer Madness ณ King's Hall เมืองเบลฟาสต์ ติดต่อกันหลายปี และในปี 2008 เขาได้รับเชิญให้ไปแสดงดนตรีในเรือนจำหลายแห่งในอังกฤษ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและมอบความสุขให้กับผู้ต้องขัง
การก้าวสู่ระดับสากลและ The Melrose EP (2011–2012)
ในปี 2011 แวนซ์เดินทางไปยังลอสแอนเจลิสเพื่อบันทึกเสียง The Melrose EP ร่วมกับเดวิด โฮล์มส์ (David Holmes) และต่อมาได้ปล่อย EP ชุดนี้ในวันที่ 27 สิงหาคม 2012 ภายใต้สังกัด Communion Records
ผลงานใน The Melrose EP ได้ถูกนำไปใช้เป็นดนตรีประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Shore ซึ่งได้รับรางวัลออสการ์ (Academy Award) โดยเพลง "Be the Song" กลายเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมและถูกนำไปใช้ในซีรีส์หลายเรื่อง เช่น House, Arrow, Constantine และ Private Practice รวมถึงภาพยนตร์เรื่อง Warm Bodies
ในช่วงปลายปี 2012 แวนซ์ได้สร้างชื่อเสียงเพิ่มขึ้นจากการเป็นศิลปินเปิดทัวร์คอนเสิร์ตในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาให้กับเอ็ด ชีรัน โดยทั้งคู่ได้ร่วมร้องเพลง "Kiss Me" บนเวที ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ทางดนตรีที่แน่นแฟ้น
ความสำเร็จจาก Joy of Nothing และ The Wild Swan (2013–2018)
ในปี 2013 แวนซ์เซ็นสัญญากับ Glassnote Records และออกอัลบั้ม Joy of Nothing ในวันที่ 26 สิงหาคม ซึ่งได้รับคำชมอย่างมากในด้านทักษะการแต่งเพลง โดยในอัลบั้มนี้มีการร่วมงานกับศิลปินชื่อดังอย่าง บอนนี ไรต์ (Bonnie Raitt) และเอ็ด ชีรัน นอกจากนี้ Joy of Nothing ยังได้รับรางวัล Northern Ireland Music Prize สาขาอัลบั้มยอดเยี่ยมเป็นครั้งแรกในปีนั้นด้วย
ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2015 แวนซ์ได้เข้าร่วมสังกัด Gingerbread Man Records ของเอ็ด ชีรัน และออกอัลบั้มชุดที่สาม The Wild Swan ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2016 ซึ่งผลิตและผสมเสียงโดย จาควิร์ คิง (Jacquire King) การออกอัลบั้มนี้มาพร้อมกับการทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลก (Wild Swan World Tour) และการได้รับเชิญให้เป็นศิลปินเปิดให้กับศิลปินระดับตำนานอย่าง เอลตัน จอห์น (Elton John) ในบางรอบการแสดงของ Wonderful Crazy Tour ในยุโรป

คำถามที่พบบ่อย
ฟอย แวนซ์ มีความสัมพันธ์อย่างไรกับเอ็ด ชีรัน?
ฟอย แวนซ์ เป็นศิลปินในสังกัด Gingerbread Man Records ของเอ็ด ชีรัน และเคยเป็นศิลปินเปิดทัวร์คอนเสิร์ตให้กับชีรันทั้งในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา รวมถึงมีการร่วมงานกันในหลายอัลบั้ม
อัลบั้มใดของฟอย แวนซ์ ที่ได้รับรางวัล?
อัลบั้ม Joy of Nothing ซึ่งปล่อยออกมาในปี 2013 ได้รับรางวัล Northern Ireland Music Prize สาขาอัลบั้มยอดเยี่ยม
เพลงของฟอย แวนซ์ เคยถูกนำไปใช้ในสื่อใดบ้าง?
เพลงของเขาถูกนำไปใช้ในซีรีส์โทรทัศน์หลายเรื่อง เช่น Grey's Anatomy, House, Arrow และในภาพยนตร์เรื่อง The Shore และ Warm Bodies
