เฟรด สโคลนิก บรรณาธิการและนักเขียนผู้เชี่ยวชาญด้านยิวศึกษา
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นบรรณาธิการบริหารของ Encyclopaedia Judaica ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 ซึ่งได้รับรางวัล Dartmouth Medal ปี 2007
- ย้ายจากสหรัฐอเมริกาไปพำนักในอิสราเอลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1963
- มีผลงานนวนิยายหลายเรื่องที่สะท้อนประวัติศาสตร์ สังคม และจิตวิทยาของชาวยิวและสังคมอิสราเอล
- เขียนเรื่องสั้นและบทความมากกว่า 100 ชิ้น และมีผลงานรวมเรื่องสั้นชื่อ Americans & Other Stories (2017)
เฟรด สโคลนิก (Fred Skolnik) เป็นนักเขียนและบรรณาธิการชาวอเมริกัน ผู้มีบทบาทสำคัญในการรวบรวมและเรียบเรียงองค์ความรู้เกี่ยวกับชาวยิวในระดับสากล เขาเกิดที่นครนิวยอร์ก และย้ายไปพำนักที่ประเทศอิสราเอลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1963 โดยใช้เวลาส่วนใหญ่ในอาชีพทำงานเป็นบรรณาธิการและนักแปล
ผลงานด้านการบรรณาธิการ
สโคลนิกเป็นที่รู้จักมากที่สุดในฐานะบรรณาธิการบริหาร (Editor-in-Chief) ของ Encyclopaedia Judaica ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 ซึ่งประกอบด้วยหนังสือ 22 เล่ม ผลงานชิ้นนี้ได้รับรางวัล Dartmouth Medal ในปี ค.ศ. 2007 และได้รับการยกย่องจาก Library Journal ว่าเป็น "ความสำเร็จครั้งสำคัญ" (landmark achievement)
การดำเนินงาน Encyclopaedia Judaica
สโคลนิกเริ่มดำเนินงานโครงการนี้ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2003 และเสร็จสิ้นกระบวนการบรรณาธิการในช่วงต้นปี ค.ศ. 2006 โดยทำหน้าที่กำกับดูแลบรรณาธิการส่วนงานกว่า 50 คน และผู้เขียนบทความประมาณ 1,200 คน จากสำนักงานในกรุงเยรูซาเล็ม
ในการปรับปรุงครั้งนี้ มีการแก้ไขหรือปรับปรุงเนื้อหาจากฉบับพิมพ์ครั้งแรก (ค.ศ. 1972) มากกว่าครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 20,000 รายการ และมีการเพิ่มรายการใหม่กว่า 2,500 รายการ รวมเป็นคำศัพท์ใหม่กว่า 4.7 ล้านคำ พร้อมทั้งเพิ่มรายการบรรณานุกรมอีกประมาณ 30,000 รายการ
คณะบรรณาธิการประกอบด้วยนักวิชาการระดับโลก เช่น ไมเคิล เบเรนบอม (Michael Berenbaum), เมนาเคม เอลอน (Menachem Elon), และ อาวีเอเซอร์ ราวิตสกี (Aviezer Ravitzky) โดยมี จูดิธ อาร์. บาสกิน (Judith R. Baskin) ดูแลส่วนงานด้านสตรีและเพศสภาพที่จัดตั้งขึ้นใหม่
ผลงานบรรณาธิการอื่น ๆ
- The New Encyclopedia of Judaism (บรรณาธิการร่วม, ค.ศ. 2002)
- Encyclopedia of Jewish Life Before and During the Holocaust (บรรณาธิการอาวุโส, ค.ศ. 2001) ซึ่งเป็นชุดหนังสือ 3 เล่ม
ผลงานด้านวรรณกรรม
นอกเหนือจากงานวิชาการ สโคลนิกยังเป็นนักเขียนนวนิยายและผู้เขียนเรื่องสั้นและบทความมากกว่าหนึ่งร้อยชิ้น โดยมีผลงานที่โดดเด่นดังนี้:
นวนิยายหลัก
- The Other Shore (ค.ศ. 2011): นวนิยายมหากาพย์ความยาว 700 หน้า เล่าเรื่องราวในอิสราเอลช่วงทศวรรษ 1980 ระหว่างสงครามเลบานอนและการลุกฮือครั้งแรก (First Intifada) โดยสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของสังคมอิสราเอลจากสังคมสังคมนิยมไซออนิสต์สู่สังคมบริโภคนิยมแบบตะวันตก
- Spuyten Duyvil (ค.ศ. 2015): เรื่องราวแนวระทึกขวัญที่มีฉากหลังเป็นฮอลลีวูด ผสมผสานตำนานโบราณและสมัยใหม่เข้าด้วยกัน
- Regal House (ค.ศ. 2018): นวนิยายที่สำรวจจิตใจของผู้ที่อาจก่อเหตุกราดยิง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากกรณีของ ชาร์ลส์ วิตแมน (Charles Whitman) มือสไนเปอร์ชาวเท็กซัสในทศวรรษ 1960
- A Woman of Valor (ค.ศ. 2022): มหากาพย์ครอบครัวที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ชาวยิวในศตวรรษที่ 20 ผ่านตัวละครเอกที่รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (Holocaust) ในเมืองเบียลิสโตก (Bialystok) และย้ายไปสร้างครอบครัวใหม่ในอิสราเอล
งานเขียนภายใต้นามปากกา Fred Russell
สโคลนิกใช้นามปากกา Fred Russell ในการเขียนนวนิยายบางเรื่อง เช่น Rafi's World (ค.ศ. 2014) ซึ่งกล่าวถึงอาชญากรรมในอิสราเอล และ The Links in the Chain (ค.ศ. 2014) แนวระทึกขวัญที่มีฉากหลังในนิวยอร์ก นอกจากนี้ยังมีผลงานรวมเรื่องสั้นและบทความ เช่น Short Takes และ Aerial Views: 3 Sci-Fi Satires (ค.ศ. 2017)
คำถามที่พบบ่อย
เฟรด สโคลนิก มีชื่อเสียงที่สุดจากผลงานชิ้นใด?
เขามีชื่อเสียงที่สุดจากการเป็นบรรณาธิการบริหารของ Encyclopaedia Judaica ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นสารานุกรมด้านยิวศึกษาที่ครอบคลุมและได้รับรางวัลระดับนานาชาติ
นวนิยายเรื่อง The Other Shore เกี่ยวกับอะไร?
เป็นนวนิยายที่เล่าถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของอิสราเอลในช่วงทศวรรษ 1980 โดยเปรียบเทียบระหว่างครอบครัวในคิบบุตซ์ (Kibbutz) และครอบครัวชนชั้นกลางที่กำลังเติบโต
สโคลนิกใช้นามปากกาในการเขียนงานประเภทใด?
เขาใช้นามปากกา Fred Russell ในการเขียนนวนิยายแนวระทึกขวัญและเรื่องราวเกี่ยวกับอาชญากรรม รวมถึงงานเขียนแนวเสียดสีไซไฟ (Sci-Fi Satires)
