← กลับไปยังบทความทั้งหมด

กาบูเรย์ ซิดิเบ นักแสดงหญิงผู้สร้างประวัติศาสตร์จาก Precious

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นนักแสดงหญิงผิวดำคนที่ 8 ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่อง Precious
  • มีผลงานโดดเด่นทั้งในภาพยนตร์และซีรีส์ชื่อดังอย่าง American Horror Story และ Empire
  • เป็นทั้งนักเขียนหนังสือบันทึกความทรงจำและผู้กำกับภาพยนตร์
  • แต่งงานกับ แบรนดอน แฟรงเกิล และมีบุตรฝาแฝด

กาบูเรย์ ซิดิเบ (Gabourey Sidibe เกิด 6 พฤษภาคม ค.ศ. 1983) เป็นนักแสดงหญิงชาวอเมริกันที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากบทบาทในภาพยนตร์ดราม่าเรื่อง Precious (2009) ซึ่งส่งให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ทำให้เธอกลายเป็นนักแสดงหญิงผิวดำคนที่ 8 ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในสาขานี้ นอกจากนี้เธอยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล BAFTA, Golden Globe และ Screen Actors Guild Award จากผลงานเรื่องเดียวกัน

ภาพถ่ายของกาบูเรย์ ซิดิเบ
กาบูเรย์ ซิดิเบ นักแสดงหญิงผู้มีผลงานโดดเด่นในวงการบันเทิงสหรัฐฯ

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา

ซิดิเบเกิดในย่านเบดฟอร์ด-สตุยเวแซนต์ (Bedford–Stuyvesant) ในบรูคลิน นครนิวยอร์ก และเติบโตในย่านฮาร์เล็ม มารดาของเธอคือ อลิซ แทน ริดลีย์ (Alice Tan Ridley) นักร้องเพลง R&B และกอสเปลชาวอเมริกัน ส่วนบิดาคือ อิบนู ซิดิเบ (Ibnou Sidibe) ชาวเซเนกัลซึ่งประกอบอาชีพคนขับรถแท็กซี่

ในช่วงวัยเด็ก ซิดิเบอาศัยอยู่กับป้าของเธอคือ โดโรธี พิตแมน ฮิวจ์ส (Dorothy Pitman Hughes) นักกิจกรรมด้านสิทธิสตรี ในด้านการศึกษา เธอได้รับอนุปริญญาจาก Borough of Manhattan Community College และเคยเข้าศึกษาที่ City College of New York และ Mercy College แต่ไม่ได้สำเร็จการศึกษา ก่อนที่จะเข้าสู่วงการบันเทิง เธอเคยทำงานเป็นพนักงานต้อนรับที่สำนักงานของ The Fresh Air Fund

เส้นทางอาชีพในวงการบันเทิง

การแจ้งเกิดและผลงานช่วงแรก (ค.ศ. 2009–2015)

ซิดิเบเริ่มเข้าสู่เส้นทางการแสดงในปี ค.ศ. 2007 โดยผลงานแจ้งเกิดครั้งสำคัญคือภาพยนตร์เรื่อง Precious กำกับโดย ลี แดเนียลส์ (Lee Daniels) ในบท เคลรีซ "เพรชเชิส" โจนส์ เด็กสาววัย 16 ปีที่ต้องเผชิญกับการถูกล่วงละเมิดและความรุนแรงในครอบครัว ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูงและกวาดรางวัลมากมาย รวมถึงรางวัลออสการ์ 2 รางวัล และรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์

กาบูเรย์ ซิดิเบ ในบทบาทการแสดง
ผลงานการแสดงของซิดิเบที่สร้างชื่อเสียงในระดับสากล

หลังจากความสำเร็จของ Precious เธอมีผลงานภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง เช่น Tower Heist (2011), Seven Psychopaths (2012) และ Top Five (2014) รวมถึงการพากย์เสียงในแอนิเมชันเรื่อง American Dad!

ในด้านงานโทรทัศน์ เธอร่วมแสดงในซีรีส์ The Big C (2010–2013) และได้รับบทบาทที่น่าจดจำในฐานะ "ควีนี" (Queenie) ในซีรีส์แนวสยองขวัญ American Horror Story ตั้งแต่ซีซัน 3 เป็นต้นมา นอกจากนี้เธอยังรับบทเป็น เบ็คกี้ วิลเลียมส์ ในซีรีส์มิวสิคัลเรื่อง Empire (2015–2020) ทางช่อง Fox

งานเขียน การกำกับ และผลงานปัจจุบัน (ค.ศ. 2016–ปัจจุบัน)

ในปี ค.ศ. 2017 ซิดิเบได้เผยแพร่หนังสือบันทึกความทรงจำชื่อ This Is Just My Face: Try Not to Stare และได้เริ่มต้นบทบาทผู้กำกับเป็นครั้งแรกในภาพยนตร์สั้นเรื่อง The Tale of Four

ซิดิเบยังคงมีผลงานใน American Horror Story อย่างต่อเนื่อง โดยกลับมารับบทควีนีในซีซัน Apocalypse (2018) และมีรายงานว่าเธอจะกลับมาเป็นนักแสดงหลักในซีซันที่ 13 ซึ่งมีกำหนดฉายในปี ค.ศ. 2026 นอกจากนี้เธอยังกำกับภาพยนตร์ดราม่า-โรแมนติกเรื่อง Be Happy ซึ่งออกอากาศทางช่อง Lifetime เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026

ชีวิตส่วนตัว

ในปี ค.ศ. 2017 ซิดิเบเปิดเผยว่าเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และได้เข้ารับการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร (Laparoscopic Bariatric Surgery) เพื่อควบคุมน้ำหนักและดูแลสุขภาพ

ด้านชีวิตครอบครัว เธอประกาศหมั้นกับ แบรนดอน แฟรงเกิล (Brandon Frankel) ผู้จัดการดาราในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2020 และแต่งงานกันในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2021 ต่อมาในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2024 เธอได้ประกาศการให้กำเนิดบุตรฝาแฝดหนึ่งชายและหนึ่งหญิง

คำถามที่พบบ่อย

กาบูเรย์ ซิดิเบ แจ้งเกิดจากภาพยนตร์เรื่องอะไร?

เธอแจ้งเกิดจากภาพยนตร์เรื่อง Precious (2009) ซึ่งทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม

กาบูเรย์ ซิดิเบ มีบทบาทอะไรใน American Horror Story?

เธอรับบทเป็น 'ควีนี' (Queenie) แม่มดสาว ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวละครที่ได้รับความนิยมและเธอกลับมารับบทนี้ในหลายซีซัน

นอกจากงานแสดงแล้ว กาบูเรย์ ซิดิเบ ทำอะไรอีกบ้าง?

เธอเป็นนักเขียน โดยมีหนังสือบันทึกความทรงจำชื่อ 'This Is Just My Face: Try Not to Stare' และเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ เช่น เรื่อง Be Happy (2026)