รถไฟสายอดิรอนแด็ก (Adirondack)
สรุปใจความสำคัญ
- ให้บริการโดย Amtrak เชื่อมต่อระหว่างนครนิวยอร์ก (Penn Station) และมอนทรีออล (Central Station)
- ระยะทางรวมประมาณ 381 ไมล์ (613 กิโลเมตร) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง
- วิ่งผ่านเส้นทางที่มีทัศนียภาพสวยงามในหุบเขาฮัดสันและเทือกเขาอดิรอนแด็ก
- ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากกระทรวงคมนาคมรัฐนิวยอร์กและ Via Rail
อดิรอนแด็ก (Adirondack) เป็นบริการรถไฟโดยสารระหว่างเมืองรายวันที่ดำเนินการโดย Amtrak เพื่อเชื่อมต่อระหว่างนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และเมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา เส้นทางนี้เป็นที่รู้จักในด้านทัศนียภาพที่สวยงาม โดยวิ่งผ่านระเบียงเอ็มไพร์ (Empire Corridor) ในหุบเขาฮัดสัน และมีจุดจอดสำคัญในเมืองยอนเกอร์ส, โพกิปซี, ออลบานี–เรนเซลเลียร์ และสเชเนกแทดี
เมื่อเดินทางขึ้นเหนือจากเมืองซาราทอกา สปริงส์ เส้นทางจะวิ่งขนานไปกับเทือกเขาอดิรอนแด็กและทะเลสาบแชมเพลน ก่อนจะข้ามพรมแดนแคนาดา-สหรัฐอเมริกาที่เมืองรูเซสพอยต์ ระยะทางรวมของเส้นทางนี้อยู่ที่ประมาณ 381 ไมล์ (613 กิโลเมตร) โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง

ประวัติการดำเนินงาน
ในช่วงเริ่มต้นของ Amtrak เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1971 ทางรถไฟเดลาแวร์และฮัดสัน (Delaware and Hudson Railway - D&H) เคยให้บริการรถไฟสองขบวนระหว่างออลบานีและมอนทรีออล คือ Montreal Limited (ขบวนกลางคืน) และ Laurentian (ขบวนกลางวัน) อย่างไรก็ตาม ทั้งสองขบวนถูกยกเลิกไป และไม่มีการให้บริการบนสายหลักของ D&H เป็นเวลาสามปี จนกระทั่ง Amtrak เริ่มให้บริการมุ่งหน้าสู่มอนทรีออลอีกครั้งในปี ค.ศ. 1972 ผ่านเส้นทางรัฐเวอร์มอนต์
รถไฟสายอดิรอนแด็กเริ่มให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1974 โดยเริ่มต้นจากสถานีแกรนด์เซ็นทรัลเทอร์มินัลในนครนิวยอร์ก มุ่งหน้าสู่ออลบานี และวิ่งผ่านเส้นทางของ D&H ไปยังสถานีวินด์เซอร์ในมอนทรีออล โดยได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากรัฐนิวยอร์กตั้งแต่เริ่มต้น
การเปลี่ยนแปลงเส้นทางและสถานี
- การปรับเส้นทาง: ในช่วงแรก รถไฟวิ่งผ่านวอเตอร์วลิเอตและเมคานิกวิลล์ แต่ต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางให้ผ่านเมืองสเชเนกแทดีในปี ค.ศ. 1978 และเริ่มจอดรับส่งผู้โดยสารที่นั่นในเดือนมกราคม ค.ศ. 1979
- การเปลี่ยนสถานีปลายทาง: ในมอนทรีออล รถไฟได้ย้ายไปใช้สถานีเซ็นทรัล (Central Station) ของ Canadian National Railway เมื่อวันที่ 12 มกราคม ค.ศ. 1986 ส่วนในนครนิวยอร์ก การเปิดใช้เส้นทาง Empire Connection ในวันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 1991 ทำให้รถไฟสามารถเข้าจอดที่สถานีเพนน์ (Penn Station) แทนสถานีแกรนด์เซ็นทรัลได้

การพัฒนาในศตวรรษที่ 21
เพื่อปรับปรุงความตรงต่อเวลาในระเบียงเอ็มไพร์ Amtrak ได้บรรลุข้อตกลงกับ CSX ในปี ค.ศ. 2012 เพื่อเช่าช่วงการเดินรถในส่วน Hudson Subdivision ระหว่างโพกิปซีและสเชเนกแทดี ทำให้ Amtrak สามารถควบคุมการบำรุงรักษาและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานในส่วนนี้ได้เอง
นอกจากนี้ มีความพยายามในการจัดตั้งศูนย์ตรวจคนเข้าเมืองล่วงหน้า (Preclearance facility) ที่สถานีเซ็นทรัลในมอนทรีออล เพื่อลดระยะเวลาในการตรวจเอกสารที่ชายแดน ซึ่งปกติผู้โดยสารต้องหยุดรถที่เมืองลาโคลล์ (Lacolle) ในรัฐควิเบก และเมืองรูเซสพอยต์ (Rouses Point) ในรัฐนิวยอร์ก ซึ่งอาจใช้เวลานานถึงสองชั่วโมง
ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน
ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2020 บริการรถไฟสายอดิรอนแด็กถูกจำกัดระยะทางให้สิ้นสุดเพียงที่สถานีออลบานี–เรนเซลเลียร์ เนื่องจากมีการสั่งห้ามการเดินทางที่ไม่จำเป็นข้ามพรมแดนสหรัฐฯ-แคนาดาในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
บริการเต็มรูปแบบกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อวันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 2023 อย่างไรก็ตาม พบปัญหาด้านการบำรุงรักษาทางรถไฟในส่วนที่ Canadian National Railway (CN) เป็นเจ้าของ ซึ่งส่งผลให้ต้องจำกัดความเร็วในการเดินรถ โดยเฉพาะในช่วงที่อุณหภูมิสูงกว่า 30 องศาเซลเซียส เพื่อป้องกันปัญหาทางรถไฟโก่งตัว (Heat kinks) ส่งผลให้ระยะเวลาเดินทางระหว่างรูเซสพอยต์และมอนทรีออลยาวนานขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
รถไฟสายอดิรอนแด็กวิ่งจากที่ไหนไปที่ไหน?
วิ่งระหว่างสถานีเพนน์ (Penn Station) ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และสถานีเซ็นทรัล (Central Station) ในเมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา
ใช้เวลาเดินทางนานเท่าใด?
โดยเฉลี่ยใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง สำหรับระยะทาง 381 ไมล์
มีจุดจอดสำคัญที่ใดบ้าง?
จุดจอดสำคัญ ได้แก่ ยอนเกอร์ส, โพกิปซี, ออลบานี–เรนเซลเลียร์ และสเชเนกแทดี
ทำไมบางช่วงเวลาถึงมีการระงับการให้บริการ?
มีการระงับการให้บริการในบางช่วงของปี 2023 และ 2024 เนื่องมาจากปัญหาการบำรุงรักษาทางรถไฟในฝั่งแคนาดา
