กาเบรียล เบอร์นาร์ด กวีและนักเขียนผู้โดดเด่นแห่งวอลลูนและฝรั่งเศส
สรุปใจความสำคัญ
- กาเบรียล เบอร์นาร์ด เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับรางวัล Biennial Prize for Walloon Literature ของเมืองลีแยฌ
- เธอมีความสามารถทางภาษาที่หลากหลาย โดยศึกษาภาษาละติน กรีกโบราณ และภาษาในยุโรปอีกหลายภาษาด้วยตนเอง
- ผลงานของเธอครอบคลุมทั้งบทกวี นวนิยาย และบทละคร ทั้งในภาษาฝรั่งเศสและภาษาวอลลูน
- บทกวีชุด Do vète, do nwâr สะท้อนถึงชีวิตการทำงานของคนทำเหมืองแร่ในท้องถิ่น
กาเบรียล เบอร์นาร์ด (ค.ศ. 1893–1963) เป็นกวีและนักเขียนชาวเบลเยียมที่มีชื่อเสียงจากการสร้างสรรค์ผลงานในทั้งภาษาฝรั่งเศสและภาษาวอลลูน (Walloon) โดยเธอเป็นที่จดจำมากที่สุดในฐานะผู้บุกเบิกและส่งเสริมวรรณกรรมในภาษาท้องถิ่นวอลลูน ซึ่งผลงานของเธอได้รับการตีพิมพ์ซ้ำหลายครั้งและได้รับการยกย่องอย่างสูง

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา
กาเบรียล เบอร์นาร์ด เกิดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ค.ศ. 1896 ที่เมืองมูสติเยร์-ซูร์-ซ็องบร์ (Moustier-sur-Sambre) และใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นจนกระทั่งเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1963
เธอเริ่มเรียนอ่านเขียนตั้งแต่อายุ 4 ขวบ โดยได้รับอิทธิพลจากเพื่อนบ้านชื่อนางเดวิด นอกจากนี้เธอยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพ่อทูนหัวของเธอ ฟร็องซัว-โฌเซฟ เทรฟัวส์ (François-Joseph Trefois) หรือที่รู้จักในชื่อ มอจิส (Maugis) ซึ่งต่อมาเธอได้ใช้ชื่อนามแฝงของเขาในการตีพิมพ์ผลงานชิ้นแรกๆ
เนื่องจากปัญหาสุขภาพ กาเบรียลไม่สามารถรับการศึกษาระดับประถมศึกษาได้ครบถ้วน แต่เธอได้ศึกษาเพิ่มเติมด้วยตนเองและได้รับการสอนจากแม่ชีโดมินิกันในหมู่บ้าน เธอมีความสามารถทางภาษาที่โดดเด่น โดยสามารถเขียนข้อความภาษาฝรั่งเศสได้ตั้งแต่อายุ 10 ขวบ เขียนบทกวีตั้งแต่อายุ 12 ขวบ และเขียนนวนิยายเรื่องแรกเมื่ออายุ 14 ขวบ นอกจากนี้เธอยังศึกษาภาษาละติน, กรีกโบราณ, อังกฤษ, อิตาลี, สเปน และดัตช์ รวมถึงสามารถอ่านภาษาเยอรมัน, โปรตุเกส และภาษาโพรว็องซาลได้
แม้เธอจะฝันอยากเป็นครูใหญ่ แต่ด้วยข้อจำกัดทางสุขภาพและชีวิต เธอจึงต้องเข้าทำงานในโรงงาน และต่อมาได้ย้ายไปทำงานที่กรุงบรัสเซลส์ในปี ค.ศ. 1918 เพื่อเข้าใกล้แวดวงวรรณกรรม แต่ความขี้อายและอุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้เธอต้องกลับมาที่มูสติเยร์-ซูร์-ซ็องบร์ และทำงานเป็นเลขานุการที่ Ateliers de la Basse-Sambre ในปี ค.ศ. 1920
ผลงานทางวรรณกรรม
ผลงานภาษาฝรั่งเศส
ในปี ค.ศ. 1936 กาเบรียลตีพิมพ์ชุดบทกวีสัญลักษณ์นิยม (Symbolist poetry) ชื่อ En attendant la caravelle (รอคอยเรือคาราเวล) ภายใต้นามแฝง F.-José Maugis ซึ่งได้รับคำชมอย่างมากจากนักวิจารณ์ในหนังสือพิมพ์ชื่อดังอย่าง La Libre Belgique และ Le Vingtième Siècle
นอกจากบทกวีแล้ว เธอยังเขียนนวนิยายภาษาฝรั่งเศสทั้งหมด 9 เรื่อง เช่น L'infante au masque, Le Collier de plomb และ L'Étrange Aventure de Mademoiselle Fauste เป็นต้น
ผลงานภาษาวอลลูน
ช่วงปี ค.ศ. 1930 กาเบรียลเริ่มหันมาเขียนงานในภาษาท้องถิ่นวอลลูน โดยเธอได้เข้าร่วมกลุ่มวรรณกรรม Lès Rèlîs Namurès ในปี ค.ศ. 1930 และได้รับรางวัลสำหรับผลงานที่โดดเด่นที่สุดในปี ค.ศ. 1933
ผลงานชิ้นสำคัญในภาษาวอลลูน ได้แก่:
- C'esteûve ahîr (มันคือเมื่อวานนี้) - ชุดบทกวีที่ได้รับรางวัลเหรียญเงินในปี ค.ศ. 1931
- Boles di savon (ฟองสบู่)
- Do vète, do nwâr (สีเขียว, สีดำ) - บทกวีที่สะท้อนถึงชีวิตและการทำงานของคนทำเหมืองแร่
นอกจากนี้ เธอยังเขียนบทละครเรื่อง Flora dal Hoûlote ซึ่งได้รับรางวัลระดับรัฐบาลในปี ค.ศ. 1946 และถูกนำไปสร้างเป็นละครวิทยุในเวลาต่อมา
การยอมรับและรางวัล
กาเบรียล เบอร์นาร์ด สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็น ผู้หญิงคนแรก ที่ได้รับรางวัล Biennial Prize for Walloon Literature ของเมืองลีแยฌ (Liège) ในปี ค.ศ. 1951 ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติสำหรับผลงานกวีนิพนธ์ภาษาวอลลูน
นักวิจารณ์และนักภาษาศาสตร์อย่าง มารี-เทเรซ เบตตงวิลล์-คูเนต์ (Marie-Thérèse Bettonville-Counet) ได้ยกย่องว่าผลงานของกาเบรียลช่วยขยายขอบเขตของภาษาวอลลูนให้สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ความเป็นปัจเจก และความลึกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำถามที่พบบ่อย
กาเบรียล เบอร์นาร์ด เขียนงานในภาษาใดบ้าง?
เธอเขียนงานทั้งในภาษาฝรั่งเศสและภาษาวอลลูน (Walloon) ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่นของเบลเยียม
รางวัลที่สำคัญที่สุดของเธอคืออะไร?
รางวัล Biennial Prize for Walloon Literature ของเมืองลีแยฌ ซึ่งเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ในปี ค.ศ. 1951
ผลงานของเธอได้รับอิทธิพลจากอะไร?
ผลงานของเธอได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตในพื้นที่มูสติเยร์-ซูร์-ซ็องบร์ และวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น เช่น ภาพชนบทและชีวิตของคนทำเหมือง