โบสถ์แกดฟิลด์เอล์ม โบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของศาสนจักร LDS
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย
- ก่อสร้างครั้งแรกในปี ค.ศ. 1836 โดยกลุ่ม United Brethren ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นของศาสนจักร LDS ในปี ค.ศ. 1840
- เคยเป็นสถานที่ที่ บริกแฮม ยัง ผู้นำสำคัญของศาสนจักรเคยมากล่าวสุนทรพจน์
- ปัจจุบันเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม
โบสถ์แกดฟิลด์เอล์ม (Gadfield Elm Chapel) ตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านเพนด็อก (Pendock) ในมณฑลวอร์เซสเตอร์เชียร์ ประเทศอังกฤษ เป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย (The Church of Jesus Christ of Latter-day Saints หรือ LDS Church)

ประวัติการก่อสร้างและการเปลี่ยนผ่านทางศาสนา
อาคารหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1836 เพื่อใช้เป็นสถานที่ประชุมทางศาสนาของกลุ่ม United Brethren ซึ่งเป็นกลุ่มที่แยกตัวออกมาจากนิกายพริมิทีฟเมธอดิสต์ (Primitive Methodists) ภายใต้การนำของ โทมัส คิงตัน (Thomas Kington)
ในปี ค.ศ. 1840 วิลฟอร์ด วูดรัฟฟ์ (Wilford Woodruff) อัครสาวกและผู้เผยแพร่ศาสนาของศาสนจักร LDS ได้เข้ามาเทศนาท่ามกลางสมาชิกกลุ่ม United Brethren ส่งผลให้สมาชิกเกือบทั้งหมดจาก 600 คน เปลี่ยนมานับถือศาสนาของวิสุทธิชนยุคสุดท้าย (Mormonism) โดยเหลือผู้ที่ไม่เปลี่ยนศาสนาเพียงคนเดียวเท่านั้น หลังจากนั้น คิงตันและจอห์น เบนโบว์ (John Benbow) จึงได้โอนกรรมสิทธิ์อาคารหลังนี้ให้กับศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย

บทบาทสำคัญในยุคแรกของศาสนจักร
ในช่วงเวลาที่ศาสนจักรเริ่มขยายตัว โบสถ์แกดฟิลด์เอล์มได้กลายเป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาในพื้นที่เนินเขามาลเวิร์น (Malvern Hills) มีการจัดประชุมระดับภูมิภาคหลายครั้ง และ บริกแฮม ยัง (Brigham Young) ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งประธานควอรัมทูซพาล์ว (President of the Quorum of the Twelve) ได้เคยมากล่าวสุนทรพจน์ที่นี่อย่างน้อยหนึ่งครั้ง
อย่างไรก็ตาม ในปี ค.ศ. 1842 ศาสนจักรได้ตัดสินใจขายอาคารหลังนี้ เพื่อนำเงินทุนไปสนับสนุนการอพยพของสมาชิกชาวอังกฤษไปยังสหรัฐอเมริกา
การบูรณะและการกลับมาเป็นของศาสนจักร
อาคารหลังนี้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชนจนกระทั่งในปี ค.ศ. 1994 กลุ่ม Gadfield Elm Trust ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกศาสนจักร LDS ที่ต้องการอนุรักษ์โบสถ์แห่งนี้ ได้เข้าซื้ออาคารและดำเนินการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่ โดยมีการอุทิศโบสถ์อีกครั้งโดยอัครสาวก เจฟฟรีย์ อาร์. ฮอลแลนด์ (Jeffrey R. Holland) เมื่อวันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 2000

ต่อมาในปี ค.ศ. 2004 กลุ่ม Trust ได้มอบกรรมสิทธิ์โบสถ์คืนให้แก่ศาสนจักร LDS และได้รับการอุทิศอีกครั้งโดยประธานศาสนจักร กอร์ดอน บี. ฮิงคลีย์ (Gordon B. Hinckley) เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ค.ศ. 2004 ปัจจุบันโบสถ์แห่งนี้ดำเนินงานในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ โดยเปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้ฟรี
คำถามที่พบบ่อย
โบสถ์แกดฟิลด์เอล์มตั้งอยู่ที่ไหน?
ตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านเพนด็อก (Pendock) ในมณฑลวอร์เซสเตอร์เชียร์ ประเทศอังกฤษ
ทำไมโบสถ์แห่งนี้ถึงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์?
เพราะเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายที่ยังคงหลงเหลืออยู่ และเคยเป็นศูนย์กลางการเผยแพร่ศาสนาในอังกฤษช่วงต้นศตวรรษที่ 19
ใครเป็นผู้บูรณะโบสถ์แห่งนี้ในยุคหลัง?
กลุ่ม Gadfield Elm Trust ซึ่งเป็นกลุ่มสมาชิกศาสนจักร LDS ได้เข้าซื้อและบูรณะโบสถ์ในปี ค.ศ. 1994 ก่อนจะมอบคืนให้ศาสนจักรในปี ค.ศ. 2004
ปัจจุบันโบสถ์แกดฟิลด์เอล์มเปิดให้เข้าชมหรือไม่?
ปัจจุบันเปิดให้สาธารณชนเข้าชมฟรีในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์
ทำไมศาสนจักรถึงขายโบสถ์แห่งนี้ในปี ค.ศ. 1842?
เพื่อนำเงินทุนไปสนับสนุนการอพยพของสมาชิกชาวอังกฤษไปยังสหรัฐอเมริกา

