← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ประวัติ พลเอก เซอร์ จอห์น โคลริดจ์ นายทหารระดับสูงของกองทัพบกอินเดีย

สรุปใจความสำคัญ

  • พลเอก เซอร์ จอห์น โคลริดจ์ เป็นนายทหารระดับสูงของกองทัพบกอินเดีย และเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการทหารของสำนักงานอินเดีย
  • มีความโดดเด่นในด้านภาวะผู้นำและความกล้าหาญในสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยเฉพาะการนำทัพให้รุกคืบผ่านแนวปืนกลหนัก
  • ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงหลายรายการ รวมถึง Knight Grand Cross of the Order of the Bath (GCB)
  • ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บังคับการกรมของกองพลกูรข่าที่ 8 และกรมปัญจาบที่ 1

พลเอก เซอร์ จอห์น ฟรานซิส สแตนโฮป ดุ๊ก โคลริดจ์ (General Sir John Francis Stanhope Duke Coleridge) เป็นนายทหารระดับสูงของกองทัพบกอินเดียของอังกฤษ ซึ่งต่อมาได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการทหารของสำนักงานอินเดีย (Military Secretary to the India Office)

ประวัติการศึกษาและการเริ่มต้นอาชีพ

โคลริดจ์ได้รับการศึกษาจากวิทยาลัยเวลลิงตัน (Wellington College) และวิทยาลัยการทหารหลวง แซนด์เฮิร์สต์ (Royal Military College, Sandhurst) เขาได้รับแต่งตั้งให้เข้าสู่กองกำลังเจ้าหน้าที่อินเดีย (Indian Staff Corps) ในปี ค.ศ. 1898 และย้ายไปประจำการที่กองพลกูรข่าที่ 8 (8th Gurkhas) ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1900 จากนั้นเขาได้ถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจในทิเบตในปี ค.ศ. 1903

บทบาทในสงครามโลกครั้งที่ 1 และความกล้าหาญ

โคลริดจ์มีบทบาทสำคัญในสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยในปี ค.ศ. 1916 เขาได้ปฏิบัติหน้าที่ในคณะเสนาธิการของกองกำลังขับไล่ชาวอียิปต์ (Egyptian Expeditionary Force) และได้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลน้อยที่ 189 และ 188 ตามลำดับ

เขาได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Companion of the Distinguished Service Order ในวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 1916 และได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Companion of the Order of St Michael and St George ในวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 1918 นอกจากนี้ เขายังได้รับเหรียญตราเกียรติยศ (Bar) สำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ DSO ของเขาในวันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ. 1918 โดยมีคำประกาศเกียรติคุณระบุว่า:

"โคลริดจ์แสดงความกล้าหาญที่โดดเด่นและภาวะผู้นำที่ยอดเยี่ยมในระหว่างการโจมตี เมื่อหน่วยรบของเขาถูกสกัดกั้นด้วยปืนกลหนัก เขาได้เดินตรวจตราแนวรบทั้งหมดและให้คำแนะนำแก่ทุกหน่วยเพื่อให้จัดระเบียบใหม่และรุกคืบไปยังเป้าหมาย ความเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมของเขาทำให้กองพลน้อยสามารถยึดเป้าหมายที่สำคัญได้ และเป็นปัจจัยหลักในความสำเร็จของปฏิบัติการครั้งสำคัญ"

การเลื่อนตำแหน่งและตำแหน่งสำคัญหลังสงคราม

หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นพันเอก (Brevet Colonel) ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1919 และกลับไปยังอินเดียเพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่เสนาธิการทั่วไป โดยเขาได้ทำการทบทวนกองกำลังป้องกันอินเดียและมาตรการรักษาความมั่นคงภายใน

ในปี ค.ศ. 1921 เขาได้รับแต่งตั้งเป็น Companion of the Order of the Bath และระหว่างปี ค.ศ. 1923 ถึง 1925 เขาได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการที่วิทยาลัยเสนาธิการเควตตา (Quetta Staff College) ซึ่งในช่วงเวลานี้เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นพลตรี (Major General) ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1925

การบัญชาการในอินเดียและตำแหน่งสูงสุด

โคลริดจ์ดำรงตำแหน่งเลขาธิการทหารของกองทัพบกอินเดีย (Military Secretary Army Headquarters, India) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1926 ถึง 1930 และเป็นผู้บัญชาการเขตโคฮัต (Kohat District) ในปี ค.ศ. 1930

ในช่วงปฏิบัติการบริเวณพรมแดนตะวันตกเฉียงเหนือ (North West Frontier) ปี ค.ศ. 1930-1931 เขาได้บัญชาการเขตเปศวาร์ (Peshawar District) ในฐานะพลตรี และได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็น Knight Commander of the Order of the Bath ในปี ค.ศ. 1933

จากนั้นเขาได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการทหารของสำนักงานอินเดีย (Military Secretary to the India Office) ระหว่างปี ค.ศ. 1933 ถึง 1936 และเป็นผู้บัญชาการกองกำลังภาคเหนือของอินเดีย (General Officer Commanding Northern Command, India) ระหว่างปี ค.ศ. 1936 ถึง 1940 ก่อนจะเกษียณอายุราชการ

เกียรติยศและตำแหน่งกิตติมศักดิ์

โคลริดจ์ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นพลเอก (Full General) ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1936 และได้รับแต่งตั้งเป็น Knight Grand Cross of the Order of the Bath ในวันที่ 11 กรกฎาคม ค.ศ. 1940 นอกจากนี้ เขายังดำรงตำแหน่งนายทหารคนสนิทของพระมหากษัตริย์ (Aide de Camp General to the King) ในวันที่ 1936 ถึง 1940

เขายังได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บังคับการกรม (Colonel) ของกองพลกูรข่าที่ 8 (8th Gurkha Rifles) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1926, ผู้บังคับการกรมของกองพันที่ 2 กรมปัญจาบที่ 1 (2nd battalion 1st Punjab Regiment) ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1932 และผู้บังคับการกรมกิตติมศักดิ์ของกองพันที่ 7 (Hay Tor) กรมเดวอนเชียร์ (Devonshire Regiment) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1941

คำถามที่พบบ่อย

พลเอก เซอร์ จอห์น โคลริดจ์ มีบทบาทสำคัญอย่างไรในสงครามโลกครั้งที่ 1?

เขาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลน้อยที่ 189 และ 188 และได้รับคำชมเชยในด้านความกล้าหาญและการนำทัพให้บรรลุเป้าหมายในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

โคลริดจ์เคยปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ใดบ้าง?

เขาปฏิบัติหน้าที่ในทิเบต, พรมแดนตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย, และอียิปต์ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1

ตำแหน่งสูงสุดทางทหารที่เขาได้รับคืออะไร?

เขาได้รับยศพลเอก (Full General) และดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังภาคเหนือของอินเดีย