← กลับไปยังบทความทั้งหมด

จอร์จ เมสัน รุ่นที่ 2 ผู้บุกเบิกตระกูลเมสันในเวอร์จิเนีย

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นสมาชิกคนแรกของตระกูลเมสันที่เกิดในอาณานิคมบริติชในอเมริกา
  • ดำรงตำแหน่งพันเอกนำกองกำลังอาสาสมัครและตัวแทนในสภาเบอร์เจสของเทศมณฑลสแตฟฟอร์ด
  • เป็นผู้จัดสรรงบประมาณสร้างเรือนจำแห่งแรกของเทศมณฑลสแตฟฟอร์ด
  • วางรากฐานให้ตระกูลเมสันเป็นหนึ่งในตระกูลชั้นนำของเวอร์จิเนีย

จอร์จ เมสัน รุ่นที่ 2 (George Mason II, ค.ศ. 1660–1716) เป็นเจ้าของไร่และข้าราชการชาวเวอร์จิเนีย ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างรากฐานให้ตระกูลเมสันกลายเป็นหนึ่งในตระกูลชั้นนำ (First Families of Virginia) ของรัฐเวอร์จิเนีย แม้ว่าเขาจะเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของบิดา แต่เขามีบุตรจำนวนมากซึ่งช่วยขยายเครือข่ายและอิทธิพลของตระกูลในเวลาต่อมา โดยมีหลานชายคือ จอร์จ เมสัน รุ่นที่ 4 ซึ่งกลายเป็นบุคคลสำคัญในฐานะหนึ่งในบิดาผู้ก่อตั้งสหรัฐอเมริกา

ชีวิตช่วงต้น

จอร์จ เมสัน รุ่นที่ 2 เกิดในปี ค.ศ. 1660 ที่ไร่แอคโคคีค (Accokeek plantation) ในเทศมณฑลสแตฟฟอร์ด รัฐเวอร์จิเนีย เขาเป็นบุตรชายคนเดียวของ จอร์จ เมสัน รุ่นที่ 1 และแมรี เฟรนช์ โดยเขาถือเป็นสมาชิกคนแรกของตระกูลเมสันในเวอร์จิเนียที่เกิดในดินแดนอาณานิคมของบริเตนในอเมริกา

บทบาททางการเมืองและการทหาร

เมสันดำเนินรอยตามบิดาในการนำกองกำลังอาสาสมัคร (militia) ของเทศมณฑลสแตฟฟอร์ด โดยดำรงตำแหน่งพันเอก นอกจากนี้ หลังจากที่บิดาเสียชีวิต เขาได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของเทศมณฑลสแตฟฟอร์ดในสภาเบอร์เจส (House of Burgesses) ซึ่งในขณะนั้นเป็นสภาเดียวของสมัชชาแห่งรัฐเวอร์จิเนีย

ในช่วงปี ค.ศ. 1699 ถึง 1700 เมสันดำรงตำแหน่งนายอำเภอ (sheriff) และผู้พิพากษาสันติราษฎร์ (justice of the peace) ของเทศมณฑลสแตฟฟอร์ด ซึ่งในช่วงเวลานี้เขาได้จัดสรรงบประมาณของเทศมณฑลเพื่อสร้างเรือนจำแห่งแรกของสแตฟฟอร์ดในปี ค.ศ. 1690 นอกจากนี้ ในช่วงเวลาเดียวกัน เขายังดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการเทศมณฑล (county lieutenant) ภายใต้การนำของนายพลนิโคลสัน โดยมีหน้าที่ป้องกันผู้ตั้งถิ่นฐานผิวขาวในภูมิภาคโพโทแมคจากการโจมตีของชาวพื้นเมืองอเมริกัน

การดำเนินธุรกิจและเกษตรกรรม

ในปี ค.ศ. 1691 มีการวางผังเมืองมาร์ลโบโร (Marlborough) บนพื้นที่บริเวณแม่น้ำโพโทแมค ซึ่งครอบคลุมถึงไร่แอคโคคีค เมสันได้รับที่ดินหลายแปลงในเมืองมาร์ลโบโร และเชื่อกันว่าเขาอาจได้สร้างโรงเตี๊ยมขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว

หลังจากบิดาเสียชีวิต เมสันได้ขายไร่แอคโคคีคและย้ายไปตั้งถิ่นฐานที่ไร่โชพาวัมซิก (Chopawamsic) บริเวณลำห้วยโชพาวัมซิก ซึ่งเขาตั้งชื่อไร่ตามชื่อลำห้วย ที่นี่เมสันได้ทำสวนผลไม้ ปลูกยาสูบ รวมถึงเลี้ยงแกะและวัว

ชีวิตครอบครัว

จอร์จ เมสัน รุ่นที่ 2 แต่งงานสามครั้ง โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • ภรรยาคนแรก: แมรี โฟว์ค (Mary Fowke) ลูกพี่ลูกน้องของเขา แต่งงานในปี ค.ศ. 1688 มีบุตรด้วยกันหลายคน รวมถึง จอร์จ เมสัน รุ่นที่ 3 (ค.ศ. 1690–1735) และนิโคลสัน เมสัน (ค.ศ. 1694–1715/1716)
  • ภรรยาคนที่สอง: เอลิซาเบธ วอห์ (Elizabeth Waugh) แต่งงานในปี ค.ศ. 1706 มีบุตรสาวหนึ่งคนคือ แคทเธอรีน เมสัน (ค.ศ. 1707–1750) ซึ่งต่อมาแต่งงานกับ จอห์น เมอร์เซอร์ ทนายความในยุคอาณานิคม
  • ภรรยาคนที่สาม: ซาร่า ทัลเลียเฟอร์โร (Sarah Taliaferro) แต่งงานในปี ค.ศ. 1710 มีบุตรด้วยกัน 4 คน ได้แก่ เจอร์ราร์ด, โทมัส, ฟรานซิส และซาร่า เมสัน

บั้นปลายชีวิต

จอร์จ เมสัน รุ่นที่ 2 เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1716 ที่พอร์ตท็อบแบ็กโก (Port Tobacco) เทศมณฑลชาร์ลส์ รัฐแมริแลนด์ ร่างของเขาถูกฝังไว้บนเนินเขาใกล้กับบิดา ณ บริเวณที่ตั้งเดิมของไร่แอคโคคีค ในเทศมณฑลสแตฟฟอร์ด รัฐเวอร์จิเนีย

คำถามที่พบบ่อย

จอร์จ เมสัน รุ่นที่ 2 มีความสำคัญอย่างไรต่อตระกูลเมสัน?

เขามีบทบาทสำคัญในการขยายตระกูลเมสันให้เป็นหนึ่งในตระกูลชั้นนำของเวอร์จิเนีย (First Families of Virginia) ผ่านการมีบุตรจำนวนมากและการดำรงตำแหน่งทางการเมืองและสังคมที่สำคัญ

จอร์จ เมสัน รุ่นที่ 2 ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดบ้าง?

เขาเคยเป็นตัวแทนในสภาเบอร์เจส (House of Burgesses), นายอำเภอ, ผู้พิพากษาสันติราษฎร์ และผู้บัญชาการเทศมณฑลของเทศมณฑลสแตฟฟอร์ด

จอร์จ เมสัน รุ่นที่ 2 ทำอาชีพอะไรนอกเหนือจากงานการเมือง?

เขาเป็นเจ้าของไร่ (Planter) โดยมีการปลูกยาสูบ ทำสวนผลไม้ และเลี้ยงปศุสัตว์ที่ไร่โชพาวัมซิก

ใครคือบุคคลสำคัญในตระกูลเมสันที่สืบเชื้อสายมาจากเขา?

หลานชายของเขาคือ จอร์จ เมสัน รุ่นที่ 4 ซึ่งเป็นหนึ่งในบิดาผู้ก่อตั้งสหรัฐอเมริกา