← กลับไปยังบทความทั้งหมด

สตีเฟน แฮร์ริแมน ลอง วิศวกรและนักสำรวจผู้บุกเบิกของสหรัฐอเมริกา

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นผู้นำการสำรวจดินแดนทางตะวันตกของสหรัฐฯ ระหว่างปี 1817-1823 ซึ่งรวมถึงการสำรวจที่ราบลุ่มตอนกลาง
  • จดสิทธิบัตร 'สะพานลองทรัส' (Long truss) ซึ่งเป็นนวัตกรรมวิศวกรรมโครงสร้างไม้ที่ใช้การคำนวณทางวิเคราะห์
  • มีบทบาทสำคัญในการสำรวจและวางรากฐานระบบรถไฟยุคแรกของสหรัฐฯ เช่น สาย Baltimore and Ohio
  • รับราชการในกองทัพบกสหรัฐฯ ในฐานะวิศวกรภูมิประเทศและทหารช่างจนมียศพันเอก

สตีเฟน แฮร์ริแมน ลอง (Stephen Harriman Long; 30 ธันวาคม 1784 – 4 กันยายน 1864) เป็นนายทหารกองทัพบกสหรัฐอเมริกา วิศวกรภูมิประเทศ วิศวกรโยธา และนักประดิษฐ์ ผู้มีบทบาทสำคัญในหลายด้าน ทั้งงานวิศวกรรมทหาร การสำรวจทางวิทยาศาสตร์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง และการวางรากฐานระบบรถไฟและวิศวกรรมสะพานในยุคแรกของสหรัฐอเมริกา

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาคือการนำคณะสำรวจของรัฐบาลกลางไปยังดินแดนทางตะวันตกของแม่น้ำมิสซิสซิปปีระหว่างปี 1817 ถึง 1823 ซึ่งรวมถึงการสำรวจที่ราบลุ่มตอนกลาง (Great Plains) ในปี 1820 ซึ่งนำไปสู่การเรียกพื้นที่บางส่วนของภูมิภาคนี้ว่า "ทะเลทรายอันยิ่งใหญ่" (Great Desert) ในสมัยนั้น

ภาพพอร์ตเทรตของสตีเฟน แฮร์ริแมน ลอง
สตีเฟน แฮร์ริแมน ลอง นายทหารและวิศวกรผู้บุกเบิก

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา

ลองเกิดที่เมืองฮอพคินตัน รัฐนิวแฮมป์เชียร์ เป็นบุตรของโมเสส และลูซี่ ลอง เขาเข้าศึกษาที่วิทยาลัยดาร์ตมัธ (Dartmouth College) และสำเร็จการศึกษาในปี 1809

หลังจบการศึกษา ลองทำงานเป็นครูในรัฐนิวแฮมป์เชียร์และต่อมาที่เจอร์แมนทาวน์ รัฐเพนซิลเวเนีย ในช่วงนี้เขาได้พัฒนาทักษะทางกลไกและสร้างเครื่องจักรไฮดรอลิกที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งทำให้เขาเป็นที่รู้จักของ โจเซฟ การ์ดเนอร์ สวิฟต์ (Joseph Gardner Swift) หัวหน้าวิศวกรของกองทัพบกสหรัฐฯ ในขณะนั้น

สวิฟต์เล็งเห็นถึงความสามารถทางกลไกของลอง จึงจ้างเขาในฐานะวิศวกรพลเรือนเพื่อปรับปรุงระบบป้องกันท่าเรือนิวยอร์ก ต่อมาในปี 1814 ลองได้รับแต่งตั้งเป็นร้อยตรีในกองพันทหารช่าง (Corps of Engineers) ของกองทัพบกสหรัฐฯ

เส้นทางอาชีพในกองทัพบกสหรัฐฯ (1814–1863)

ลองรับราชการเป็นนายทหารในกองทัพบกสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 1814 จนกระทั่งเกษียณอายุในปี 1863 โดยรับราชการในกองพันทหารช่าง และต่อมาในกองพันวิศวกรภูมิประเทศ (Corps of Topographical Engineers) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1838 ก่อนที่หน่วยงานนี้จะถูกรวมกลับเข้ากับกองพันทหารช่างอีกครั้งในปี 1863 ในช่วงสงครามกลางเมืองอเมริกา เขายังคงปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพฝ่ายสหรัฐฯ และมียศสุดท้ายเป็นพันเอกก่อนเกษียณอายุ

งานวิศวกรรมช่วงแรก (1814–1817)

ระหว่างปี 1815 ถึง 1816 ลองดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์ที่โรงเรียนนายร้อยเวสต์พอยต์ (West Point) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การศึกษาด้านวิศวกรรมในสหรัฐฯ ผูกติดอยู่กับการฝึกทหารอย่างใกล้ชิด

หลังการปรับโครงสร้างกองทัพในปี 1816 ลองได้รับมอบหมายงานด้านภูมิประเทศ โดยเริ่มจากการปรับปรุงระบบป้องกันท่าเรือนิวยอร์ก ซึ่งทำให้เขาได้รับประสบการณ์ด้านการก่อสร้างป้อมปราการหินและการจัดการโลจิสติกส์การก่อสร้างขนาดใหญ่ ต่อมาเขาถูกส่งไปยังเมืองเซนต์หลุยส์เพื่อเตรียมเครื่องมือและบุคลากรสำหรับการสำรวจในลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปี

การสำรวจดินแดนตะวันตกและงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ (1817–1823)

ระหว่างปี 1817 ถึง 1823 ลองนำคณะสำรวจที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกลางไปยังดินแดนทางตะวันตกของแม่น้ำมิสซิสซิปปี โดยเป็นการผสมผสานระหว่างการสำรวจเส้นทางทางทหารและการสังเกตการณ์ทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบ

  • การสำรวจแม่น้ำมิสซิสซิปปี (1817): ลองนำคณะเดินทางขึ้นไปตามแม่น้ำมิสซิสซิปปีจนถึงน้ำตกเซนต์แอนโทนี (Falls of St. Anthony) และเสนอให้จัดตั้งฐานทัพถาวร ซึ่งนำไปสู่การสร้างป้อมสนเนลลิง (Fort Snelling) เพื่อรักษาความมั่นคงในภูมิภาคตอนบนของแม่น้ำมิสซิสซิปปี
  • การสำรวจแม่น้ำมิสซูรี (1818–1819): ลองเป็นผู้นำส่วนงานวิทยาศาสตร์ในการสำรวจเยลโลว์สโตน (Yellowstone Expedition) โดยเขาได้ออกแบบเรือกลไฟชื่อ Western เพื่อใช้ในการเดินทางครั้งนี้
ภาพวาดเรือกลไฟ Western
เรือกลไฟ Western ที่ออกแบบโดยลอง เพื่อใช้ในการสำรวจทางตะวันตก

นวัตกรรมทางวิศวกรรมและสิ่งประดิษฐ์

สะพานลองทรัส (Long Truss)

ในปี 1830 ลองได้จดสิทธิบัตร สะพานลองทรัส (Long truss) ซึ่งเป็นระบบสะพานไม้ที่ใช้การยึดโยงแบบปรับค่าได้ (adjustable compression bracing) และการคำนวณสัดส่วนของชิ้นส่วนโครงสร้างด้วยวิธีทางวิเคราะห์ นักประวัติศาสตร์ถือว่านี่เป็นหนึ่งในการประยุกต์ใช้ระเบียบวิธีทางวิเคราะห์ในวิศวกรรมโครงสร้างยุคแรกของสหรัฐอเมริกา โดยเขาได้พัฒนาแบบจำลองนี้เพิ่มเติมผ่านสิทธิบัตรในปี 1836 และ 1839

การพัฒนาหัวรถจักรไอน้ำ

ในช่วงทศวรรษ 1830 ลองได้ศึกษาและออกแบบหัวรถจักรไอน้ำ โดยได้รับสิทธิบัตรและร่วมมือกับบริษัท Norris locomotive ในฟิลาเดลเฟีย แม้ว่าการออกแบบของเขาจะไม่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย แต่ผลงานของเขาก็มีส่วนช่วยในการทดลองเทคโนโลยีรถไฟไอน้ำในยุคบุกเบิกของสหรัฐฯ

บทบาทในการพัฒนาระบบขนส่ง

ตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1820 เป็นต้นมา ลองมีบทบาทสำคัญในการสำรวจเส้นทางรถไฟภายใต้พระราชบัญญัติการสำรวจทั่วไป (General Survey Act) รวมถึงงานที่เกี่ยวข้องกับรถไฟสายบอลทิมอร์และโอไฮโอ (Baltimore and Ohio Railroad) และรถไฟสายเวสเทิร์นและแอตแลนติก (Western & Atlantic Railroad) งานของเขาเป็นตัวอย่างของการที่วิศวกรทหารนำความรู้ด้านวิศวกรรมและการบริหารจัดการมาประยุกต์ใช้กับระบบขนส่งทางบกในยุคแรก

คำถามที่พบบ่อย

สตีเฟน แฮร์ริแมน ลอง มีชื่อเสียงโดดเด่นในด้านใด?

เขามีชื่อเสียงโดดเด่นใน 3 ด้านหลัก คือ การนำคณะสำรวจทางวิทยาศาสตร์และภูมิศาสตร์ในดินแดนตะวันตกของสหรัฐฯ, การประดิษฐ์ระบบสะพานไม้แบบลองทรัส (Long truss), และการวางรากฐานวิศวกรรมรถไฟในยุคแรกของสหรัฐอเมริกา

การสำรวจของลองส่งผลอย่างไรต่อความเข้าใจในภูมิศาสตร์สหรัฐฯ?

การสำรวจที่ราบลุ่มตอนกลาง (Great Plains) ในปี 1820 ของเขานำไปสู่การเรียกพื้นที่บางส่วนของภูมิภาคนี้ว่า 'ทะเลทรายอันยิ่งใหญ่' (Great Desert) ซึ่งเป็นการสร้างภาพจำของภูมิภาคนี้ในยุคแรก

สะพานลองทรัสมีความสำคัญทางวิศวกรรมอย่างไร?

สะพานลองทรัสเป็นหนึ่งในตัวอย่างแรกๆ ของการนำวิธีทางวิเคราะห์ (analytical methods) มาใช้ในการคำนวณสัดส่วนและโครงสร้างของสะพานไม้ในสหรัฐอเมริกา

ลองรับราชการในกองทัพบกสหรัฐฯ นานเพียงใด?

เขารับราชการตั้งแต่ปี 1814 จนถึงปี 1863 รวมระยะเวลาเกือบ 50 ปี โดยมียศสุดท้ายเป็นพันเอกในกองพันทหารช่างและวิศวกรภูมิประเทศ