← กลับไปยังบทความทั้งหมด

พรรคก้าวหน้าเยอรมัน พรรคการเมืองสมัยใหม่พรรคแรกของเยอรมนี

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นพรรคการเมืองสมัยใหม่พรรคแรกในประวัติศาสตร์เยอรมนี ก่อตั้งในปี 1861
  • เป็นคู่ปรับทางการเมืองที่สำคัญของ ออตโต ฟอน บิสมาร์ก ในช่วงการรวมชาติเยอรมนี
  • เสนอแนวทางการรวมชาติแบบ Kleindeutsche Lösung (รวมชาติโดยไม่มีออสเตรีย)

พรรคก้าวหน้าเยอรมัน (เยอรมัน: Deutsche Fortschrittspartei, DFP) ถือเป็นพรรคการเมืองสมัยใหม่พรรคแรกในเยอรมนี โดยก่อตั้งขึ้นในปี 1861 โดยสมาชิกพรรคเสรีนิยมในสภาผู้แทนราษฎรของปรุสเซีย (Abgeordnetenhaus) เพื่อต่อต้านการดำเนินนโยบายของรัฐมนตรีประธานาธิบดี ออตโต ฟอน บิสมาร์ก

ประวัติการก่อตั้ง

หลังจากการปฏิวัติปี 1848 ที่ล้มเหลว สมาชิกสภาใน Landtag ของปรุสเซียยังคงยึดมั่นในแนวคิดเรื่องรัฐธรรมนูญนิยม (Constitutionalism) ซึ่งพัฒนาขึ้นในยุค Vormärz โดยในช่วงทศวรรษ 1850 กลุ่ม 'Old Liberals' ได้รวมตัวกันรอบตัวของ Georg von Vincke ซึ่งเป็นข้าราชการและเจ้าของที่ดิน (Junker) ชาวปรุสเซียที่มีแนวคิดอนุรักษนิยมเดิม

เมื่อนโยบายของปรุสเซียภายใต้การนำของพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 เริ่มเปลี่ยนไปสู่จุดยืนที่สายกลางมากขึ้นในปี 1858 กลุ่มปีกซ้ายภายใต้การนำของ Max von Forckenbeck ได้แยกตัวออกมาและร่วมมือกับสมาชิกของสมาคมแห่งชาติเยอรมัน เพื่อก่อตั้งพรรคก้าวหน้าเยอรมันขึ้น โดยมีผู้ก่อตั้งสำคัญ ได้แก่ Rudolf Virchow, Theodor Mommsen, Werner von Siemens และ Johann Jacoby

อุดมการณ์และเป้าหมาย

พรรคก้าวหน้าเยอรมันได้เสนอแนวทางในการแก้ไข 'ปัญหาเยอรมัน' (German Question) โดยเสนอให้มีการรวมชาติเยอรมันโดยมีปรุสเซียเป็นศูนย์กลางอำนาจ (Kleindeutsche Lösung) ซึ่งเป็นการรวมชาติโดยไม่มีออสเตรีย

  • ประชาธิปไตยแบบตัวแทน: พรรคเรียกร้องเรียกร้องให้มีประชาธิปไตยแบบตัวแทน แม้ว่าจะยังไม่เรียกร้องสิทธิการเลือกตั้งสากลในขณะนั้น
  • หลักนิติธรรม: เรียกร้องให้มีการนำหลักนิติธรรม (Rule of Law) มาใช้
  • การกระจายอำนาจ: ต้องการให้รัฐบาลท้องถิ่นมีความรับผิดชอบและอำนาจมากขึ้น

ก่อนการผงาดขึ้นของพรรคโซเชียลเดโมแครต พรรคก้าวหน้าเยอรมันถือเป็นพรรคปีกซ้ายหลักของเยอรมนี และเป็นพรรคแรกที่ผู้สมัครและสมาชิกสภาดำเนินงานตามแพลตฟอร์มพรรคการเมืองที่ชัดเจน

ความขัดแย้งกับบิสมาร์ก

ด้วยการสนับสนุนจากชนชั้นกลางที่กำลังเติบโต พรรคก้าวหน้าเยอรมันมีกลุ่มก้อนที่ใหญ่ที่สุดในสภาล่างของปรุสเซียระหว่างปี 1861 ถึง 1865 อย่างไรก็ตาม ในปี 1862 พรรคได้ปฏิเสธที่จะผ่านงบประมาณสำหรับการปรับโครงสร้างกองทัพปรุสเซีย ซึ่งนำไปสู่การแต่งตั้ง ออตโต ฟอน บิสมาร์ก เป็นรัฐมนตรีประธานาธิบดี

บิสมาร์กใช้สิ่งที่เรียกว่า Lückentheorie หรือ "ทฤษฎีช่องว่าง" เพื่อปกครองโดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาในเรื่องงบประมาณ โดยประกาศสุนทรพจน์ "เลือดและเหล็ก" (Blood and Iron) อันโด่งดัง ซึ่งสร้างความขัดแย้งอย่างรุนแรงกับพรรคก้าวหน้าเยอรมันที่พยายามจะล้มล้างรัฐบาลของเขาแต่ไม่สำเร็จ

การล่มสลายและการแตกตัว

หลังจากชัยชนะของปรุสเซียในสงคราม Austro-Prussian War ปี 1866 บิสมาร์กได้พยายามประนีประนอมกับกลุ่มเสรีนิยม โดยการออกกฎหมายยืนยันอำนาจในการควบคุมงบประมาณของรัฐสภา แต่ก็มีการให้อภัยโทษสำหรับการกระทำที่พลการของรัฐบาลที่ผ่านมา

สิ่งนี้ทำให้กลุ่มเสรีนิยมเกิดความแตกแยกภายใน พรรคก้าวหน้าเยอรมันจึงแตกตัวออกเป็นสองส่วน: กลุ่มปีกขวาที่สนับสนุนนโยบายของบิสมาร์กได้แยกตัวออกไปก่อตั้ง พรรคเสรีนิยมแห่งชาติ (National Liberal Party) ในปี 1867 ขณะที่กลุ่มปีกซ้ายในเยอรมนีตอนใต้ได้แยกตัวออกไปก่อตั้ง พรรคประชาชนเยอรมัน (German People's Party) ในปี 1868

คำถามที่พบบ่อย

พรรคก้าวหน้าเยอรมันก่อตั้งขึ้นเพื่ออะไร?

ก่อตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านนโยบายของรัฐบาลปรุสเซีย โดยเฉพาะการดำเนินงานของ ออตโต ฟอน บิสมาร์ก และเพื่อผลักดันแนวคิดเสรีนิยมและรัฐธรรมนูญนิยมในเยอรมนี

ทฤษฎีช่องว่าง (Lückentheorie) ของบิสมาร์กส่งผลกระทบต่อพรรคอย่างไร?

ทฤษฎีช่องว่างทำให้บิสมาร์กสามารถปกครองและดำเนินนโยบายโดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากงบประมาณของรัฐสภา ซึ่งทำให้พรรคก้าวหน้าเยอรมันที่ครองเสียงข้างมากในสภาล่างสูญเสียอำนาจในการตรวจสอบรัฐบาล

พรรคก้าวหน้าเยอรมันแตกตัวออกเป็นพรรคการเมืองใดบ้าง?

พรรคแตกตัวออกไปเป็นพรรคเสรีนิยมแห่งชาติ (National Liberal Party) ในปี 1867 และพรรคประชาชนเยอรมัน (German People's Party) ในปี 1868