การประหัตประหารกลุ่มคนรักเพศเดียวกันในเยอรมนีสมัยนาซี
สรุปใจความสำคัญ
- มาตรา 175 ของประมวลกฎหมายอาญาเยอรมันถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการจับกุมและประหัตประหารกลุ่มคนรักเพศเดียวกันในสมัยนาซี
- มีการประมาณการว่ามีผู้ชาย 100,000 คนถูกจับกุม และประมาณ 5,000-6,000 คนถูกส่งไปยังค่ายกักกัน
- ผู้ต้องขังกลุ่มคนรักเพศเดียวกันในค่ายกักกันถูกระบุด้วยสัญลักษณ์สามเหลี่ยมสีชมพู และมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 60
- การแก้ไขกฎหมายในปี 1935 ทำให้การเอาผิดทางอาญาทำได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานการร่วมเพศที่ชัดเจน
การประหัตประหารกลุ่มคนรักเพศเดียวกันในเยอรมนีภายใต้ระบอบนาซี (National Socialism) เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกปฏิบัติและความรุนแรงต่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยระบอบนาซีมองว่าพฤติกรรมรักเพศเดียวกันเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติและเป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่พวกเขาอ้างว่าเป็น "การสมคบคิดของชาวยิว" เพื่อบ่อนทำลายประชากรชาวเยอรมัน

บริบททางประวัติศาสตร์และกฎหมาย
ก่อนปี 1933 เยอรมนีเป็นศูนย์กลางของขบวนการเรียกร้องสิทธิคนรักเพศเดียวกันแห่งแรกของโลก โดยมีเมืองใหญ่อย่างเบอร์ลินเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมเกย์ที่รุ่งเรือง อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมทางเพศระหว่างชายกับชายนั้นผิดกฎหมายภายใต้ มาตรา 175 (Paragraph 175) ของประมวลกฎหมายอาญาเยอรมัน ซึ่งประกาศใช้หลังการรวมชาติในปี 1871
ในช่วงก่อนยุคนาซี การบังคับใช้มาตรา 175 ไม่ได้มีความเข้มงวดมากนัก ศาลสูงสุดของเยอรมนีระบุว่าการจะลงโทษได้ต้องมีหลักฐานการร่วมเพศที่ชัดเจน ทำให้มีผู้ถูกตัดสินโทษจำนวนน้อยและส่วนใหญ่ได้รับเพียงโทษปรับ ส่งผลให้กลุ่มคนรักเพศเดียวกันสามารถดำเนินชีวิตในพื้นที่กึ่งสาธารณะและพื้นที่ส่วนตัวได้อย่างค่อนข้างอิสระ
การกวาดล้างและมาตรการของระบอบนาซี
หลังจากพรรคนาซีขึ้นสู่อำนาจในปี 1933 ได้เริ่มดำเนินการกวาดล้างศัตรูทางการเมืองและกลุ่มคนที่ถูกมองว่า "ไม่พึงประสงค์" ทันที โดยในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 1933 กระทรวงมหาดไทยปรัสเซียได้สั่งการให้ตำรวจปิดสถานประกอบการที่ให้บริการแก่ "บุคคลที่หมกมุ่นในพฤติกรรมทางเพศที่ผิดธรรมชาติ" ซึ่งนำไปสู่การปิดบาร์และคลับเกย์ทั่วประเทศ
การแก้ไขกฎหมายมาตรา 175
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังจากการกวาดล้างเอิร์นสต์ เริม (Röhm purge) ในปี 1934 ซึ่งทำให้การประหัตประหารกลุ่มคนรักเพศเดียวกันกลายเป็นลำดับความสำคัญของรัฐตำรวจนาซี ในปี 1935 ระบอบนาซีได้แก้ไขมาตรา 175 ให้มีความเข้มงวดขึ้น โดยขยายขอบเขตการเอาผิดให้ครอบคลุมถึงพฤติกรรมที่ "ไม่เหมาะสม" แม้จะไม่มีการร่วมเพศเกิดขึ้นจริง ทำให้การจับกุมและตัดสินโทษเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ผลกระทบและการส่งตัวไปยังค่ายกักกัน
ระหว่างปี 1933 ถึง 1945 มีการประมาณการว่ามีผู้ชายประมาณ 100,000 คนถูกจับกุมในข้อหารักเพศเดียวกัน โดยในจำนวนนี้ประมาณ 50,000 คนถูกตัดสินโทษโดยศาลพลเรือน และอีกประมาณ 6,400 ถึง 7,000 คนถูกตัดสินโดยศาลทหาร
ผู้ถูกจับกุมจำนวน 5,000 ถึง 6,000 คนถูกส่งตัวไปยังค่ายกักกันนาซี ซึ่งผู้ต้องขังกลุ่มนี้มักถูกระบุตัวด้วย สามเหลี่ยมสีชมพู (Pink Triangle) อัตราการเสียชีวิตของผู้ต้องขังกลุ่มคนรักเพศเดียวกันถูกประมาณการไว้ที่ร้อยละ 60 ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่ากลุ่มผู้ต้องขังกลุ่มอื่น เนื่องจากถูกปฏิบัติอย่างทารุณและถูกกดขี่อย่างหนักภายในค่าย
มรดกและการยอมรับในภายหลัง
หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง กลุ่มคนรักเพศเดียวกันไม่ได้รับการยอมรับในฐานะเหยื่อของระบอบนาซีในทันที เนื่องจากมาตรา 175 ยังคงมีผลบังคับใช้ในรัฐสืบทอดของเยอรมนี ทำให้เหยื่อจำนวนมากไม่กล้าเปิดเผยประสบการณ์ของตน
จนกระทั่งในช่วงขบวนการปลดปล่อยเกย์ (Gay Liberation Movement) ในทศวรรษ 1970 ประเด็นการประหัตประหารนี้จึงได้รับความสนใจจากสาธารณชน และมีการนำสัญลักษณ์สามเหลี่ยมสีชมพูกลับมาใช้ใหม่ในฐานะสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้และความภาคภูมิใจของกลุ่ม LGBT
คำถามที่พบบ่อย
มาตรา 175 คืออะไร?
คือมาตราในประมวลกฎหมายอาญาของเยอรมนีที่กำหนดให้พฤติกรรมทางเพศระหว่างชายกับชายเป็นความผิดทางอาญา ซึ่งระบอบนาซีได้นำมาแก้ไขให้เข้มงวดขึ้นในปี 1935 เพื่อใช้กวาดล้างกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน
ทำไมระบอบนาซีถึงประหัตประหารกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน?
นาซีมองว่าพฤติกรรมรักเพศเดียวกันเป็นภัยต่อการเพิ่มประชากรของชาวอารยัน และอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสมคบคิดของชาวยิวเพื่อบ่อนทำลายความแข็งแกร่งของชาติเยอรมัน
สัญลักษณ์สามเหลี่ยมสีชมพูมีความหมายอย่างไรในบริบทนี้?
ในค่ายกักกันนาซี สามเหลี่ยมสีชมพูถูกใช้เพื่อระบุตัวผู้ต้องขังที่เป็นกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน ซึ่งต่อมาในทศวรรษ 1970 สัญลักษณ์นี้ถูกนำกลับมาใช้ใหม่เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการรำลึกและสิทธิของกลุ่ม LGBT


