← กลับไปยังบทความทั้งหมด

อัลบั้ม Gnosis โดยวง Gnidrolog

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นอัลบั้มสตูดิโอชุดที่ 3 ของวง Gnidrolog และเป็นการกลับมาบันทึกเสียงในรอบ 27 ปี
  • มีการบันทึกเสียงข้ามทวีประหว่างอังกฤษและออสเตรเลีย
  • มีการใช้เครื่องดนตรีพื้นเมืองอย่างดิดเจริดู (Didgeridoo) เพื่อสร้างเอกลักษณ์ทางดนตรี
  • มีส่วนร่วมจากนักดนตรีชื่อดัง เช่น Chris Copping จากวง Procol Harum และ Rick Kemp จากวง Steeleye Span

Gnosis เป็นอัลบั้มลำดับที่ 4 และเป็นสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 ของวงโปรเกรสซีฟร็อก (Progressive Rock) สัญชาติอังกฤษนามว่า Gnidrolog โดยชื่ออัลบั้ม "Gnosis" มีความหมายถึงความรู้และความเข้าใจทางจิตวิญญาณหรือความรู้ศักดิ์สิทธิ์

การผลิตและการบันทึกเสียง

อัลบั้มชุดนี้ถือเป็นการกลับมาบันทึกเสียงในสตูดิโอครั้งแรกของวงในรอบ 27 ปี โดยมีการบันทึกเสียงในหลายสถานที่และหลายทวีป ซึ่งสะท้อนถึงความหลากหลายของดนตรีในอัลบั้ม:

  • Select Sound Studios (เมืองแคนส์ ประเทศออสเตรเลีย): เป็นสถานที่บันทึกเสียงหลัก โดยมี Nigel Pegrum รับหน้าที่วิศวกรเสียงและโปรดิวเซอร์
  • Music City Studios (ลอนดอน): ใช้บันทึกเสียงเพลง "Repent Harlequin", "Two Helens" และเพลงชื่อเดียวกับอัลบั้ม (Gnosis) โดยมี Joe Suarez เป็นวิศวกรเสียง และ Nessa Glen เป็นโปรดิวเซอร์ ภายใต้การสนับสนุนของ Sarastro Music
  • Woodstock Studios (เมลเบิร์น): ใช้บันทึกเสียงเครื่องดนตรี Hammond B3 Organ โดย Chris Copping (สมาชิกวง Procol Harum) ซึ่งมี Tim Dudfield เป็นวิศวกรเสียง

ในส่วนของขั้นตอนหลังการผลิต (Post-production) ได้รับการดูแลโดย David J Burrows และ Stewart Goldring และทำการมาสเตอริ่งโดย David J Burrows ที่ Disques rue Bis

ลักษณะทางดนตรีและองค์ประกอบ

อัลบั้ม Gnosis มีความโดดเด่นในด้านความหลากหลาย (Eclectic) ทั้งในแง่ของสถานที่บันทึกเสียงที่ครอบคลุมหลายทวีป และการนำเครื่องดนตรีพื้นเมืองมาใช้ เช่น ดิดเจริดู (Didgeridoo) ของชาวอะบอริจินในออสเตรเลีย เพื่อสร้างมิติทางเสียงที่แปลกใหม่

การกลับมาในครั้งนี้เป็นการร่วมงานกันอีกครั้งของสมาชิกวง Gnidrolog จากยุค 1970 โดยมีการเพิ่มสมาชิกใหม่อย่าง Rick Kemp จากวง Steeleye Span และ Nessa Glen เข้ามาเสริมทัพ เพื่อนำเสนอผลงานเพลงต้นฉบับของพี่น้อง Goldring

รายละเอียดหน้าปกอัลบั้ม

หน้าปกของอัลบั้มปรากฏรูปพีระมิดที่มีชื่ออัลบั้มอยู่ภายใน และที่มุมขวาล่างมีคำภาษาละตินสองคำคือ "prospice" (มองไปข้างหน้า) และ "respice" (มองย้อนกลับไป)

รายชื่อบุคลากรในอัลบั้ม

สมาชิกหลัก

  • Colin Goldring: ร้องนำ, กีตาร์ไฟฟ้าและอะคูสติก, รีคอร์เดอร์, ฮาร์โมนิกา, ร้องประสาน
  • Stewart Goldring: กีตาร์ไฟฟ้าและคลาสสิก, ร้องประสาน
  • Rick Kemp: กีตาร์เบส, ร้องประสาน
  • Nigel Pegrum: กลอง, เครื่องเคาะ, ฟลูต
  • Nessa Glen: ออร์แกน Hammond, ตัวอย่างเสียงแก้วสี (Bowed glass samples), คาลิมบา, คีย์บอร์ด, ฮาร์ปซิคอร์ด, คีย์บอร์ดซิตาร์

นักดนตรีสมทบ

  • David Hudson: ดิดเจริดู ในเพลง "Woolunga" ("Safe Haven")
  • Ash Dargan: ดิดเจริดู ในเพลง "Bells of Prozac"
  • Chris Copping: ออร์แกน Hammond B3 ในเพลง "Kings of Rock" และ "Going to France"

คำถามที่พบบ่อย

อัลบั้ม Gnosis มีความหมายว่าอย่างไร?

คำว่า Gnosis หมายถึง ความรู้และความเข้าใจทางจิตวิญญาณหรือความรู้ศักดิ์สิทธิ์

ทำไมอัลบั้มนี้ถึงมีความโดดเด่นในด้านการผลิต?

เพราะมีการบันทึกเสียงในหลายสถานที่ข้ามทวีป ทั้งในลอนดอน เมลเบิร์น และแคนส์ โดยใช้สตูดิโอที่แตกต่างกันเพื่อให้ได้เสียงที่ต้องการ

เครื่องดนตรีพื้นเมืองชนิดใดที่ถูกนำมาใช้ในอัลบั้มนี้?

มีการใช้ดิดเจริดู (Didgeridoo) ซึ่งเป็นเครื่องเป่าพื้นเมืองของชาวอะบอริจินในออสเตรเลีย

ใครคือสมาชิกที่เพิ่มเข้ามาในการกลับมาทำอัลบั้มนี้?

มีการเพิ่ม Rick Kemp จากวง Steeleye Span และ Nessa Glen เข้ามาในทีมงานผลิตและบรรเลงดนตรี

คำบนหน้าปกอัลบั้ม 'prospice' และ 'respice' หมายถึงอะไร?

เป็นคำภาษาละติน โดย prospice หมายถึงการมองไปข้างหน้า และ respice หมายถึงการมองย้อนกลับไป