ตำแหน่งจอมพลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและประวัติศาสตร์ยศทหารสูงสุดของจีน
สรุปใจความสำคัญ
- ต้าหยวนซ่วย (Dayuanshuai) คือยศจอมพล ซึ่งเป็นยศทหารสูงสุดในประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่
- ในยุคสาธารณรัฐจีน ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งจอมพล ได้แก่ หยวน ซื่อไข่, ซุน ยัตเซ็น และจาง จั้วหลิน
- ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ยศจอมพลถูกกำหนดให้เป็นยศสูงสุดในปี 1955 แต่เหมา เจ๋อตง ปฏิเสธการรับยศนี้ ทำให้ไม่มีใครเคยดำรงยศนี้อย่างเป็นทางการ
ต้าหยวนซ่วย (จีนตัวย่อ: 大元帅; จีนตัวเต็ม: 大元帥; พินอิน: Dàyuánshuài) เป็นคำเรียกตำแหน่งหรือยศทางทหารระดับสูงสุดของจีน ซึ่งโดยทั่วไปแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า Grand Marshal หรือในภาษาไทยคือ จอมพล ตำแหน่งนี้มีวิวัฒนาการมาจากการเป็นตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดในสมัยโบราณ สู่การเป็นยศทางทหารอย่างเป็นทางการในสมัยใหม่

วิวัฒนาการของตำแหน่งจอมพลในประวัติศาสตร์จีน
ยุคโบราณและราชวงศ์
ในบริบทของจีนโบราณ คำว่า "จอมพล" หรือ "แม่ทัพใหญ่" (大將軍 - Dàjiāngjūn) ถูกใช้เป็นตำแหน่งสำหรับผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตัวอย่างเช่น ในราชวงศ์เหลียว ตำแหน่ง "จอมพลแห่งกองทหารและม้าทั่วหล้า" เป็นตำแหน่งสำคัญสำหรับมกุฎราชกุมารหรือรัชทายาท อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งเหล่านี้ในสมัยโบราณถือเป็นตำแหน่งในราชสำนักมากกว่าจะเป็นยศทางทหารที่มีโครงสร้างชัดเจน
ยุคสาธารณรัฐจีน (Republic of China)
ในช่วงต้นของยุคสาธารณรัฐจีน ตำแหน่ง "จอมพลแห่งกองทัพบกและกองทัพเรือ" (陸海軍大元帥) ถูกนำมาใช้โดยบุคคลสำคัญหลายท่าน ได้แก่:
- หยวน ซื่อไข่ (Yuan Shikai) ในปี ค.ศ. 1913
- ซุน ยัตเซ็น (Sun Yat-sen) ในปี ค.ศ. 1917
- จาง จั้วหลิน (Zhang Zuolin) ในปี ค.ศ. 1927
ต่อมา รัฐบาลก๊กมินตั๋งได้เปลี่ยนตำแหน่งนี้เป็น "นายพลชั้นพิเศษ" (特級上將 - Tèjí Shàngjiàng) หรือ Generalissimo ซึ่งมอบให้แก่ เจียง ไคเชก ในปี ค.ศ. 1935 และในช่วงสงครามต่อต้านญี่ปุ่น (ค.ศ. 1937) เจียง ไคเชก ยังได้รับตำแหน่ง "จอมพลแห่งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศแห่งสาธารณรัฐจีน" ซึ่งถือเป็นตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดในเชิงสัญลักษณ์และไม่เป็นทางการในขณะนั้น
ยศจอมพลในสาธารณรัฐประชาชนจีน (PRC)
หลังจากสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ระบบยศทางทหารได้ถูกนำมาพิจารณาเพื่อสร้างความเป็นมาตรฐานและทันสมัยให้กับกองทัพ

การนำระบบยศมาใช้และอุปสรรค
เดิมทีกองทัพปลดแอกประชาชน (PLA) และกองกำลังบรรพบุรุษ เช่น กองทัพแดงของคนงานและชาวนา ไม่เคยใช้ระบบยศทหาร แม้จะมีการพิจารณาในปี ค.ศ. 1939, 1946 และ 1948 แต่ก็ถูกปฏิเสธในตอนแรก
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วง สงครามเกาหลี เมื่อกองทัพอาสาสมัครจีนต้องปฏิบัติการร่วมกับกองทัพประชาชนเกาหลี ซึ่งมีระบบยศชัดเจน ทำให้เกิดความไม่สะดวกในการสั่งการและการประสานงาน นอกจากนี้ ในการเจรจาสงบศึกกับสหรัฐอเมริกา ตัวแทนฝ่ายจีนไม่มียศทางทหาร ทำให้ต้องมีการกำหนด "ยศชั่วคราว" เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในการเจรจา เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ เผิง เต๋อหวย ผู้บัญชาการกองทัพอาสาสมัครจีน เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการจัดตั้งระบบยศทหารเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานระดับสากล
ยศจอมพลที่ไม่มีผู้ครองตำแหน่ง
ในปี ค.ศ. 1955 สาธารณรัฐประชาชนจีนได้สถาปนาระบบยศทหารอย่างเป็นทางการ โดยกำหนดให้ "จอมพลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน" (中华人民共和国大元帅) เป็นยศสูงสุดในระบบ แต่เมื่อมีการเสนอให้มอบยศนี้แก่ เหมา เจ๋อตง ประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีน ท่านได้ปฏิเสธการรับยศดังกล่าว พร้อมทั้งสั่งให้มอบยศเฉพาะแก่เจ้าหน้าที่ที่ยังปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพปลดแอกประชาชนเท่านั้น ส่งผลให้ผู้นำระดับสูงคนอื่นๆ เช่น เติ้ง เสี่ยวผิง, หลิว เส้าฉี และ โจว เอินไหล ปฏิเสธการรับยศทางทหารเช่นกัน
คำถามที่พบบ่อย
ต้าหยวนซ่วย คืออะไร?
ต้าหยวนซ่วย (Dayuanshuai) คือยศทางทหารระดับสูงสุดของจีน ซึ่งแปลว่า 'จอมพล' (Grand Marshal) ใช้เรียกผู้บัญชาการทหารสูงสุดในประวัติศาสตร์จีน
ทำไมเหมา เจ๋อตง ถึงปฏิเสธยศจอมพล?
เหมา เจ๋อตง ปฏิเสธยศจอมพลในปี 1955 เนื่องจากต้องการให้ยศทางทหารมอบให้เฉพาะแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพปลดแอกประชาชน (PLA) และเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์
ระบบยศทหารของจีนถูกนำมาใช้เพราะเหตุผลใดในช่วงสงครามเกาหลี?
เนื่องจากกองทัพอาสาสมัครจีนไม่มีระบบยศ ทำให้เกิดปัญหาในการประสานงานกับกองทัพประชาชนเกาหลีที่มีระบบยศ และเกิดความเสียเปรียบในเชิงพิธีการระหว่างการเจรจากับกองทัพสหรัฐฯ
ใครคือบุคคลสุดท้ายที่ดำรงตำแหน่งจอมพลในยุคสาธารณรัฐจีน?
เจียง ไคเชก คือบุคคลสุดท้ายที่ดำรงตำแหน่งจอมพลแห่งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศแห่งสาธารณรัฐจีน ในช่วงสงครามต่อต้านญี่ปุ่น
