← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ข้อพิพาทดินแดนเอสเซกวิโบระหว่างกายานาและเวเนซุเอลา

สรุปใจความสำคัญ

  • พื้นที่ข้อพิพาทมีขนาดประมาณ 159,500 ตารางกิโลเมตร ทางตะวันตกของแม่น้ำเอสเซกวิโบ
  • กายานาควบคุมพื้นที่โดยอ้างอิงตามคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการที่ปารีส ปี 1899
  • เวเนซุเอลาอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนโดยอ้างว่าคำตัดสินปี 1899 ไม่เป็นธรรม และอ้างอิงข้อตกลงเจนีวา ปี 1966
  • ปัจจุบันคดีนี้อยู่ภายใต้การพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ)

ข้อพิพาทดินแดนเอสเซกวิโบ (Essequibo dispute) เป็นความขัดแย้งทางพรมแดนที่ยืดเยื้อระหว่างประเทศกายานาและประเทศเวเนซุเอลา โดยครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 159,500 ตารางกิโลเมตร ทางตะวันตกของแม่น้ำเอสเซกวิโบ พื้นที่ส่วนใหญ่ในปัจจุบันอยู่ภายใต้การควบคุมของกายานา แต่เวเนซุเอลายังคงอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนแห่งนี้โดยเรียกชื่อว่า รัฐกวายานา เอสเซกวิบา (Guayana Esequiba)

แผนที่แสดงพื้นที่ข้อพิพาทเอสเซกวิโบ
แผนที่แสดงขอบเขตพื้นที่ทับซ้อนในภูมิภาคเอสเซกวิโบระหว่างกายานาและเวเนซุเอลา

ที่มาและประวัติศาสตร์ยุคอาณานิคม

ความขัดแย้งนี้เป็นมรดกตกทอดมาจากยุคอาณานิคม โดยมีสเปน (ตัวแทนของเวเนซุเอลาในเวลาต่อมา) และเนเธอร์แลนด์กับสหราชอาณาจักร (ตัวแทนของกายานา) เป็นคู่ขัดแย้งหลัก ในปี ค.ศ. 1835 รัฐบาลอังกฤษได้มอบหมายให้ โรเบิร์ต เฮอร์มันน์ ชอมเบิร์ก (Robert Hermann Schomburgk) นักสำรวจชาวเยอรมัน ทำการสำรวจพรมแดนของบริติชกายานา ซึ่งนำไปสู่การกำหนดเส้นแบ่งที่เรียกว่า "เส้นชอมเบิร์ก" (Schomburgk Line) อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเวเนซุเอลาไม่ยอมรับเส้นแบ่งนี้

ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นในปี ค.ศ. 1876 หลังจากการค้นพบเหมืองทองคำในภูมิภาคนี้ นำไปสู่การตัดความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเวเนซุเอลาและสหราชอาณาจักรในปี ค.ศ. 1887 จนกระทั่งมีการเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการโดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นตัวกลาง

การตัดสินของอนุญาโตตุลาการและข้อตกลงระหว่างประเทศ

คำตัดสินที่ปารีส ค.ศ. 1899

ผลการตัดสินของอนุญาโตตุลาการที่ปารีสในปี ค.ศ. 1899 ได้ตัดสินให้พื้นที่ส่วนใหญ่ตกเป็นของบริติชกายานา ซึ่งเป็นรากฐานที่กายานาใช้ในการอ้างสิทธิ์การครอบครองดินแดนในปัจจุบัน

ข้อตกลงเจนีวา ค.ศ. 1966

ในปี ค.ศ. 1949 มีการเปิดเผยบันทึกของ เซเวโร มัลเล็ต-เพรวอสต์ (Severo Mallet-Prevost) ซึ่งระบุว่าคำตัดสินในปี 1899 เกิดจากแรงกดดันทางการเมืองระหว่างรัสเซียและอังกฤษ ทำให้เวเนซุเอลาร้องเรียนต่อสหประชาชาติในปี ค.ศ. 1962 จนนำไปสู่การลงนามใน ข้อตกลงเจนีวา (Geneva Agreement) เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1966 ระหว่างสหราชอาณาจักร เวเนซุเอลา และบริติชกายานา เพื่อหาทางออกที่สันติและน่าพึงพอใจสำหรับทุกฝ่าย

สถานการณ์ปัจจุบันและความขัดแย้งล่าสุด

เนื่องจากไม่สามารถตกลงกันได้ เลขาธิการสหประชาชาติจึงส่งเรื่องให้ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) พิจารณา ซึ่งศาลได้ยอมรับคำร้องของกายานาเพื่อตัดสินข้อพิพาทนี้เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 2020

สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2023 เมื่อเวเนซุเอลาจัดการลงประชามติภายในประเทศ ซึ่งผลปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนให้ผนวกภูมิภาคเอสเซกวิโบเป็นรัฐหนึ่งของเวเนซุเอลา และในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2024 เวเนซุเอลาได้ผ่านกฎหมายกำหนดให้เอสเซกวิโบเป็นรัฐใหม่ โดยมีเมืองตูเมเรโม (Tumeremo) เป็นศูนย์กลางการบริหาร ซึ่งสร้างความตึงเครียดทางการทูตอย่างรุนแรงกับกายานาและประชาคมโลก

ข้อมูลประชากร

ในปี ค.ศ. 2023 คาดการณ์ว่าภูมิภาคเอสเซกวิโบมีประชากรประมาณ 125,000 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 15.8 ของประชากรทั้งหมดในประเทศกายานา

คำถามที่พบบ่อย

ภูมิภาคเอสเซกวิโบคืออะไร?

คือพื้นที่ขนาดใหญ่ทางตะวันตกของแม่น้ำเอสเซกวิโบ ซึ่งปัจจุบันกายานาเป็นผู้ปกครอง แต่เวเนซุเอลาอ้างสิทธิ์ว่าเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนตน

ทำไมเวเนซุเอลาถึงไม่ยอมรับคำตัดสินปี 1899?

เวเนซุเอลาอ้างว่าคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการที่ปารีสในปี 1899 เกิดจากการสมคบคิดทางการเมืองระหว่างอังกฤษและรัสเซีย และไม่สะท้อนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์

ข้อตกลงเจนีวาปี 1966 มีความสำคัญอย่างไร?

เป็นสนธิสัญญาที่ลงนามเพื่อหาทางออกที่สันติในการแก้ไขข้อพิพาทดินแดน โดยกำหนดให้มีการเจรจาหรือส่งเรื่องให้องค์กรระหว่างประเทศตัดสินหากไม่สามารถตกลงกันได้

สถานการณ์ล่าสุดในปี 2023-2024 เป็นอย่างไร?

เวเนซุเอลาได้จัดทำประชามติและออกกฎหมายประกาศให้เอสเซกวิโบเป็นรัฐของเวเนซุเอลา ซึ่งสร้างความกังวลเรื่องความมั่นคงในภูมิภาค