← กลับไปยังบทความทั้งหมด

แฮดลีย์ แคนทริล นักจิตวิทยาผู้บุกเบิกการวิจัยมติมหาชน

สรุปใจความสำคัญ

  • แฮดลีย์ แคนทริล เป็นผู้บุกเบิกการนำเทคนิคการสำรวจมติมหาชนมาใช้ในงานวิจัยทางจิตวิทยาสังคม
  • เขาเป็นที่ปรึกษาด้านมติมหาชนให้กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถึง 3 ท่าน ได้แก่ รูสเวลต์, ไอเซนฮาวร์ และเคนเนดี้
  • เขาเป็นผู้คิดค้น 'บันไดของแคนทริล' (Cantril's Ladder) ซึ่งเป็นเครื่องมือวัดระดับความพึงพอใจในชีวิต
  • เขามีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์การโฆษณาชวนเชื่อของนาซีในลาตินอเมริกาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

แฮดลีย์ แคนทริล (Hadley Cantril, Jr.) เป็นนักจิตวิทยาชาวอเมริกันจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ผู้ซึ่งขยายขอบเขตของสาขาวิชาจิตวิทยาให้กว้างขวางขึ้น โดยเขามีบทบาทสำคัญในการนำจิตวิทยาไปประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ เช่น การโฆษณาชวนเชื่อ, การวิจัยมติมหาชน, นโยบายระดับชาติ, ความเข้าใจระหว่างประเทศ และการสื่อสาร

ประวัติและการศึกษา

แคนทริลเกิดในปี ค.ศ. 1906 ที่เมืองไฮรัม รัฐยูทาห์ เขาเริ่มต้นการศึกษาที่วิทยาลัยดาร์ตมัธ (Dartmouth College) และจบการศึกษาระดับปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ในปี 1928 จากนั้นเขาได้ไปศึกษาต่อในเมืองมิวนิกและเบอร์ลิน ก่อนจะจบการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี 1931

หลังจากจบการศึกษา เขาได้กลับมาเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยดาร์ตมัธ และเข้าร่วมคณะอาจารย์ของมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันในปี 1936 ต่อมาเขาได้ดำรงตำแหน่งประธานสถาบันวิเคราะห์การโฆษณาชวนเชื่อ (Institute for Propaganda Analysis) และเป็นหนึ่งในบรรณาธิการผู้ก่อตั้งวารสาร Public Opinion Quarterly นอกจากนี้ เขายังได้ดำรงตำแหน่งประธานภาควิชาจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันอีกด้วย

ผลงานและการวิจัยที่สำคัญ

การวิจัยมติมหาชนและอิทธิพลทางการเมือง

แม้ว่าเขาจะได้รับการฝึกฝนในฐานะนักจิตวิทยา แต่ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของแคนทริลเกี่ยวข้องกับการวิจัยมติมหาชน ซึ่งเป็นหัวข้อที่ใหม่มากในขณะนั้น เขาได้รับอิทธิพลจากความสำเร็จของจอร์จ แกลลัป (George Gallup) และเอลโม โรเปอร์ (Elmo Roper) ในการใช้เทคนิคการสำรวจความคิดเห็น ซึ่งแคนทริลได้นำมาประยุกต์ใช้กับจิตวิทยาสังคมเชิงวิชาการ

แคนทริลได้กลายเป็นที่ปรึกษาของประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลายท่าน เช่น แฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ (FDR), ดไวท์ ดี. ไอเซนฮาวร์ และจอห์น เอฟ. เคนเนดี้ โดยเขาได้ใช้การสำรวจมติมหาชนเพื่อช่วยในการตัดสินใจเชิงนโยบายในจุดวิกฤตของประวัติศาสตร์ เช่น การติดตามทัศนคติของสาธารณชนต่อการช่วยเหลืออังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และการวิเคราะห์ความรู้สึกของเจ้าหน้าที่วิชีในโมร็อกโกก่อนการปฏิบัติการทอร์ช (Operation Torch)

จิตวิทยาการรับรู้และบันไดของแคนทริล

ในเวลาต่อมา แคนทริลได้ร่วมมือกับ อเดลเบิร์ต เอมส์ จูเนียร์ (Adelbert Ames, Jr.) เพื่อพัฒนาวิธีการแบบธุรกรรม (Transactional Method) ในการศึกษาการรับรู้ของมนุษย์ นอกจากนี้ ผลงานที่ถูกอ้างอิงมากที่สุดของเขาคือหนังสือ The Pattern of Human Concerns ซึ่งมีการนำเสนอ "บันไดของแคนทริล" (Cantril's Ladder) ซึ่งเป็นมาตรวัดระดับความพึงพอใจในชีวิตที่ยังคงถูกนำมาใช้ในการวิจัยทางสังคมศาสตร์จนถึงปัจจุบัน

สรุปผลงานทางวิชาการ

แคนทริลได้เขียนหนังสือและงานวิจัยจำนวนมากที่ครอบคลุมหัวข้อที่หลากหลาย เช่น:

  • Social Psychology of Everyday Life (1934): จิตวิทยาสังคมในชีวิตประจำวัน
  • The Invasion from Mars (1940): การศึกษาจิตวิทยาของความตื่นตระหนกจากการฟังวิทยุเรื่อง The War of the Worlds
  • America Faces the War (1940): การศึกษามติมหาชนต่อสงคราม
  • Gauging Public Opinion (1944): การวัดผลมติมหาชน

แคนทริลเป็นนักวิชาการที่เชื่อว่าความรู้ทางจิตวิทยาสามารถนำมาใช้เพื่อปรับปรุงสังคมและสร้างความเข้าใจระหว่างประเทศ เพื่อลดความขัดแย้งและสงคราม

คำถามที่พบบ่อย

บันไดของแคนทริล (Cantril's Ladder) คืออะไร?

เป็นมาตรวัดระดับความพึงพอใจในชีวิตที่ให้ผู้ตอบแบบสอบถามจินตนาการถึงบันได 10 ขั้น โดยขั้นที่ 10 คือชีวิตที่สมบูรณ์แบบที่สุด และขั้นที่ 1 เป็นชีวิตที่เลวร้ายที่สุด เพื่อให้ผู้ตอบระบุว่าชีวิตตนเองอยู่ในขั้นใด

แฮดลีย์ แคนทริล มีบทบาทอย่างไรในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2?

เขาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐบาลสหรัฐฯ โดยใช้การสำรวจมติมหาชนเพื่อประเมินทัศนคติของสาธารณชนต่อการเข้าสู่สงคราม และวิเคราะห์การโฆษณาชวนเชื่อของนาซีในลาตินอเมริกา

แคนทริลศึกษาเรื่องความตื่นตระหนกของสาธารณชนจากอะไร?

เขาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยวิทยุของพรินซ์ตัน ซึ่งศึกษาปฏิกิริยาของประชาชนที่ตื่นตระหนกหลังจากฟังละครวิทยุเรื่อง The War of the Worlds ของ Orson Welles