← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เรือบรรทุกสินค้าแห้งแบบแฮนดี้แมกซ์

สรุปใจความสำคัญ

  • เรือ Handymax เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเรือ Handysize class ที่มีน้ำหนักบรรทุกระหว่าง 40,000 ถึง 50,000 DWT
  • จุดเด่นของเรือประเภทนี้คือการติดตั้งเครนยกสินค้าในตัว ทำให้สามารถเข้าจอดในท่าเรือที่ขาดแคลนอุปกรณ์ยกขนสินค้าได้
  • ความยาวของเรือส่วนใหญ่มักถูกจำกัดไว้ที่ต่ำกว่า 190 เมตร เพื่อให้สอดคล้องกับข้อจำกัดของท่าเรือในบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น

เรือแฮนดี้แมกซ์ (Handymax) และ ซูพรามักซ์ (Supramax) เป็นคำศัพท์ทางสถาปัตยกรรมเรือที่ใช้เรียกเรือบรรทุกสินค้าแห้ง (Bulk Carriers) ขนาดใหญ่ในกลุ่มเรือชั้นแฮนดี้ไซส์ (Handysize class) ซึ่งเป็นกลุ่มเรือที่มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูงและสามารถเข้าถึงท่าเรือได้หลากหลายประเภท

การแบ่งประเภทของเรือชั้นแฮนดี้ไซส์

เรือในกลุ่ม Handysize class ถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทย่อยตามน้ำหนักบรรทุกเดดเวท (Deadweight Tonnage - DWT) ดังนี้:

  • Supramax: มีน้ำหนักบรรทุกระหว่าง 50,000 ถึง 60,000 DWT
  • Handymax: มีน้ำหนักบรรทุกระหว่าง 40,000 ถึง 50,000 DWT
  • Handy: มีน้ำหนักบรรทุกน้อยกว่า 40,000 DWT

เรือประเภทนี้เหมาะสำหรับการขนส่งสินค้าที่มีปริมาณไม่มากนัก และสามารถแยกบรรทุกสินค้าต่างชนิดกันในระวางสินค้า (Holds) ที่แตกต่างกันได้ ในขณะที่การขนส่งสินค้าแห้งปริมาณมหาศาลจะใช้เรือขนาดใหญ่กว่า เช่น Panamax, Capesize, Very Large Ore Carriers (VLOC) และ Chinamax

ลักษณะทางกายภาพและคุณสมบัติทางเทคนิค

เรือ Handymax โดยทั่วไปมีความยาวประมาณ 150 ถึง 200 เมตร อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้อจำกัดของสถานีขนถ่ายสินค้าในบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ทำให้เรือ Handymax จำนวนมากถูกออกแบบให้มีความยาวรวมไม่เกิน 190 เมตร

สำหรับการออกแบบเรือ Handymax และ Supramax ในยุคปัจจุบัน มักจะมีขนาดน้ำหนักบรรทุกอยู่ที่ 52,000 ถึง 58,000 ตัน DWT โดยมีลักษณะเด่นคือ:

  • มีระวางบรรทุกสินค้า 5 ระวาง
  • ติดตั้งเครนยกสินค้า 4 ตัว ซึ่งมีพิกัดน้ำหนักยก (Working Load) ประมาณ 30 ตัน

การติดตั้งเครนในตัวเรือทำให้เรือประเภทนี้สามารถปฏิบัติงานในท่าเรือที่มีโครงสร้างพื้นฐานจำกัดหรือไม่มีเครนยกสินค้าของท่าเรือเองได้ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือขนาดเล็ก

ปัจจัยด้านราคาและการก่อสร้าง

ต้นทุนในการต่อเรือ Handymax ขึ้นอยู่กับกลไกของอุปสงค์และอุปทานในตลาดโลก ตัวอย่างเช่น ในช่วงต้นปี 2007 ต้นทุนการต่อเรืออยู่ที่ประมาณ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เมื่อเศรษฐกิจโลกเติบโตอย่างรวดเร็ว ความต้องการเรือทุกขนาดเพิ่มสูงขึ้นจนเกินขีดความสามารถของอู่ต่อเรือ ส่งผลให้ราคาพุ่งสูงขึ้นกว่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ภายหลังวิกฤตการณ์ทางการเงินปี 2008 ราคาได้ปรับตัวลดลงกลับมาอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และข้อมูลในปี 2018 ระบุว่าราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 23 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง

คำถามที่พบบ่อย

เรือ Handymax แตกต่างจากเรือ Supramax อย่างไร?

ความแตกต่างหลักอยู่ที่น้ำหนักบรรทุก โดยเรือ Supramax จะมีขนาดใหญ่กว่า (50,000 - 60,000 DWT) ในขณะที่เรือ Handymax จะมีน้ำหนักบรรทุกอยู่ที่ 40,000 - 50,000 DWT

ทำไมเรือ Handymax ถึงเป็นที่นิยมในท่าเรือขนาดเล็ก?

เพราะเรือ Handymax ส่วนใหญ่ติดตั้งเครนยกสินค้ามาในตัว (Gear) ทำให้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเครนของท่าเรือในการขนถ่ายสินค้า

เรือ Handymax ใช้ขนส่งสินค้าประเภทใด?

ใช้สำหรับขนส่งสินค้าแห้งเทกอง (Dry Bulk) ที่มีปริมาณไม่มากนัก และสามารถบรรทุกสินค้าหลายชนิดแยกตามระวางสินค้าได้