ฮันนาห์ ดัสตัน เรื่องราวการถูกจับเป็นตัวประกันและการล้างแค้นในยุคอาณานิคม
สรุปใจความสำคัญ
- ฮันนาห์ ดัสตัน ถูกจับเป็นตัวประกันโดยชาวอาเบนากิในปี ค.ศ. 1697 ระหว่างสงครามคิงวิลเลียม
- เธอสังหารผู้คุมชาวอาเบนากิ 10 คนและลอกหนังศีรษะเพื่อนำไปขึ้นเงินรางวัล
- เรื่องราวของเธอถูกนำมาตีความใหม่ในศตวรรษที่ 19 เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการขยายดินแดนและการใช้ความรุนแรงต่อชาวพื้นเมือง
ฮันนาห์ ดัสตัน (Hannah Duston, เดิมชื่อ ฮันนาห์ เอเมอร์สัน) เป็นสตรีชาวพิวริตันในอาณานิคมแมสซาชูเซตส์ ผู้มีชื่อเสียงจากเหตุการณ์ถูกจับเป็นตัวประกันโดยชาวอาเบนากิ (Abenaki) ในช่วงสงครามคิงวิลเลียม (King William's War) เรื่องราวของเธอไม่ได้เป็นเพียงการเอาชีวิตรอด แต่ยังรวมถึงการตอบโต้ด้วยความรุนแรงที่กลายเป็นประเด็นถกเถียงทางจริยธรรมและประวัติศาสตร์ในเวลาต่อมา

ประวัติช่วงต้นและครอบครัว
ฮันนาห์ เอเมอร์สัน เกิดเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ค.ศ. 1657 ที่เมืองฮาเวอร์ฮิลล์ รัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นบุตรสาวคนโตในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 15 คน เมื่ออายุ 20 ปี เธอได้แต่งงานกับ โทมัส ดัสตัน จูเนียร์ ซึ่งเป็นเกษตรกรและช่างทำอิฐ
ครอบครัวเอเมอร์สันของเธอมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญในยุคนั้น โดยน้องสาวของเธอชื่อ เอลิซาเบธ เอเมอร์สัน ถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอในข้อหาฆ่าบุตรของตนเองในปี ค.ศ. 1693 นอกจากนี้ ญาติของเธออีกสองคนยังถูกกล่าวหาว่าใช้เวทมนตร์คาถาและถูกนำตัวขึ้นศาลในช่วงการพิจารณาคดีแม่มดแห่งเซเลม (Salem witch trials) ระหว่างปี ค.ศ. 1692–1693
เหตุการณ์ถูกจับเป็นตัวประกัน
ในวันที่ 15 มีนาคม ค.ศ. 1697 ขณะที่ฮันนาห์มีอายุ 40 ปี เมืองฮาเวอร์ฮิลล์ถูกโจมตีโดยกลุ่มชาวอาเบนากิประมาณ 30 คนจากควิเบก การโจมตีครั้งนี้ส่งผลให้ชาวอาณานิคมเสียชีวิต 27 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเด็กถึงครึ่งหนึ่ง และมีผู้ถูกจับเป็นตัวประกัน 13 ราย
ในขณะที่เกิดเหตุ โทมัสสามีของเธอซึ่งกำลังสร้างบ้านอิฐอยู่ห่างออกไปประมาณครึ่งไมล์ สามารถพาลูก 8 คนหลบหนีไปได้ แต่ฮันนาห์และแมรี เนฟฟ์ (Mary Neff) พยาบาลดูแลเด็ก ถูกจับตัวไปพร้อมกับลูกสาวที่เพิ่งเกิดได้ไม่นานชื่อ มาร์ธา ตามบันทึกที่ฮันนาห์ให้ไว้กับ คอตตอน เมเธอร์ (Cotton Mather) ระบุว่า ระหว่างการเดินทาง ผู้คุมชาวอาเบนากิได้ฆ่ามาร์ธาโดยการฟาดศีรษะของทารกกับต้นไม้
การก่อการและหลบหนี
กลุ่มตัวประกันถูกนำตัวไปยังเกาะแห่งหนึ่งในแม่น้ำเมอร์ริแมก (Merrimack River) บริเวณปากแม่น้ำคอนทูคุก (Contoocook River) ในคืนวันที่ 29 หรือ 30 เมษายน ขณะที่ชาวอาเบนากิกำลังหลับ ฮันนาห์ได้นำทีมแมรี เนฟฟ์ และซามูเอล เลนนาเดอร์สัน (Samuel Lennardson) เด็กชายวัย 14 ปี ก่อการลุกฮือ
ฮันนาห์ใช้ขวานสังหารชายผู้ใหญ่ 2 คน หญิงผู้ใหญ่ 2 คน และเด็ก 6 คน โดยมีเลนนาเดอร์สันช่วยสังหารชายอีกคนหนึ่ง ตามบันทึกระบุว่ามีเด็กคนหนึ่งรอดชีวิตเพราะหลับลึกและมีหญิงชาวอาเบนากิที่บาดเจ็บสาหัสอีกคนหนึ่งที่หนีรอดไปได้
หลังจากสังหารผู้คุมแล้ว พวกเขาได้ทำการ ลอกหนังศีรษะ (scalping) ของผู้เสียชีวิตเพื่อใช้เป็นหลักฐานและเพื่อนำไปขึ้นเงินรางวัลนำจับ ก่อนจะใช้เรือแคนูพายลงตามแม่น้ำในเวลากลางคืนจนกลับถึงเมืองฮาเวอร์ฮิลล์ได้อย่างปลอดภัย
รางวัลนำจับและชีวิตบั้นปลาย
เมื่อกลับถึงบ้าน โทมัส ดัสตัน ได้นำฮันนาห์และเพื่อนร่วมชะตากรรมไปยังบอสตัน พร้อมกับหนังศีรษะ ขวาน และปืนคาบศิลาที่ยึดมาได้ เพื่อขอรับเงินรางวัลจากรัฐบาลแมสซาชูเซตส์ แม้ว่ากฎหมายการจ่ายเงินรางวัลสำหรับการลอกหนังศีรษะจะถูกยกเลิกไปก่อนหน้านั้นแล้ว แต่ในวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ. 1697 ศาลทั่วไปของแมสซาชูเซตส์ได้มีมติมอบเงินรางวัลพิเศษให้แก่พวกเขา โดยฮันนาห์ได้รับ 25 ปอนด์ และเนฟฟ์กับเลนนาเดอร์สันแบ่งกันอีก 25 ปอนด์
หลังจากเหตุการณ์นี้ ฮันนาห์มีลูกสาวอีกคนชื่อ ลิเดีย ในปี ค.ศ. 1698 และใช้ชีวิตอยู่ในฮาเวอร์ฮิลล์ท่ามกลางการโจมตีของชาวอินเดียนแดงที่เกิดขึ้นซ้ำหลายครั้งในปี ค.ศ. 1704, 1707 และ 1708
ในด้านความเชื่อ ฮันนาห์ไม่ค่อยเข้าโบสถ์และไม่ได้รับศีลมหาสนิทจนกระทั่งช่วงบั้นปลายชีวิต โดยเธอได้ขอเข้าเป็นสมาชิกของโบสถ์ Congregational Church ในเมืองฮาเวอร์ฮิลล์อย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1724 เธอเสียชีวิตลงในช่วงปี ค.ศ. 1736 ถึง 1738
มรดกและมุมมองทางประวัติศาสตร์
เรื่องราวของฮันนาห์ ดัสตัน กลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในศตวรรษที่ 19 โดยเธอถูกยกย่องให้เป็นวีรสตรีพื้นบ้านของอเมริกา และถูกเรียกว่าเป็น "มารดาแห่งประเพณีการล่าหนังศีรษะของอเมริกา"
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการสมัยใหม่มองว่าการเชิดชูเธอในศตวรรษที่ 19 เป็นเครื่องมือในการสร้างความชอบธรรมให้กับการใช้ความรุนแรงของชาวผิวขาวต่อชาวพื้นเมืองอเมริกัน โดยนำเสนอว่าการกระทำของเธอเป็นการป้องกันตัวที่บริสุทธิ์และมีคุณธรรม ทั้งนี้เชื่อกันว่าฮันนาห์ ดัสตัน เป็นสตรีชาวอเมริกันคนแรกที่ได้รับเกียรติให้มีรูปปั้นตั้งอยู่
คำถามที่พบบ่อย
ฮันนาห์ ดัสตัน คือใคร?
เธอเป็นสตรีชาวพิวริตันในยุคอาณานิคมแมสซาชูเซตส์ที่ถูกจับเป็นตัวประกันโดยชาวอาเบนากิ และมีชื่อเสียงจากการสังหารผู้คุมเพื่อหลบหนี
ทำไมเธอถึงลอกหนังศีรษะผู้เสียชีวิต?
เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันการสังหารและเพื่อนำไปขอรับเงินรางวัลนำจับ (bounty) จากรัฐบาลอาณานิคมในขณะนั้น
มุมมองต่อ ฮันนาห์ ดัสตัน ในปัจจุบันเป็นอย่างไร?
นักประวัติศาสตร์มองว่าเรื่องราวของเธอถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในศตวรรษที่ 19 เพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่าความรุนแรงต่อชาวพื้นเมืองเป็นสิ่งที่ชอบธรรม
ฮันนาห์ ดัสตัน มีความเกี่ยวข้องกับคดีแม่มดแห่งเซเลมอย่างไร?
ญาติของเธอ (ลูกพี่ลูกน้องและพ่อของลูกพี่ลูกน้อง) ถูกกล่าวหาว่าใช้เวทมนตร์และถูกนำตัวขึ้นศาลในช่วงการพิจารณาคดีแม่มดแห่งเซเลม
เธอหลบหนีออกมาได้อย่างไร?
เธอใช้ขวานสังหารผู้คุมขณะที่พวกเขากำลังหลับ และพายเรือแคนูหนีลงตามแม่น้ำเมอร์ริแมกพร้อมกับตัวประกันคนอื่น ๆ


