ฮาร์ลัน แฮตเชอร์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมิชิแกน
สรุปใจความสำคัญ
- ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมิชิแกนระหว่างปี ค.ศ. 1951-1967
- เป็นผู้ก่อตั้ง Flint Senior College และ Dearborn Center ซึ่งต่อมากลายเป็นมหาวิทยาลัยเต็มรูปแบบ
- เริ่มใช้นโยบาย Affirmative Action ในมหาวิทยาลัยมิชิแกนในปี ค.ศ. 1963
- หอสมุดบัณฑิตศึกษาแฮตเชอร์ (Hatcher Graduate Library) ถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา
ฮาร์ลัน เฮนธอร์น แฮตเชอร์ (Harlan Henthorne Hatcher; 9 กันยายน ค.ศ. 1898 – 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1998) เป็นศาสตราจารย์ด้านวรรณกรรมชาวอเมริกัน และอดีตอธิการบดีคนที่ 8 ของมหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan) โดยดำรงตำแหน่งระหว่างปี ค.ศ. 1951 ถึง 1967 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคมครั้งสำคัญ ทั้งการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมือง และการประท้วงต่อต้านสงครามเวียดนาม

ประวัติช่วงต้นและการศึกษา
แฮตเชอร์เกิดเมื่อวันที่ 9 กันยายน ค.ศ. 1898 ที่เมืองไอรอนตัน รัฐโอไฮโอ เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต (Ohio State University) โดยมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านวรรณกรรมอเมริกัน นอกจากนี้ เขายังได้ศึกษาต่อในระดับหลังปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยชิคาโก และในปี ค.ศ. 1928 เขาได้เดินทางไปทั่วยุโรปเพื่อศึกษาด้านวรรณกรรมสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา (Renaissance literature)
เส้นทางอาชีพในช่วงแรก
แฮตเชอร์เริ่มต้นอาชีพในฐานะศาสตราจารย์ด้านวรรณกรรมอเมริกันที่มหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต ก่อนจะก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งคณบดีวิทยาลัยศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (College of Arts and Sciences) ในปี ค.ศ. 1944 และดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีในปี ค.ศ. 1948 นอกจากบทบาทด้านการบริหารการศึกษาแล้ว เขายังเป็นนักเขียนที่ผลิตผลงานนวนิยาย 3 เรื่อง และหนังสือวิชาการอีกหลายเล่ม
การดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมิชิแกน
ในปี ค.ศ. 1951 แฮตเชอร์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นอธิการบดีคนที่ 8 ของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ภายใต้การนำของเขา มหาวิทยาลัยได้มีการขยายตัวอย่างมากในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีการก่อสร้างวิทยาเขตทางทิศเหนือ (North Campus) และการจัดตั้งสถาบันการศึกษาในเครือ ได้แก่ Flint Senior College และ Dearborn Center ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากอุตสาหกรรมยานยนต์ในรัฐมิชิแกน โดยทั้งสองแห่งนี้ได้พัฒนาจนกลายเป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะอย่างเต็มรูปแบบในเวลาต่อมา
ในปี ค.ศ. 1963 แฮตเชอร์ได้เริ่มนำนโยบายการให้โอกาสแก่กลุ่มผู้ด้อยโอกาส (Affirmative Action) มาใช้ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมในการเข้าถึงการศึกษา
บทบาทในช่วงยุคแมคคาร์ธี
ในช่วงปี ค.ศ. 1954 ซึ่งเป็นยุคที่สหรัฐอเมริกามีการกวาดล้างผู้ที่มีแนวคิดคอมมิวนิสต์ (McCarthyism) แฮตเชอร์ได้แสดงท่าทีเห็นชอบกับการไต่สวนของคณะกรรมการกิจกรรมที่ไม่เป็นอเมริกันของสภาผู้แทนราษฎร (House Un-American Activities Committee) และได้สั่งปลดอาจารย์สองท่านออกจากตำแหน่งเนื่องจากถูกสงสัยว่ามีความเกี่ยวข้องกับลัทธิคอมมิวนิสต์
เกียรติยศและการสืบทอดตำแหน่ง
แฮตเชอร์พ้นจากตำแหน่งอธิการบดีในปี ค.ศ. 1967 ต่อมาในปี ค.ศ. 1968 มหาวิทยาลัยได้มีมติให้เปลี่ยนชื่อหอสมุดกลาง (General Library) เป็น หอสมุดบัณฑิตศึกษาแฮตเชอร์ (Hatcher Graduate Library) เพื่อเป็นเกียรติแก่คุณูปการที่เขามีต่อมหาวิทยาลัย
คำถามที่พบบ่อย
ฮาร์ลัน แฮตเชอร์ คือใคร?
เขาเป็นอดีตอธิการบดีคนที่ 8 ของมหาวิทยาลัยมิชิแกน และศาสตราจารย์ด้านวรรณกรรมชาวอเมริกัน
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของแฮตเชอร์ในฐานะอธิการบดีคืออะไร?
การขยายวิทยาเขต North Campus และการจัดตั้งวิทยาลัยในเครือที่เมืองฟลินท์และเดียร์บอร์น รวมถึงการนำนโยบาย Affirmative Action มาใช้ในปี 1963
หอสมุด Hatcher Graduate Library มีความเกี่ยวข้องกับเขาอย่างไร?
มหาวิทยาลัยมิชิแกนได้เปลี่ยนชื่อหอสมุดกลางเป็นชื่อของเขาในปี 1968 เพื่อเป็นเกียรติให้แก่การทำงานในตำแหน่งอธิการบดี
แฮตเชอร์มีบทบาทอย่างไรในช่วงยุคแมคคาร์ธี?
ในปี 1954 เขาเห็นชอบกับการไต่สวนของคณะกรรมการ HUAC และสั่งปลดอาจารย์สองคนที่ถูกสงสัยว่าเป็นคอมมิวนิสต์
