Harrison Birtwistle คีตกวีร่วมสมัยผู้โดดเด่นแห่งอังกฤษ
สรุปใจความสำคัญ
- ได้รับรางวัล Grawemeyer Award ในปี 1987 จากผลงานโอเปร่า The Mask of Orpheus
- ผลงาน The Minotaur ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสามผลงานดนตรีที่ดีที่สุดของศตวรรษที่ 21 โดย The Guardian
- เป็นคีตกวีคนแรกที่ได้นำเพลงร่วมสมัย (Panic) มาบรรเลงในงาน Last Night of the Proms
Sir Harrison Birtwistle (15 กรกฎาคม 1934 – 18 เมษายน 2022) เป็นคีตกวีชาวอังกฤษผู้ทรงอิทธิพลในด้านดนตรีคลาสสิกร่วมสมัย โดยมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดจากผลงานโอเปร่าที่มักนำเสนอเรื่องราวจากตำนานเทพปกรณัม ผลงานของเขามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยความซับซ้อนและแนวทางที่เน้นความเป็นละคร แม้ในบทเพลงที่ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อการแสดงบนเวที

ชีวิตและเส้นทางอาชีพ
ช่วงเริ่มต้นของชีวิต
Birtwistle เกิดที่เมือง Accrington ในมณฑล Lancashire โดยได้รับการสนับสนุนด้านดนตรีจากมารดาซึ่งซื้อคลาริเน็ตให้เขาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ในวัยเยาว์เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในการสำรวจธรรมชาติ ซึ่งความรู้สึกไม่พอใจต่อการที่เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาทำลายธรรมชาติได้ส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อแนวทางการประพันธ์เพลงของเขาในเวลาต่อมา
ในปี 1952 เขาเข้าศึกษาที่ Royal Manchester College of Music ด้วยทุนการศึกษาด้านคลาริเน็ต และได้พบกับเพื่อนร่วมรุ่นที่เป็นศิลปินสำคัญอย่าง Peter Maxwell Davies และ Alexander Goehr
ความสำเร็จในฐานะคีตกวี
Birtwistle เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากผลงานอย่าง The Triumph of Time (1972) และโอเปร่าเรื่อง Punch and Judy นอกจากนี้เขายังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการดนตรีของ Royal National Theatre ในลอนดอนระหว่างปี 1975 ถึง 1983
ผลงานชิ้นเอกที่สร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติ ได้แก่:
- The Mask of Orpheus (1986): โอเปร่ามหากาพย์ที่ทำให้เขาได้รับรางวัล Grawemeyer Award ในปี 1987
- Gawain (1991): ผลงานที่นำเสนอความซับซ้อนทางดนตรีและโครงสร้าง
- The Minotaur (2008): ซึ่งได้รับการจัดอันดับโดยนักวิจารณ์จาก The Guardian ในปี 2019 ให้เป็นหนึ่งในสามผลงานดนตรีที่ดีที่สุดของศตวรรษที่ 21
การเผชิญหน้ากับสาธารณชน
แม้จะเป็นที่ยอมรับในวงการดนตรีคลาสสิก แต่ Birtwistle กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างผ่านเหตุการณ์ที่น่าสนใจ เช่น การประท้วงของกลุ่ม "The Hecklers" ในการแสดงโอเปร่าเรื่อง Gawain และการนำเพลง Panic (คอนเชอร์โตสำหรับแซกโซโฟน) ไปบรรเลงในงาน Last Night of the Proms ซึ่งเป็นเพลงร่วมสมัยชิ้นแรกที่ถูกนำมาแสดงในรายการนี้ และสร้างความฮือฮา (รวมถึงความไม่เข้าใจ) ให้กับผู้ชมทางโทรทัศน์นับล้านคนทั่วโลก
สไตล์ดนตรี
ดนตรีของ Birtwistle ไม่ได้ถูกจัดอยู่ในสำนักใดสำนักหนึ่งอย่างชัดเจน แม้จะเคยถูกเรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งของ "Manchester School" ร่วมกับ Goehr และ Davies แต่ผลงานของเขามีความโดดเด่นด้วย "ความดุดันทางเสียง" (sonic brashness) และการใช้เทคนิคการวางบล็อกของเสียงที่ซ้อนทับกัน ซึ่งได้รับอิทธิพลจาก Igor Stravinsky และ Olivier Messiaen
คำถามที่พบบ่อย
Harrison Birtwistle มีชื่อเสียงโดดเด่นในด้านใด?
เขามีชื่อเสียงโดดเด่นในการประพันธ์เพลงคลาสสิกร่วมสมัย โดยเฉพาะโอเปร่าที่อ้างอิงจากตำนานเทพปกรณัม
ผลงานชิ้นใดของเขาที่ได้รับรางวัล Grawemeyer Award?
โอเปร่าเรื่อง The Mask of Orpheus ซึ่งได้รับรางวัลในปี 1987
สไตล์ดนตรีของ Birtwistle มีลักษณะอย่างไร?
ดนตรีของเขามีความซับซ้อน มีความดุดันทางเสียง (sonic brashness) และมักมีแนวทางที่เน้นความเป็นละครแม้ในเพลงที่ไม่ใช่โอเปร่า
