← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Harry Collins นักสังคมวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และความเชี่ยวชาญ

สรุปใจความสำคัญ

  • Harry Collins เป็นผู้พัฒนาแนวทาง Bath School ในด้านสังคมวิทยาของความรู้ทางวิทยาศาสตร์
  • เขาเสนอแนวคิด 'Interactional Expertise' เพื่ออธิบายการมีส่วนร่วมของสาธารณชนในประเด็นทางวิทยาศาสตร์
  • เป็นสมาชิกของ British Academy (2012) และ Learned Society of Wales (2013)

Harry Collins (เกิดวันที่ 13 มิถุนายน 1943) เป็นนักสังคมวิทยาชาวอังกฤษผู้ทรงอิทธิพล ประจำอยู่ที่ School of Social Sciences มหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ (Cardiff University) ประเทศเวลส์ เขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้บุกเบิกการศึกษาทางสังคมวิทยาของวิทยาศาสตร์ โดยได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ British Academy ในปี 2012 และสมาชิกของ Learned Society of Wales ในปี 2013

เส้นทางอาชีพและแนวคิดทางวิชาการ

ในขณะที่ปฏิบัติงานที่มหาวิทยาลัยบาธ (University of Bath) Collins ได้พัฒนาแนวทางที่เรียกว่า Bath School ซึ่งมุ่งเน้นไปที่สังคมวิทยาของความรู้ทางวิทยาศาสตร์

ทฤษฎีการทำซ้ำและการเหนี่ยวนำ

ในผลงานเรื่อง Changing Order: Replication and Induction in Scientific Practice Collins ได้นำเสนอทฤษฎีทั่วไปเกี่ยวกับสังคมวิทยาของวิทยาศาสตร์ โดยใช้แนวคิด "Language Game" (เกมภาษา) และ "Forms of Life" (รูปแบบการดำเนินชีวิต) ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากนักปรัชญา Ludwig Wittgenstein เพื่ออธิบายว่านักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติตามกฎและรูปแบบต่างๆ ในการทดลองและการปฏิบัติทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างไร มุมมองของเขามักถูกมองว่าเป็นแนวคิดแบบสัมพัทธนิยม (Relativist) แม้ว่าการสรุปเช่นนั้นจะเป็นการทำให้เนื้อหาที่ซับซ้อนดูง่ายจนเกินไป

การศึกษาเรื่องคลื่นความโน้มถ่วง

Collins ใช้เวลากว่า 30 ปีในการเขียนเกี่ยวกับสังคมวิทยาของฟิสิกส์เรื่องคลื่นความโน้มถ่วง ผลงานที่โดดเด่น เช่น The Seven Sexes และ Son of Seven Sexes แสดงให้เห็นว่าข้อมูลทางวิทยาศาสตร์สามารถมีความยืดหยุ่นในการตีความ (Interpretative Flexibility) และบางครั้งวิธีการทางสังคมหรือปัจจัยที่ไม่ใช่ทางวิทยาศาสตร์อาจถูกนำมาใช้เพื่อยุติข้อโต้แย้งทางวิทยาศาสตร์

คลื่นลูกที่สามของการศึกษาวิทยาศาสตร์

ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 Collins ร่วมกับ Dr. Robert Evans ได้นำเสนอแนวคิด "Third Wave of Science Studies" (การศึกษาวิทยาศาสตร์คลื่นลูกที่สาม) โดยเน้นเรื่อง Interactional Expertise (ความเชี่ยวชาญเชิงปฏิสัมพันธ์) ซึ่งมุ่งเน้นไปที่คำถามเกี่ยวกับความชอบธรรม การขยายขอบเขต และการมีส่วนร่วมของสาธารณชนในการตัดสินใจทางวิทยาศาสตร์

ผลงานเขียนที่สำคัญ

Collins มีผลงานเขียนจำนวนมากที่ครอบคลุมทั้งด้านปัญญาประดิษฐ์ การแพทย์ และเทคโนโลยี ตัวอย่างผลงานที่สำคัญ ได้แก่:

  • Artificial Experts (1990): อธิบายธรรมชาติและข้อจำกัดของเครื่องจักรที่ชาญฉลาด โดยเฉพาะระบบผู้เชี่ยวชาญ
  • The Golem (ร่วมกับ Trevor Pinch): หนังสือที่ให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • Rethinking Expertise (ร่วมกับ Robert Evans): การทบทวนแนวคิดเรื่องความเชี่ยวชาญในสังคมสมัยใหม่
  • Gravity's Kiss (2017): การวิเคราะห์การตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วง
  • Artifictional Intelligence (2018): การวิพากษ์การยอมจำนนของมนุษย์ต่อคอมพิวเตอร์

คำถามที่พบบ่อย

แนวคิด Interactional Expertise ของ Harry Collins คืออะไร?

คือความสามารถในการพูดคุยและเข้าใจภาษาทางเทคนิคของวิทยาศาสตร์โดยไม่ต้องมีความสามารถในการปฏิบัติการทดลองจริง ซึ่งช่วยให้บุคคลภายนอกสามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Harry Collins มีมุมมองอย่างไรต่อการทดลองทางวิทยาศาสตร์?

เขามองว่าการทดลองไม่ได้ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ที่ตายตัวเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับ 'รูปแบบการดำเนินชีวิต' และการตีความทางสังคม ซึ่งอาจนำไปสู่ความยืดหยุ่นในการตีความข้อมูล

ผลงานเด่นของเขาในด้านฟิสิกส์คือเรื่องอะไร?

เขาศึกษาและเขียนเกี่ยวกับสังคมวิทยาของการค้นหาคลื่นความโน้มถ่วง (Gravitational Waves) มายาวนานกว่า 30 ปี