Heerlen เมืองแห่งเหมืองถ่านหินและสถาปัตยกรรมล้ำสมัยในเนเธอร์แลนด์
สรุปใจความสำคัญ
- Heerlen เป็นที่ตั้งของ Glaspaleis ซึ่งเป็นหนึ่งในอาคารที่สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 20
- มีการค้นพบโรงอาบน้ำโรมัน (Thermae) ขนาดใหญ่ในใจกลางเมือง ซึ่งปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ Thermenmuseum
- เมืองนี้เคยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเนเธอร์แลนด์ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20
Heerlen เป็นเมืองและเทศบาลที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเนเธอร์แลนด์ ในจังหวัดลิมบูร์ก (Limburg) โดยเป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด และเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคเมือง Parkstad Limburg ซึ่งเป็นกลุ่มเมืองที่มีประชากรรวมประมาณ 250,000 คน ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมือง Maastricht และทางเหนือของเมือง Aachen ประเทศเยอรมนี

ประวัติศาสตร์อันยาวนานตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์และโรมัน
ร่องรอยการตั้งถิ่นฐานใน Heerlen ย้อนกลับไปได้ไกลถึงวัฒนธรรม Michelsberg (4400–3500 ปีก่อนคริสตกาล) ซึ่งมีการขุดพบร่องรอยคูน้ำและกำแพงดินที่ Schelsberg ซึ่งถือเป็นจุดที่โดดเด่นและหาได้ยากในเนเธอร์แลนด์
อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนของเมืองเริ่มต้นขึ้นเมื่อชาวโรมันเข้ามาสร้างนิคมทางทหารชื่อ Coriovallum ตรงจุดตัดของถนนสายหลักสองสายที่เชื่อมต่อระหว่าง Boulogne sur Mer - Cologne และ Xanten - Aachen - Trier หลักฐานสำคัญที่ยืนยันความสำคัญของเมืองในยุคนั้นคือการค้นพบ Thermae หรือโรงอาบน้ำโรมันในใจกลางเมืองเมื่อปี 1940 ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็น Thermenmuseum พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโบราณวัตถุจากยุคโรมัน
ยุคกลางและการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
หลังจากยุคโรมัน เมือง Heerlenได้กลับมาพัฒนาอีกครั้งในศตวรรษที่ 10 ผ่านการเกษตรกรรมและการสร้างโรงสีตามหุบเขาต่างๆ ชื่อของเมืองปรากฏในเอกสารทางการครั้งแรกในปี 1065 ในชื่อ 'Herle' โดยภายหลังได้มีการสร้างโบสถ์ St-Pancratius และป้อมปราการ ซึ่งทำให้ Heerlen มีสถานะที่สูงกว่าพื้นที่โดยรอบ
ในช่วงสงครามแปดสิบปี (1568–1648) เมืองนี้กลายเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างอาณาจักร西班牙และกลุ่มกบฏโปรเตสแตนต์ชาวดัตช์ ก่อนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐดัตช์ และผ่านการครอบครองโดยฝรั่งเศสในยุคของนโปเลียน จนกระทั่งกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดลิมบูร์กของเนเธอร์แลนด์ในที่สุด
การปฏิวัติอุตสาหกรรมและยุคทองของถ่านหิน
ในขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของลิมบูร์กยังคงเป็นเกษตรกรรม แต่ Heerlen ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เมื่อมีการค้นพบถ่านหินในปี 1874 การพัฒนาเริ่มรวดเร็วขึ้นเมื่อรัฐบาลเข้ามาบริหารจัดการเหมืองถ่านหิน (State Mines) ในปี 1901 ส่งผลให้ประชากรเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากประมาณ 6,600 คนในปี 1900 พุ่งสูงขึ้นเป็นกว่า 32,000 คนในปี 1930
Glaspaleis สถาปัตยกรรมระดับโลก
ในช่วงศตวรรษที่ 20 สถาปนิก Frits Peutz ได้มีบทบาทสำคัญในการออกแบบเมือง โดยผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือ Glaspaleis (Glass Palace) อาคารกระจกที่ทันสมัยและเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในพันอาคารที่มีความสำคัญทางสถาปัตยกรรมมากที่สุดในศตวรรษที่ 20 ของโลก
คำถามที่พบบ่อย
Glaspaleis คืออะไร?
Glaspaleis หรือ Glass Palace เป็นอาคารกระจกที่ออกแบบโดยสถาปนิก Frits Peutz และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในอาคารที่มีความสำคัญทางสถาปัตยกรรมระดับโลกในศตวรรษที่ 20
Heerlen มีความสำคัญอย่างไรในยุคโรมัน?
ในยุคโรมัน Heerlen ถูกเรียกว่า Coriovallum และเป็นนิคมทางทหารที่สำคัญ ตั้งอยู่บนจุดตัดของถนนสายหลัก และมีโรงอาบน้ำโรมันขนาดใหญ่ซึ่งเป็นหลักฐานของความเจริญในสมัยนั้น
ทำไมประชากรใน Heerlen ถึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงต้นศตวรรษที่ 20?
เนื่องจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหิน โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลเข้ามาดำเนินกิจการเหมืองถ่านหิน (State Mines) ทำให้เกิดการจ้างงานและการย้ายถิ่นฐานเข้ามาในเมืองจำนวนมาก
