กองพลทหารราบที่ 719 ของเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่สอง
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 1941 ในฐานะส่วนหนึ่งของระลอกการระดมพลครั้งที่ 15
- ประจำการในเนเธอร์แลนด์และเบลเยียมเป็นส่วนใหญ่ของสงครามเพื่อรักษาความสงบ
- ถูกทำลายลงในเดือนเมษายน 1945 และยอมจำนนต่อกองทัพสหรัฐฯ ในเดือนพฤษภาคม 1945
กองพลทหารราบที่ 719 (เยอรมัน: 719. Infanterie Division) เป็นหน่วยระดับกองพลของกองทัพบกเยอรมันที่ปฏิบัติการในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โดยมีบทบาทหลักในการรักษาความสงบในพื้นที่ยึดครองและปฏิบัติการป้องกันในช่วงปลายสงคราม
ประวัติการก่อตั้งและการดำเนินงาน
กองพลทหารราบที่ 719 ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1941 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระลอกการระดมพลครั้งที่ 15 (fifteenth Aufstellungswelle) ตามคำสั่งเมื่อวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 1941 ที่กำหนดให้แต่ละเขตทหาร (Military District) ต้องจัดตั้งกรมทหารสองกรม รวมทั้งหมด 30 กรม โดยกองพลที่ 719 ประกอบด้วยกรมทหารราบที่ 723 และ 743 ซึ่งระดมพลมาจากเขตทหารที่ 3 (Wehrkreis III) ในกรุงเบอร์ลิน
ความแตกต่างที่สำคัญของกองพลในระลอกที่ 15 คือการมีกรมทหารราบเพียงสองกรม แทนที่จะเป็นสามกรมตามมาตรฐานปกติของกองพลทหารราบเยอรมัน
การประจำการในเนเธอร์แลนด์และเบลเยียม
หลังจากก่อตั้ง กองพลทหารราบที่ 719 ถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่ในเนเธอร์แลนด์ โดยในช่วงแรกจนถึงเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1942 หน่วยนี้ขึ้นตรงกับกองบัญชาการกองทัพเยอรมันในเนเธอร์แลนด์ ต่อมาในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1942 ได้ถูกโอนย้ายไปสังกัดกองพลน้อยที่ 88 (LXXXVIII Korps) ภายใต้กองทัพเนเธอร์แลนด์ (Niederlande Armee) และกลุ่มกองทัพ D (Armeegruppe D)
ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1944 กองพลน้อยที่ 88 ได้ถูกโอนย้ายไปยังกลุ่มกองทัพ B (Armeegruppe B) และเมื่อวันที่ 7 กันยายน ค.ศ. 1944 กองพลทหารราบที่ 719 ได้เคลื่อนย้ายไปยังแอนต์เวิร์ป (Antwerp) เพื่อเตรียมรับมือกับการรุกคืบของกองกำลังสัมพันธมิตร
การรบในช่วงปลายสงครามและการล่มสลาย
ในช่วงปลายปี ค.ศ. 1944 ถึงต้นปี ค.ศ. 1945 กองพลทหารราบที่ 719 ได้เข้าสู่การรบในหลายพื้นที่ ได้แก่ ป้อมเมิร์กเซม (Fort Merksem), วูนสเดรคท์ (Woensdrecht) และเบรดา (Breda) ก่อนจะถูกโอนย้ายไปยังภูมิภาคซาร์พฟัลทซ์ (Saarpfalz) ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1945
ในภูมิภาคซาร์พฟัลทซ์ กองพลนี้สังกัดกองพลน้อยที่ 85 (LXXXV Korps) ภายใต้กองทัพที่ 1 และกลุ่มกองทัพ G (Armeegruppe G) โดยได้ทำการรบที่เออทิง (Œting) และซาร์เลาเทิร์น (Saarlautern) รวมถึงในพื้นที่พาลทิเนต (Palatinate) จนกระทั่งหน่วยถูกทำลายลงในเดือนเมษายน ค.ศ. 1945
มีข้อสันนิษฐานว่าหน่วยปฏิบัติการพิเศษขนาดเล็ก (Division zbV 405) อาจถูกนำมาจัดตั้งใหม่เป็นกองพลทหารราบที่ 719 ในช่วงท้าย แต่เนื่องจากขนาดที่เล็กและขาดการจัดระเบียบ จึงไม่มีนัยสำคัญทางยุทธวิธีในช่วงท้ายของสงคราม
กำลังพลที่เหลืออยู่ของกองพลทหารราบที่ 719 ได้ยอมจำนนต่อกองทัพสหรัฐอเมริกาในต้นเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1945 ใกล้กับเมืองมึนซิงเกน (Münsingen) ในรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ค
โครงสร้างการจัดกำลังพล
การจัดกำลังพลในปี ค.ศ. 1941
- กรมทหารราบที่ 723 (Infanterie-Regiment 723)
- กรมทหารราบที่ 743 (Infanterie-Regiment 743)
- กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 663 (Artillerie-Abteilung 663)
- กองร้อยลาดตระเวนที่ 719 (Aufklärungs-Kompanie 719)
- กองร้อยต่อสู้รถถังที่ 719 (Panzerjäger-Kompanie 719)
- กองร้อยทหารช่างที่ 719 (Pionier-Kompanie 719)
- กองร้อยสื่อสารที่ 719 (Nachrichten-Kompanie 719)
การจัดกำลังพลในปี ค.ศ. 1944
- กรมทหารเกรนาเดียร์ที่ 723 (Grenadier-Regiment 723)
- กรมทหารเกรนาเดียร์ที่ 743 (Grenadier-Regiment 743)
- กรมทหารเกรนาเดียร์ที่ 766 (Grenadier-Regiment 766)
- กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1719 (Artillerie-Regiment 1719)
- กองพันทหารราบเบาที่ 719 (Divisions-Füsilier-Bataillon 719)
- กองพันต่อสู้รถถังที่ 719 (Panzerjäger-Abteilung 719)
- กองพันทหารช่างที่ 719 (Pionier-Bataillon 719)
- กองพันสื่อสารที่ 719 (Nachrichten-Abteilung 719)
- กองพันเสนารักษ์ที่ 719 (Sanitäts-Abteilung 719)
- กองพันทดแทนที่ 719 (Feldersatz-Bataillon 719)
คำถามที่พบบ่อย
กองพลทหารราบที่ 719 ก่อตั้งขึ้นเมื่อใดและที่ไหน?
ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1941 โดยระดมพลจากเขตทหารที่ 3 (Wehrkreis III) ในกรุงเบอร์ลิน
โครงสร้างของกองพลทหารราบที่ 719 แตกต่างจากกองพลทหารราบปกติอย่างไร?
ในช่วงแรก กองพลนี้มีกรมทหารราบเพียงสองกรม (กรมที่ 723 และ 743) แทนที่จะเป็นสามกรมตามมาตรฐานปกติของกองทัพบกเยอรมัน
กองพลทหารราบที่ 719 ยอมจำนนต่อใคร?
กำลังพลที่เหลืออยู่ยอมจำนนต่อกองทัพสหรัฐอเมริกาในต้นเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1945 ใกล้กับเมืองมึนซิงเกน ในรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ค
กองพลทหารราบที่ 719 ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ใดบ้าง?
ปฏิบัติหน้าที่หลักในเนเธอร์แลนด์และแอนต์เวิร์ป (เบลเยียม) ก่อนจะถอยร่นมาสู้รบในภูมิภาคซาร์พฟัลทซ์และพาลทิเนตในเยอรมนี

