← กลับไปยังบทความทั้งหมด

HFEA หน่วยงานกำกับดูแลการเจริญพันธุ์และคัพภวิทยาของสหราชอาณาจักร

สรุปใจความสำคัญ

  • HFEA เป็นหน่วยงานกำกับดูแลการรักษา IVF และการวิจัยตัวอ่อนมนุษย์แห่งแรกของโลกที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย
  • กฎหมายปี 2005 กำหนดให้เด็กที่เกิดจากการบริจาคสามารถขอทราบชื่อและที่อยู่ของผู้บริจาคได้เมื่ออายุครบ 18 ปี
  • พระราชบัญญัติปี 2008 สั่งห้ามการเลือกเพศของบุตรเพื่อเหตุผลทางสังคมอย่างเด็ดขาด

Human Fertilisation and Embryology Authority (HFEA) เป็นหน่วยงานสาธารณะที่ไม่ขึ้นกับแผนก (executive non-departmental public body) ภายใต้กระทรวงสาธารณสุขและดูแลสังคมของสหราชอาณาจักร ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานตามกฎหมายที่กำกับดูแลและตรวจสอบคลินิกทุกแห่งในสหราชอาณาจักรที่ให้บริการการปฏิสนธิในหลอดแก้ว (IVF), การผสมเทียม และการจัดเก็บไข่ อสุจิ หรือตัวอ่อนของมนุษย์ นอกจากนี้ HFEA ยังมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลการวิจัยตัวอ่อนมนุษย์อีกด้วย

ความเป็นมาของการก่อตั้ง HFEA

หลังจากการกำเนิดของ Louise Brown ทารก IVF คนแรกของโลกในปี 1978 เกิดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีใหม่นี้ ในปี 1982 รัฐบาลสหราชอาณาจักรจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการที่นำโดย Mary Warnock นักปรัชญา เพื่อศึกษาประเด็นต่างๆ และพิจารณาแนวทางปฏิบัติที่จำเป็น

ผลจากรายงานของ Warnock นำไปสู่การตีพิมพ์สมุดปกขาว Human Fertilisation and Embryology: A Framework for Legislation ในปี 1987 และต่อมาได้มีการร่างพระราชบัญญัติการเจริญพันธุ์และคัพภวิทยาปี 1990 (Human Fertilisation and Embryology Act 1990) โดยนำข้อเสนอจากรายงานดังกล่าวมาปรับใช้

กรอบทางกฎหมายและการกำกับดูแล

พระราชบัญญัติการเจริญพันธุ์และคัพภวิทยาปี 1990

พระราชบัญญัติปี 1990 ก่อให้เกิดการจัดตั้ง HFEA ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลตามกฎหมายแห่งแรกของโลกในประเภทนี้ โดยเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 1991 HFEA ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลอิสระสำหรับการรักษา IVF และการวิจัยตัวอ่อนมนุษย์ โดยควบคุมดูแลผ่านระบบใบอนุญาตในด้านต่างๆ ดังนี้:

  • การสร้างตัวอ่อนมนุษย์นอกร่างกายและการนำไปใช้ในการรักษาและการวิจัย
  • การใช้เซลล์สืบพันธุ์ (gametes) และตัวอ่อนที่ได้รับบริจาค
  • การจัดเก็บเซลล์สืบพันธุ์และตัวอ่อน

นอกจากนี้ กฎหมายยังกำหนดให้ HFEA จัดทำฐานข้อมูลของการรักษา IVF ทุกครั้งที่เกิดขึ้น รวมถึงฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับวงจรการใช้เซลล์สืบพันธุ์บริจาคทั้งหมด

การโคลนนิ่งและการวิจัยสเต็มเซลล์

ในปี 2001 กฎระเบียบว่าด้วยการเจริญพันธุ์และคัพภวิทยา (เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิจัย) ได้ขยายขอบเขตการอนุญาตการวิจัยตัวอ่อนเพื่อให้ครอบคลุมถึงการเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาของตัวอ่อน และการศึกษาโรคที่ร้ายแรง เพื่อนำความรู้ดังกล่าวไปพัฒนาวิธีการรักษา

สิ่งนี้ช่วยให้นักวิจัยสามารถทำการวิจัยสเต็มเซลล์จากตัวอ่อนและการโคลนนิ่งเพื่อการรักษา (therapeutic cloning) ได้ หากคณะกรรมการใบอนุญาตของ HFEA พิจารณาว่าการใช้ตัวอ่อนนั้นมีความจำเป็นหรือพึงประสงค์เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิจัยดังกล่าว อย่างไรก็ตาม Human Reproductive Cloning Act 2001 ได้สั่งห้ามการโคลนนิ่งเพื่อการสืบพันธุ์อย่างชัดเจนในสหราชอาณาจักร

สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลผู้บริจาค

ในปี 2004 มีการออกกฎระเบียบที่อนุญาตให้เด็กที่เกิดจากการบริจาคสามารถเข้าถึงอัตลักษณ์ของผู้บริจาคอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อนได้เมื่ออายุครบ 18 ปี โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2005 เป็นต้นมา ผู้บริจาคหลังจากวันที่ดังกล่าวจะต้องสามารถระบุตัวตนได้ตามกฎหมาย

การปรับปรุงกฎหมายในปี 2008

เพื่อให้กฎหมายทันสมัยและสอดคล้องกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและทัศนคติทางสังคมที่เปลี่ยนไป จึงได้มีการตราพระราชบัญญัติการเจริญพันธุ์และคัพภวิทยาปี 2008 (Human Fertilisation and Embryology Act 2008) ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้:

  • การกำกับดูแลครอบคลุม: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการสร้างและใช้ตัวอ่อนมนุษย์นอกร่างกายทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะใช้วิธีการใด ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแล
  • การห้ามเลือกเพศ: สั่งห้ามการเลือกเพศของบุตรด้วยเหตุผลทางสังคม
  • สวัสดิภาพของเด็ก: เปลี่ยนข้อกำหนดจากเดิมที่ต้องคำนึงถึง "ความจำเป็นในการมีบิดา" เป็น "การเลี้ยงดูที่เกื้อหนุน" (supportive parenting) โดยยังคงให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของเด็ก
  • สิทธิของคู่รักเพศเดียวกัน: ยอมรับให้คู่รักเพศเดียวกันทั้งสองคนเป็นบิดามารดาตามกฎหมายของเด็กที่เกิดจากการใช้เซลล์สืบพันธุ์บริจาค

คำถามที่พบบ่อย

HFEA คืออะไรและมีหน้าที่อะไร?

HFEA คือหน่วยงานกำกับดูแลของสหราชอาณาจักรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและออกใบอนุญาตให้คลินิกที่ให้บริการ IVF, การผสมเทียม และการจัดเก็บเซลล์สืบพันธุ์ รวมถึงกำกับดูแลการวิจัยตัวอ่อนมนุษย์

การโคลนนิ่งในสหราชอาณาจักรทำได้หรือไม่?

การโคลนนิ่งเพื่อการสืบพันธุ์ (Reproductive Cloning) เป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่การโคลนนิ่งเพื่อการรักษา (Therapeutic Cloning) และการวิจัยสเต็มเซลล์สามารถทำได้ภายใต้ใบอนุญาตจาก HFEA

เด็กที่เกิดจากการบริจาคอสุจิหรือไข่สามารถทราบตัวตนผู้บริจาคได้หรือไม่?

ได้ หากการบริจาคเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2005 เป็นต้นไป เด็กสามารถขอข้อมูลระบุตัวตนของผู้บริจาคได้เมื่อมีอายุครบ 18 ปี