ประวัติสำนักพิมพ์ Gale & Polden
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1868 โดย James Gale ที่เมืองบรอมป์ตัน มณฑลเคนต์
- สร้างชื่อเสียงจากการผลิตแบบฟอร์มมาตรฐานสำหรับกองทัพบกและกองทัพเรืออังกฤษ
- ย้ายฐานการผลิตหลักไปยังเมืองอัลเดอร์ชอต (Aldershot) ในปี ค.ศ. 1893
- ปิดกิจการลงในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1981 หลังจากถูกซื้อโดย Robert Maxwell
Gale & Polden เป็นโรงพิมพ์และสำนักพิมพ์สัญชาติอังกฤษที่มีชื่อเสียงจากการผลิตสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับกองทัพ โดยก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1868 ที่เมืองบรอมป์ตัน (Brompton) ใกล้กับแชทัม (Chatham) ในมณฑลเคนต์ ก่อนจะย้ายฐานการผลิตไปยังเมืองอัลเดอร์ชอต (Aldershot) และดำเนินกิจการจนกระทั่งปิดตัวลงในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1981 หลังจากถูกซื้อกิจการโดยโรเบิร์ต แมกซ์เวลล์ (Robert Maxwell) ผู้ทรงอิทธิพลด้านสื่อในยุคนั้น

จุดเริ่มต้นและการก่อตั้ง
เจมส์ เกล (James Gale) เริ่มต้นธุรกิจด้วยการเปิดร้านหนังสือที่เลขที่ 1 ถนนไฮสตรีท เมืองโอลด์บรอมป์ตัน ในปี ค.ศ. 1868 ต่อมาเขาได้ติดตั้งเครื่องพิมพ์เครื่องแรกในโรงเรือนไม้หลังบ้าน และด้วยสายสัมพันธ์กับกองบัญชาการเขตทหารแชทัม ทำให้เขาได้รับสัญญาจ้างพิมพ์ Garrison Directory ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเข้าสู่ตลาดสิ่งพิมพ์ทางการทหาร

ในปี ค.ศ. 1873 เกลได้ตีพิมพ์หนังสือเล่มแรกคือ Campaign of 1870–1: The Operations of the Corps of General V. Werder โดย Ludwig Lohlein ในขณะนั้นโรงพิมพ์ของเขามีเครื่องพิมพ์แบบมือหมุน 3 เครื่อง และมีพนักงานจำนวนไม่มาก โดยมีภรรยาของเขาเป็นผู้ดูแลการขายหนังสือและเครื่องเขียนในร้าน

การเข้ามาของ T. Ernest Polden
ในปี ค.ศ. 1875 วิลเลียม ที. แนช (William T. Nash) เข้ามาเป็นเด็กฝึกงานคนแรก และตามมาด้วย โทมัส เออร์เนสต์ โพลเดน (Thomas Ernest Polden) ในปีเดียวกัน โพลเดนได้พัฒนาทักษะด้านการพิมพ์อย่างกว้างขวางและเป็นผู้ผลักดันให้ธุรกิจขยายตัว โดยเขาได้เดินทางไปยังค่ายทหารและอู่ต่อเรือในหลายเมือง เช่น เกรฟเซนด์ (Gravesend), โดเวอร์ (Dover) และแคนเทอร์เบอรี (Canterbury) เพื่อประชาสัมพันธ์ชื่อ Gale & Polden ให้เป็นที่รู้จักในกองทัพบกและกองทัพเรือ
นวัตกรรมสำคัญที่โพลเดนนำเสนอคือการเปลี่ยนจากการเขียนแบบฟอร์มทางทหารด้วยลายมือ มาเป็นการใช้ แบบฟอร์มมาตรฐานที่พิมพ์สำเร็จรูป ซึ่งสร้างยอดสั่งซื้อจำนวนมหาศาลและทำให้บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว
การขยายตัวสู่ลอนดอนและการจดทะเบียนบริษัท
ด้วยการเติบโตของธุรกิจ โพลเดนซึ่งกลายเป็นหุ้นส่วนอาวุโสได้ตัดสินใจเปิดสำนักงานในลอนดอน โดยเลือกทำเลที่ Amen Corner ในปี ค.ศ. 1892 เพื่อให้บริษัทอยู่ใจกลางศูนย์กลางการพิมพ์ของจักรวรรดิอังกฤษ ในช่วงเวลานี้ บริษัทได้จัดส่งแบบฟอร์มและเครื่องเขียนให้กับโรงอาหารทหารกว่า 400 แห่ง, ห้องอาหารนายทหาร 100 แห่ง, ห้องอาหารนายสิบ 200 แห่ง รวมถึงห้องสมุดและสถาบันทางทหารอีกกว่า 250 แห่งทั่วกองทัพบกและกองทัพเรือ


วันที่ 10 พฤศจิกายน ค.ศ. 1892 บริษัทได้จดทะเบียนเป็น Gale & Polden Ltd ด้วยทุนจดทะเบียน 30,000 ปอนด์ โดยมีความน่าสนใจคือมีการเสนอขายหุ้นให้กับทหารชั้นประทวนทั่วไปด้วย
การย้ายฐานการผลิตสู่เมืองอัลเดอร์ชอต
เพื่อให้ใกล้ชิดกับฐานทัพบกที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ โพลเดนจึงเสนอให้สร้างโรงงานแห่งใหม่ที่เมืองอัลเดอร์ชอต (Aldershot) และปิดโรงงานที่บรอมป์ตัน โดยโรงงานใหม่นี้ถูกสร้างขึ้นใกล้กับสถานีรถไฟเมืองอัลเดอร์ชอต และเริ่มดำเนินการในส่วนแรกได้ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1893 พร้อมการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจากเครื่องยนต์ก๊าซกำลังสูง
ช่วงปีหลังและการปิดตัว
ในปี ค.ศ. 1916 บริษัทได้รับพระบรมราชานุญาต (Royal Warrant) ให้ผลิตการ์ดคริสต์มาสของสมเด็จพระราชินีแมรี (Queen Mary) อย่างไรก็ตาม ในปี ค.ศ. 1918 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่โรงงาน Wellington Works ซึ่งทำลายอาคารไปหนึ่งในสี่ส่วน ส่งผลให้การพิมพ์ต้องหยุดชะงักชั่วคราว และนำไปสู่การจัดตั้งหน่วยดับเพลิงอาสาสมัครภายในโรงงานเอง


ในปี ค.ศ. 1956 บริษัทได้ขยายกิจการโดยการเข้าซื้อโรงพิมพ์ขนาดเล็กหลายแห่ง รวมถึง Know Publications ผู้ผลิตหนังสือพิมพ์ Woking Opinion
คำถามที่พบบ่อย
Gale & Polden ก่อตั้งขึ้นเมื่อใดและที่ไหน?
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1868 โดย James Gale ที่เมืองบรอมป์ตัน (Brompton) ใกล้กับแชทัม (Chatham) ในมณฑลเคนต์ ประเทศอังกฤษ
อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ Gale & Polden ประสบความสำเร็จในตลาดทหาร?
T. Ernest Polden ได้ริเริ่มการผลิตแบบฟอร์มมาตรฐานที่พิมพ์สำเร็จรูป แทนที่การเขียนด้วยลายมือ ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากในกองทัพบกและกองทัพเรืออังกฤษ
ทำไมบริษัทถึงย้ายไปที่เมืองอัลเดอร์ชอต?
เพื่อให้ใกล้ชิดกับฐานทัพบกที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท
Gale & Polden ปิดตัวลงเมื่อใดและเพราะอะไร?
บริษัทปิดตัวลงในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1981 หลังจากถูกซื้อกิจการโดย Robert Maxwell ผู้ทรงอิทธิพลด้านสื่อในยุคนนั้น