ประวัติศาสตร์ของเมืองซางกู่ (Shanggu Commandery) ในจีนโบราณ
สรุปใจความสำคัญ
- เมืองซางกู่ก่อตั้งโดยรัฐเยี่ยนเพื่อป้องกันการรุกรานจากชาวซีอุนหนู
- ในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก เมืองซางกู่เคยครอบคลุมพื้นที่ถึง 15 อำเภอ
- อำเภอหนิงเคยเป็นศูนย์กลางการบริหารความสัมพันธ์กับชนเผ่าอู๋หวนและเซียนเป่ย
- ในสมัยราชวงศ์สุยและถัง เมืองซางกู่ถูกใช้เป็นชื่อเรียกแทนจังหวัดอี้ (Yi Prefecture)
เมืองซางกู่ (Shanggu Commandery) เป็นเขตการปกครองระดับเมืองในจักรวรรดิจีนโบราณที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง โดยมีอายุการใช้งานตั้งแต่ยุคสงครามระหว่างรัฐ (Warring States period) จนถึงราชวงศ์ถัง พื้นที่ของเมืองซางกู่ครอบคลุมพื้นที่ในปัจจุบันคือมณฑลเหอเป่ยและกรุงปักกิ่ง
การก่อตั้งและบทบาทในยุคแรก
เมืองซางกู่ถูกก่อตั้งขึ้นโดยรัฐเยี่ยน (State of Yan) เพื่อใช้เป็นปราการด่านหน้าในการป้องกันการรุกรานจากชาวซีอุนหนู (Xiongnu) ซึ่งเป็นชนเผ่าเร่ร่อนทางตอนเหนือ
การปกครองในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก
ในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก เมืองซางกู่มีการบริหารจัดการที่กว้างขวาง โดยครอบคลุมถึง 15 อำเภอ ได้แก่ จูหยาง, เฉวียนซาง, พาน, จุนตู่, จูยง, โกวเมา, อี้อวี๋, หนิง, ฉางผิง, กว่างหนิง, จัวลู่, เฉียจู, รู และนวี่ฉี รวมถึงเซี่ยลั่ว
ในช่วงรัชสมัยของจักรพรรดิฮั่นกวงอู่ เมืองกว่างหยางได้ถูกรวมเข้ากับเมืองซางกู่ แต่ต่อมาในปี ค.ศ. 96 เมืองกว่างหยางได้ถูกแยกตัวออกมาอีกครั้ง และมีการโอนย้ายอำเภอจุนตู่และฉางผิงไปยังเมืองกว่างหยาง
การเปลี่ยนแปลงในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออก
ในช่วงราชวงศ์ฮั่นตะวันออก จำนวนอำเภอในเมืองซางกู่ลดลงเหลือเพียง 8 อำเภอ ได้แก่ จูหยาง, พาน, หนิง, กว่างหนิง, จูยง, โกวเมา, จัวลู่ และเซี่ยลั่ว ข้อมูลทางประชากรในปี ค.ศ. 2 ระบุว่ามีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด 36,008 ครัวเรือน และมีประชากร 117,762 คน อย่างไรก็ตาม ในปี ค.ศ. 140 ประชากรลดลงเหลือ 51,204 คน และมีจำนวนครัวเรือนเพียง 10,352 ครัวเรือน
ความสัมพันธ์กับชนเผ่าทางตอนเหนือ
ในช่วงต้นของราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ชาวอู๋หวน (Wuhuan) บางส่วนได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานภายในพรมแดนทางตอนเหนือของจักรวรรดิ โดยอำเภอหนิงในเมืองซางกู่ได้กลายเป็นที่ตั้งของสำนักงาน "ผู้พันผู้คุ้มครองชาวอู๋หวน" (Colonel protecting the Wuhuan) ซึ่งมีหน้าที่ดูแลความสัมพันธ์กับชนเผ่าอู๋หวนและเซียนเป่ย (Xianbei) โดยตำแหน่งนี้มีระดับชั้นยศเทียบเท่ากับเจ้าเมือง (Grand Administrator) และยังมีการจัดตั้งตลาดนัดตามฤดูกาลในพื้นที่นี้ด้วย
การล่มสลายและการเปลี่ยนแปลงในยุคหลัง
ในสมัยจักรพรรดิอู่แห่งราชวงศ์จิน เมืองกว่างหนิงได้ถูกแยกตัวออกมาเป็นเมืองใหม่ ทำให้เมืองซางกู่เหลือเพียง 2 อำเภอ และมีครัวเรือน 4,070 ครัวเรือน ในขณะที่เมืองกว่างหนิงมี 3 อำเภอ และ 3,950 ครัวเรือน
ในช่วงยุคอาณาจักรสิบหก (Sixteen Kingdoms) พื้นที่นี้ถูกครอบครองโดยรัฐต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น รัฐจ้าวหลัง, รัฐเยี่ยนหน้า, รัฐฉินหน้า และรัฐเยี่ยนหลัง ต่อมาเมืองซางกู่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์เว่ยเหนือ จนกระทั่งเกิดกบฏหกป้อมปราการ (Rebellion of Six Garrisons) ซึ่งทำให้พื้นที่นี้สูญเสียไป
เมืองซางกู่ถูกยกเลิกในตอนต้นของราชวงศ์สุย และในสมัยราชวงศ์สุยและถัง เมืองซางกู่ได้กลายเป็นชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งของจังหวัดอี้ (Yi Prefecture) ซึ่งประกอบด้วย 6 อำเภอ ได้แก่ อี้, หรงเฉิง, ซุ่ยเฉิง, ไล่สุ่ย, ม่านเฉิง และอู๋หุย โดยในปี ค.ศ. 742 มีประชากร 258,779 คน และมีครัวเรือน 44,230 ครัวเรือน
คำถามที่พบบ่อย
เมืองซางกู่ตั้งอยู่ที่ไหนในปัจจุบัน?
พื้นที่ของเมืองซางกู่ในอดีตครอบคลุมพื้นที่ในปัจจุบันคือมณฑลเหอเป่ยและกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
บทบาทสำคัญของเมืองซางกู่คืออะไร?
เป็นเมืองหน้าด่านทางยุทธศาสตร์ที่ใช้ป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าเร่ร่อนทางตอนเหนือ เช่น ชาวซีอุนหนู และเป็นศูนย์กลางการบริหารความสัมพันธ์กับชนเผ่าอู๋หวนและเซียนเป่ย
เมืองซางกู่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรในสมัยราชวงศ์ถัง?
ในสมัยราชวงศ์ถัง เมืองซางกู่กลายเป็นชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งของจังหวัดอี้ (Yi Prefecture) และมีประชากรประมาณ 2.5 แสนคนในปี ค.ศ. 742

