ประวัติศาสตร์โรงเหล้าและสถานบันเทิงในอเมริกาเหนือ
สรุปใจความสำคัญ
- ในยุคอาณานิคม รัมเป็นเครื่องดื่มกลั่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดในอเมริกาเหนือ
- โรงเหล้าในยุคแรกทำหน้าที่เป็นมากกว่าที่ดื่มสุรา โดยเป็นทั้งศาล ที่ทำการไปรษณีย์ และจุดนัดพบของชุมชน
- หญิงม่ายมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการโรงเหล้าในยุคอาณานิคม โดยบางพื้นที่มีสัดส่วนผู้ประกอบการหญิงสูงถึง 40%
โรงเหล้า (Taverns) ในอเมริกาเหนือมีรากฐานยาวนานย้อนไปถึงยุคอาณานิคม โดยไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่สถานที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ยังเป็นศูนย์กลางทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจที่สำคัญของชุมชนในยุคบุกเบิก
วัฒนธรรมการดื่มในยุคอาณานิคม
ชาวอาณานิคมในอเมริกาเหนือบริโภคเครื่องดื่มกลั่นหลากหลายชนิด โดยเฉพาะ รัม (Rum) ซึ่งกลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมเนื่องจากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นและราคาที่ลดลง ข้อมูลทางสถิติระบุว่าในปี ค.ศ. 1770 อัตราการบริโภคเครื่องดื่มกลั่นต่อหัวอยู่ที่ 3.7 แกลลอนต่อปี และเพิ่มขึ้นเป็น 5.2 แกลลอนในปี ค.ศ. 1830 ซึ่งเทียบเท่ากับประมาณ 1.8 ช็อตต่อวันสำหรับผู้ชายผิวขาวที่เป็นผู้ใหญ่ ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมเบียร์และไซเดอร์ (Hard Cider) ที่ชาวอาณานิคมดื่มเป็นประจำ
ความแพร่หลายของการดื่มสะท้อนให้เห็นได้จากงานเขียนของ เบนจามิน แฟรงคลิน (Benjamin Franklin) ที่ได้ตีพิมพ์ "พจนานุกรมของนักดื่ม" (Drinker's Dictionary) ในหนังสือพิมพ์ Pennsylvania Gazette เมื่อปี ค.ศ. 1737 ซึ่งรวบรวมคำสแลงที่ใช้เรียกอาการมึนเมาในฟิลาเดลเฟียถึง 228 คำ
บทบาทและหน้าที่ของโรงเหล้าในยุคบุกเบิก
โรงเหล้าในยุคอาณานิคมได้รับอิทธิพลมาจากรูปแบบ "Ordinaries" ของอังกฤษ โดยเฉพาะในแถบนิวอิงแลนด์ สถานที่เหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการสร้างถิ่นฐานใหม่ โดยทำหน้าที่เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ดังนี้:
- ศูนย์กลางการปกครองและกฎหมาย: ใช้เป็นห้องพิจารณาคดีของศาล
- ศูนย์กลางการสื่อสาร: ทำหน้าที่เป็นที่ทำการไปรษณีย์และจุดกระจายข่าวสาร
- ศูนย์กลางทางศาสนาและสังคม: ใช้สำหรับการประชุมทางศาสนาและจุดนัดพบของชุมชน
- จุดยุทธศาสตร์การค้า: เป็นสถานีการค้าและร้านสะดวกซื้อในยุคแรก
ในพื้นที่ชายแดนทางตอนใต้ โรงเหล้ามักถูกใช้เป็นที่พักแรม (Inns) และจุดพักสำหรับผู้ที่เดินทางไปตั้งถิ่นฐานในดินแดนที่ไม่รู้จัก ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในพื้นที่ที่สถาบันทางสังคมอื่นๆ ยังไม่เข้มแข็ง
ลักษณะทางกายภาพและการบริการ
โครงสร้างดั้งเดิมของโรงเหล้ามักเป็นกระท่อมซุง (Log Cabins) สูงประมาณหนึ่งชั้นครึ่ง โดยแบ่งเป็นสองห้องในแต่ละชั้น ชั้นล่างเปิดให้สาธารณชนเข้าใช้ ส่วนชั้นบนใช้เป็นห้องนอนเพื่อแยกความเป็นส่วนตัวจากผู้คน
ระดับของการบริการ
โรงเหล้ามีความแตกต่างกันอย่างมากตามระดับฐานะและสถานที่:
- โรงเหล้าระดับสูง: มีห้องนั่งเล่นพร้อมเตาผิงขนาดใหญ่ มีบาร์ที่นั่งสะดวกสบาย และมีห้องแยกสำหรับสุภาพสตรีเพื่อความเป็นระเบียบและสะอาด นอกจากนี้ยังมีบริการอาหารที่ดีและเตียงนอนที่นุ่มนวล
- โรงเหล้าในพื้นที่ห่างไกล: มักมีสภาพทรุดโทรม สกปรก และเต็มไปด้วยแมลง ซึ่งแม้จะดูย่ำแย่แต่ก็ยังปลอดภัยกว่าการนอนกลางแจ้งริมถนน
ตัวอย่างเช่น ในปี ค.ศ. 1789 ประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตัน (George Washington) เคยบันทึกไว้ว่าเขาต้องพักที่ Perkins Tavern ในรัฐคอนเนตทิคัต ซึ่งเขาให้ความเห็นว่าเป็นโรงเหล้าที่ "ไม่มีคุณภาพ"
ความสำคัญทางสังคมและเศรษฐกิจ
สำหรับชาวชนบท โดยเฉพาะในภาคใต้ โรงเหล้าคือจุดเชื่อมต่อเดียวกับโลกภายนอก ผู้คนมาที่นี่เพื่อทราบราคาสินค้าเกษตร ทำการค้าขาย และฟังการอ่านหนังสือพิมพ์ให้ฟัง
นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ มีการจัดแข่งม้า การฝึกซ้อมกองกำลังอาสาสมัคร และการชนไก่ ในขณะที่กลุ่มชนชั้นสูงจะใช้ห้องส่วนตัวในการจัดตั้งสโมสรหรือสนทนาเรื่องการเมืองในช่วงที่มีการเลือกตั้งหรือการประชุมศาล
การบริหารจัดการและผู้ประกอบการ
ในยุคอาณานิคม มีผู้หญิงจำนวนมากที่ดำเนินกิจการโรงเหล้า โดยเฉพาะหญิงม่าย ซึ่งอาจมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 40 ในบางพื้นที่ เนื่องจากผู้พิพากษาท้องถิ่นมักจะมอบใบอนุญาตให้หญิงม่ายที่เคยมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเธอต้องตกอยู่ในภาวะยากจนจนกลายเป็นภาระของรัฐ
การเปลี่ยนแปลงสู่ศตวรรษที่ 20
เมื่อเวลาผ่านไป ปริมาณการบริโภคสุรากลั่นลดลง แต่การผลิตเบียร์กลับเพิ่มสูงขึ้น ในปี ค.ศ. 1900 ผู้ชายชาวอเมริกันที่มีอายุเกิน 18 ปี ประมาณ 26 ล้านคน ใช้บริการโรงเหล้าที่ได้รับใบอนุญาต 215,000 แห่ง และโรงเหล้าผิดกฎหมายอีกประมาณ 50,000 แห่ง โดยเฉลี่ยมีโรงเหล้า 1 แห่งต่อผู้ชาย 100 คน และมีความหนาแน่นมากขึ้นในย่านชนชั้นแรงงาน
คำถามที่พบบ่อย
โรงเหล้าในอเมริกาเหนือยุคอาณานิคมแตกต่างจากปัจจุบันอย่างไร?
ในอดีตโรงเหล้าไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่เป็นศูนย์กลางอเนกประสงค์ของชุมชนที่ใช้เป็นห้องพิจารณาคดี ที่ทำการไปรษณีย์ และสถานที่ประชุมทางศาสนา ซึ่งต่างจากปัจจุบันที่เน้นการบริการอาหารและเครื่องดื่มเป็นหลัก
ทำไมหญิงม่ายถึงได้รับอนุญาตให้เปิดโรงเหล้าในยุคอาณานิคม?
ผู้พิพากษาท้องถิ่นมักมอบใบอนุญาตให้หญิงม่ายที่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจ เพื่อให้พวกเธอมีรายได้เลี้ยงชีพและไม่กลายเป็นภาระทางเศรษฐกิจของเคาน์ตี (County)
เครื่องดื่มชนิดใดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในยุคอาณานิคม?
รัม (Rum) เป็นเครื่องดื่มกลั่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด เนื่องจากมีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นและราคาถูกลงในขณะนั้น
สภาพความเป็นอยู่ของโรงเหล้าในยุคบุกเบิกเป็นอย่างไร?
มีความแตกต่างกันมาก ตั้งแต่โรงเหล้าระดับสูงที่มีห้องแยกสำหรับสุภาพสตรีและบริการที่ดี ไปจนถึงโรงเหล้าในป่าลึกที่เป็นกระท่อมซุงซอมซ่อและสกปรก


