← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ประวัติการเขียน The Lord of the Rings โดย Christopher Tolkien

สรุปใจความสำคัญ

  • The History of The Lord of the Rings เป็นส่วนหนึ่งของชุด The History of Middle-earth เล่มที่ 6 ถึง 9
  • ชื่อของหนังสือในชุดนี้มาจากชื่อเล่มย่อยที่ J.R.R. Tolkien เคยเสนอไว้แต่ถูกสำนักพิมพ์เปลี่ยนแปลง
  • ตัวละคร Pippin Took เคยผ่านการเปลี่ยนชื่อและตระกูลหลายครั้งในระหว่างกระบวนการร่างนิยาย

The History of The Lord of the Rings เป็นผลงานจำนวน 4 เล่มที่เขียนและรวบรวมโดย Christopher Tolkien ตีพิมพ์ระหว่างปี ค.ศ. 1988 ถึง 1992 เพื่อบันทึกกระบวนการสร้างสรรค์มหากาพย์ The Lord of the Rings ของบิดาเขา (J.R.R. Tolkien) โดยชุดหนังสือนี้ถูกนับเป็นเล่มที่ 6 ถึง 9 ของชุด The History of Middle-earth (HoME)

โครงสร้างและเนื้อหาของชุดหนังสือ

เดิมที Christopher Tolkien วางแผนจะออกหนังสือชุดนี้เพียง 3 เล่ม โดยเล่มที่ 3 (HoME 8) จะใช้ชื่อว่า Sauron Defeated และเป็นเล่มจบ แต่ในที่สุดได้มีการขยายเป็น 4 เล่มเพื่อให้ครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด นอกจากนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับภาคผนวกและแนวคิดเรื่องภาคต่อที่ถูกยกเลิกไป สามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้ในเล่ม HoME 12 ที่ชื่อว่า The Peoples of Middle-earth

ที่มาของชื่อเล่ม

ชื่อของหนังสือแต่ละเล่มในชุดนี้ นำมาจากชื่อที่ J.R.R. Tolkien เคยเสนอไว้สำหรับหนังสือแต่ละเล่มย่อยใน The Lord of the Rings ซึ่งเดิมทีเขาตั้งใจให้เป็นเล่มเดียวที่แบ่งเป็น 6 เล่มย่อย พร้อมภาคผนวก แต่สำนักพิมพ์ได้แบ่งออกเป็น 3 เล่ม โดยแต่ละเล่มประกอบด้วย 2 เล่มย่อย ชื่อที่ Tolkien เคยเสนอไว้ ได้แก่:

  • เล่ม 1: The First Journey หรือ The Ring Sets Out
  • เล่ม 2: The Journey of the Nine Companions หรือ The Ring Goes South
  • เล่ม 3: The Treason of Isengard
  • เล่ม 4: The Journey of the Ring-Bearers หรือ The Ring Goes East
  • เล่ม 5: The War of the Ring
  • เล่ม 6: The End of the Third Age

ชื่อ The Return of the Shadow เป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกยกเลิกสำหรับเล่มที่ 1 ของชุดประวัติศาสตร์นี้

จารึกอักษร Tengwar

ในหน้าชื่อเรื่องของหนังสือแต่ละเล่มในชุด History of Middle-earth จะมีจารึกที่เขียนด้วยตัวอักษร Fëanorian (Tengwar) ซึ่งเป็นตัวอักษรที่ Tolkien ประดิษฐ์ขึ้นสำหรับชาวไฮเอลฟ์ โดย Christopher Tolkien เป็นผู้เขียนจารึกเหล่านี้เพื่ออธิบายเนื้อหาภายในเล่ม

กระบวนการสร้างสรรค์ของ J.R.R. Tolkien

Diagram of Tolkien's Legendarium
แผนผังแสดงเอกสารที่ประกอบขึ้นเป็น Legendarium ของ Tolkien ตามการตีความในระดับต่างๆ

หนังสือชุดนี้เผยให้เห็นว่าการสร้างสรรค์ของ Tolkien เป็นไปอย่างช้าๆ และเป็นการสะสมรายละเอียดไปเรื่อยๆ Christopher Tolkien ระบุว่า ในช่วงสองเล่มแรก บิดาของเขาเขียนเรื่องราวมาถึงเมืองริเวนเดลล์ แต่ยังไม่มีแนวคิดที่ชัดเจนว่าเหตุการณ์หลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร

นอกจากนี้ Tolkien มักจะจมดิ่งลงไปใน "ใยแมงมุมของการโต้แย้ง" หรือรายละเอียดปลีกย่อยที่บางครั้งไม่จำเป็น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือตัวละคร Pippin Took ซึ่งในระหว่างการแก้ไขและตัดทอนเนื้อหา เคยถูกเปลี่ยนชื่อหลายครั้ง เช่น Odo, Frodo, Folco, Faramond, Peregrin, Hamilcar, Fredegar และ Olo รวมถึงการเปลี่ยนตระกูลจาก Tooks เป็น Boffins หรือ Bolgers

ความลื่นไหลในการเขียนเกิดขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อถึงบท "The Breaking of the Fellowship" ซึ่ง Christopher บันทึกว่าบทต่อๆ มาถูกเขียนขึ้นด้วยความสะดวกและรวดเร็วกว่าส่วนใดๆ ของเรื่อง หลังจากนั้น ปัญหาของ Tolkien จะเปลี่ยนเป็นการเลือกสรรระหว่างเหตุการณ์ทางเลือกเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เช่น ในเล่ม Sauron Defeated มีเหตุการณ์ที่ถูกตัดออกไปคือ การอภัยโทษให้ Saruman และพิธีมอบรางวัลในช่วงท้ายเรื่อง

คำถามที่พบบ่อย

ใครเป็นผู้เขียน The History of The Lord of the Rings?

Christopher Tolkien ลูกชายของ J.R.R. Tolkien เป็นผู้รวบรวมและเขียนหนังสือชุดนี้

ตัวอักษร Tengwar ในหนังสือคืออะไร?

เป็นตัวอักษร Fëanorian ที่ J.R.R. Tolkien ประดิษฐ์ขึ้นสำหรับชาวไฮเอลฟ์ ซึ่งปรากฏอยู่ในหน้าชื่อเรื่องของหนังสือแต่ละเล่ม

Tolkien ประสบปัญหาอะไรในการเขียนช่วงแรกของเรื่อง?

เขามักจะจมอยู่กับรายละเอียดปลีกย่อยและการโต้แย้งในเรื่องเหตุและผลที่บางครั้งไม่จำเป็น ทำให้การดำเนินเรื่องเป็นไปอย่างช้าๆ