← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ประวัติหนังสือพิมพ์ เดอะ วอชิงตัน สตาร์

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1852 โดยกัปตันโจเซฟ บอร์โรวส์ เทต
  • เป็นหนังสือพิมพ์รายวันฉบับยามบ่ายที่มีอิทธิพลสูงสุดในวอชิงตัน ดี.ซี. เป็นเวลานาน
  • มีชื่อเสียงจากการมีนักวาดการ์ตูนล้อเลียนระดับพูลิตเซอร์อย่าง คลิฟฟอร์ด เค. เบอร์รีแมน
  • ปิดตัวลงและยื่นขอล้มละลายในวันที่ 7 สิงหาคม ค.ศ. 1981

เดอะ วอชิงตัน สตาร์ (The Washington Star) หรือที่เคยรู้จักในชื่อ วอชิงตัน สตาร์-นิวส์ (Washington Star-News) และ วอชิงตัน อีฟนิ่ง สตาร์ (Washington Evening Star) เป็นหนังสือพิมพ์รายวันฉบับยามบ่ายที่ตีพิมพ์ในวอชิงตัน ดี.ซี. ระหว่างปี ค.ศ. 1852 ถึง 1981 โดยมีฉบับวันอาทิตย์ในชื่อ ซันเดย์ สตาร์ (Sunday Star)

เป็นเวลานานที่ เดอะ วอชิงตัน สตาร์ ทำหน้าที่เป็นหนังสือพิมพ์หลัก (Newspaper of Record) ของเมืองวอชิงตัน ดี.ซี. โดยเป็นแหล่งรวมของนักเขียนคอลัมน์ชื่อดังอย่าง แมรี แมคกรอรี (Mary McGrory) และนักวาดการ์ตูนล้อเลียนระดับตำนานอย่าง คลิฟฟอร์ด เค. เบอร์รีแมน (Clifford K. Berryman) อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ได้ยุติการตีพิมพ์และยื่นขอล้มละลายเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ค.ศ. 1981 หลังจากดำเนินกิจการมานานถึง 128 ปี ซึ่งในการขายทอดตลาดจากการล้มละลายนั้น เดอะ วอชิงตัน โพสต์ (The Washington Post) ได้เข้าซื้อที่ดิน อาคาร และเครื่องพิมพ์ของ เดอะ วอชิงตัน สตาร์ ไปในที่สุด

จุดเริ่มต้นและการเติบโตในศตวรรษที่ 19

อาคารสำนักงานเก่าของหนังสือพิมพ์ในวอชิงตัน ดี.ซี.
บรรยากาศย่านสำนักพิมพ์ในวอชิงตัน ดี.ซี. ช่วงศตวรรษที่ 19

หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1852 โดยกัปตันโจเซฟ บอร์โรวส์ เทต (Captain Joseph Borrows Tate) โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ "Newspaper Row" บนถนนเพนซิลเวเนีย ในวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งในระยะแรกใช้ชื่อว่า เดอะ เดลี อีฟนิ่ง สตาร์ (The Daily Evening Star)

ต่อมาในปี ค.ศ. 1853 วิลเลียม ดักลาส วอลแลค (William Douglas Wallach) นักสำรวจและผู้ประกอบการหนังสือพิมพ์จากเท็กซัสได้เข้าซื้อกิจการ และเปลี่ยนชื่อเป็น เดอะ อีฟนิ่ง สตาร์ (The Evening Star) ในปี 1854 พร้อมทั้งเริ่มตีพิมพ์ฉบับวันอาทิตย์ วอลแลคบริหารงานเพียงผู้เดียวเป็นเวลา 14 ปี และสร้างฐานสมาชิกให้เติบโตอย่างรวดเร็วผ่านการรายงานข่าวสงครามกลางเมืองอเมริกา จนกระทั่งปี ค.ศ. 1867 กลุ่มคอนซอร์เทียมสามคน ได้แก่ ครอสบี สจวร์ต นอยส์ (Crosby Stuart Noyes), แซมมวล เอช. คอฟฟ์แมน (Samuel H. Kauffmann) และจอร์จ ดับเบิลยู. อดัมส์ (George W. Adams) ได้เข้าซื้อกิจการ ซึ่งกลุ่มตระกูลนอยส์-คอฟฟ์แมน-อดัมส์ ได้ถือครองความเป็นเจ้าของต่อเนื่องกันถึงสี่รุ่น

บทบาทในศตวรรษที่ 20 และอิทธิพลทางการเมือง

การ์ตูนล้อเลียนทางการเมืองของ Clifford K. Berryman
ผลงานการ์ตูนล้อเลียนของ คลิฟฟอร์ด เค. เบอร์รีแมน ที่สะท้อนการเมืองสหรัฐฯ

ในปี ค.ศ. 1907 คลิฟฟอร์ด เค. เบอร์รีแมน (Clifford K. Berryman) นักวาดการ์ตูนผู้ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ได้เข้าร่วมงานกับ เดอะ สตาร์ ผลงานที่โด่งดังที่สุดของเขาคือการ์ตูนในปี 1902 เรื่อง "Drawing the Line in Mississippi" ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการสร้าง "ตุ๊กตาหมีเทดดี้" (Teddy Bear) เบอร์รีแมนวาดการ์ตูนล้อเลียนประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลายท่าน เช่น ทีโอดอร์ รูสเวลต์, แฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ และแฮร์รี เอส. ทรูแมน โดยเนื้อหาครอบคลุมทั้งประเด็นการเมือง การทูต และปัญหาสังคม จนกระทั่งเขาเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจในปี ค.ศ. 1949

ในปี ค.ศ. 1938 หนังสือพิมพ์ได้ขยายธุรกิจเข้าสู่สื่อวิทยุโดยการซื้อบริษัท M. A. Leese Radio Corporation ซึ่งทำให้ได้สถานีวิทยุ WMAL ที่เก่าแก่ที่สุดในวอชิงตันมาครอบครอง และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น อีฟนิ่ง สตาร์ บรอดแคสติ้ง คอมพานี (Evening Star Broadcasting Company)

การเสื่อมถอยและการแข่งขัน

แม้ว่าอิทธิพลและการหมุนเวียนของหนังสือพิมพ์จะพุ่งสูงสุดในช่วงทศวรรษ 1950 แต่ เดอะ วอชิงตัน สตาร์ กลับไม่สามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยได้ ปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความเสื่อมถอย ได้แก่:

  • การบริหารงานภายใน: ตำแหน่งบริหารระดับสูงส่วนใหญ่ถูกครองโดยสมาชิกในตระกูลเจ้าของ ซึ่งบางรายมีชื่อเสียงในด้านการเหยียดเชื้อชาติและชาวยิว ส่งผลให้ผู้ลงโฆษณาจำนวนมากถอนตัว
  • การขยายตัวของเมือง: การเติบโตของเขตชานเมืองทำให้การส่งหนังสือพิมพ์ฉบับยามบ่ายประสบปัญหา เนื่องจากรถขนส่งติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วน ทำให้หนังสือพิมพ์ถึงมือผู้อ่านล่าช้า
  • การแข่งขัน: เดอะ วอชิงตัน โพสต์ (The Washington Post) ได้ควบรวมกิจการกับคู่แข่งอย่าง วอชิงตัน ไทม์ส-เฮรัลด์ (Washington Times-Herald) ในปี 1954 และก้าวขึ้นมาเป็นหนังสือพิมพ์อันดับหนึ่งของเมืองแทนที่ เดอะ สตาร์

ในช่วงทศวรรษ 1960 และ 1970 หนังสือพิมพ์พยายามปรับตัวโดยการควบรวมกิจการกับ เดอะ วอชิงตัน เดลี นิวส์ (The Washington Daily News) ในปี 1972 และเปลี่ยนชื่อเป็น วอชิงตัน สตาร์ นิวส์ ก่อนจะกลายเป็น เดอะ วอชิงตัน สตาร์ ในเวลาต่อมา

ความขัดแย้งและการปิดตัว

ในปี ค.ศ. 1973 เดอะ สตาร์ ตกเป็นเป้าหมายของการพยายามเข้าซื้อกิจการอย่างลับๆ โดยกลุ่มผลประโยชน์ที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลแอฟริกาใต้ในยุคการแบ่งแยกสีผิว (Apartheid) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของคดีอื้อฉาว มัลเดอร์เกต (Muldergate Scandal) อย่างไรก็ตาม การซื้อขายไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากผู้พยายามซื้อได้รับคำขู่ฆ่า

ในปี ค.ศ. 1975 โจ ออลบริตตัน (Joe Allbritton) มหาเศรษฐีชาวเท็กซัสได้เข้าซื้อกิจการต่อจากกลุ่มตระกูลนอยส์-คอฟฟ์แมน-อดัมส์ โดยหวังจะใช้กำไรจากสถานีวิทยุและโทรทัศน์ WMAL มาพยุงฐานะทางการเงินของหนังสือพิมพ์ แต่กฎระเบียบของ FCC (คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ) เรื่องการห้ามถือครองสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อกระจายเสียงในพื้นที่เดียวกัน ทำให้แผนการนี้ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่

ในที่สุด ด้วยปัญหาทางการเงินที่สะสมและการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดอย่างต่อเนื่อง เดอะ วอชิงตัน สตาร์ จึงต้องยุติการตีพิมพ์ในวันที่ 7 สิงหาคม ค.ศ. 1981 และยื่นขอล้มละลาย ปิดตำนานหนังสือพิมพ์รายวันยามบ่ายของวอชิงตัน ดี.ซี. ที่ยาวนานถึง 128 ปี

คำถามที่พบบ่อย

เดอะ วอชิงตัน สตาร์ คืออะไร?

เป็นหนังสือพิมพ์รายวันฉบับยามบ่ายที่ตีพิมพ์ในวอชิงตัน ดี.ซี. ระหว่างปี ค.ศ. 1852 ถึง 1981 โดยเคยเป็นหนังสือพิมพ์หลักของเมืองก่อนจะถูกแทนที่โดย เดอะ วอชิงตัน โพสต์

ใครคือนักวาดการ์ตูนที่มีชื่อเสียงที่สุดของ เดอะ วอชิงตัน สตาร์?

คลิฟฟอร์ด เค. เบอร์รีแมน (Clifford K. Berryman) ซึ่งเป็นเจ้าของผลงานการ์ตูนที่นำไปสู่การสร้างตุ๊กตาหมีเทดดี้ และเป็นผู้ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์

ทำไม เดอะ วอชิงตัน สตาร์ ถึงปิดตัวลง?

ปัจจัยหลักเกิดจากการแข่งขันกับ เดอะ วอชิงตัน โพสต์, การขยายตัวของเขตชานเมืองที่ทำให้การส่งหนังสือพิมพ์ยามบ่ายล่าช้า, ปัญหาการบริหารงานภายใน และกฎระเบียบของ FCC เกี่ยวกับการถือครองสื่อ

เกิดอะไรขึ้นกับทรัพย์สินของ เดอะ วอชิงตัน สตาร์ หลังจากล้มละลาย?

เดอะ วอชิงตัน โพสต์ ได้เข้าซื้อที่ดิน อาคาร และเครื่องพิมพ์ของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ผ่านการขายทอดตลาดจากการล้มละลาย