ประวัติพจนานุกรม Webster's รากฐานภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน
สรุปใจความสำคัญ
- Noah Webster เป็นผู้ผลักดันการสะกดคำแบบอเมริกัน เช่น center และ honor เพื่อความเรียบง่ายและสร้างอัตลักษณ์ของชาติ
- An American Dictionary of the English Language (1828) มีคำศัพท์ถึง 70,000 คำ ซึ่งถือว่ามากที่สุดในยุคนั้น
- Merriam-Webster เป็นบริษัทที่รับช่วงต่อสิทธิในผลงานของ Noah Webster และทำให้ชื่อ Webster กลายเป็นมาตรฐานของพจนานุกรมในสหรัฐฯ
Webster's Dictionary ไม่ได้เป็นเพียงชื่อพจนานุกรมเล่มหนึ่ง แต่ได้กลายเป็นเครื่องหมายการค้าทั่วไป (genericized trademark) ในสหรัฐอเมริกาที่ใช้เรียกพจนานุกรมภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน โดยมีจุดเริ่มต้นจากผลงานของ Noah Webster นักเลกซิคอกราฟี (นักจัดทำพจนานุกรม) ผู้มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานมาตรฐานการเขียนและการสะกดคำของชาวอเมริกัน
ผลงานยุคแรกของ Noah Webster
A Compendious Dictionary of the English Language (1806)
Noah Webster ใช้เวลาหลายทศวรรษในการวิจัยเพื่อรวบรวมพจนานุกรมเล่มแรกของเขาซึ่งตีพิมพ์ในปี 1806 สิ่งที่ทำให้พจนานุกรมเล่มนี้โดดเด่นคือการผลักดันให้เกิดการสะกดคำแบบอเมริกันที่แตกต่างจากแบบอังกฤษ เช่น การใช้ center แทน centre, honor แทน honour และ program แทน programme
Webster ไม่ได้เพียงแค่สร้างคำใหม่ แต่เขาเลือกใช้ตัวเลือกการสะกดที่มีอยู่แล้วซึ่งมีความเรียบง่ายและสอดคล้องกับรากศัพท์มากขึ้น นอกจากนี้เขายังบรรจุคำศัพท์ทางเทคนิคจากศิลปะและวิทยาศาสตร์เข้าไปด้วย ซึ่งต่างจากพจนานุกรมในยุคนั้นที่มักเน้นเฉพาะคำศัพท์ทางวรรณกรรม
An American Dictionary of the English Language
ฉบับพิมพ์ครั้งแรก (1828)
ในปี 1828 ขณะที่ Noah Webster มีอายุ 70 ปี เขาได้ตีพิมพ์ผลงานชิ้นเอก An American Dictionary of the English Language ซึ่งประกอบด้วย 2 เล่มใหญ่ (quarto volumes) บรรจุคำศัพท์ถึง 70,000 คำ ซึ่งมากกว่าพจนานุกรมเล่มใหญ่ที่สุดในขณะนั้นที่มีเพียง 58,000 คำ


ฉบับพิมพ์ครั้งที่สอง (1841)
ในปี 1841 Webster ในวัย 82 ปี ได้ตีพิมพ์ฉบับปรับปรุงโดยได้รับความช่วยเหลือจากลูกชายของเขา William G. Webster ฉบับนี้เปลี่ยนรูปแบบจาก quarto เป็น octavo และมีการเพิ่มคำศัพท์อีกหลายพันคำ พร้อมทั้งบทนำที่อธิบายเกี่ยวกับต้นกำเนิดและประวัติศาสตร์ของภาษาในเอเชียตะวันตกและยุโรป
การส่งต่อสู่ Merriam-Webster
หลังจาก Noah Webster เสียชีวิตในปี 1843 สิทธิในผลงานของเขาถูกขายต่อให้กับบริษัท G & C Merriam Co. แห่งเมืองสปริงฟิลด์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่งนำไปสู่การตีพิมพ์พจนานุกรม Webster's ภายใต้ชื่อ Merriam ในปี 1845 และกลายเป็นทายาททางธุรกิจที่ดูแลผลงานของเขามาจนถึงปัจจุบัน
อิทธิพลทางวัฒนธรรมและวรรณกรรม
พจนานุกรมของ Webster ไม่ได้มีผลเพียงแค่เรื่องภาษา แต่ยังส่งผลต่ออัตลักษณ์ของชาติอเมริกัน แม้ในช่วงแรกจะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มอนุรักษนิยมว่ามีความสุดโต่งเกินไป แต่ในเวลาต่อมากลับกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักเขียน เช่น Emily Dickinson กวีชื่อดังที่เคยกล่าวว่าพจนานุกรมเล่มนี้เป็น "เพื่อนเพียงคนเดียว" ของเธอในช่วงเวลาหลายปี
คำถามที่พบบ่อย
Noah Webster เป็นผู้คิดค้นการสะกดคำแบบอเมริกันทั้งหมดใช่หรือไม่?
ไม่ใช่ เขาไม่ได้คิดค้นขึ้นใหม่ทั้งหมด แต่เลือกใช้รูปแบบการสะกดที่มีอยู่แล้วซึ่งมีความเรียบง่ายและสอดคล้องกับรากศัพท์มากขึ้น เพื่อให้เป็นมาตรฐานสำหรับภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน
พจนานุกรมฉบับปี 1828 มีความสำคัญอย่างไร?
เป็นผลงานชิ้นเอกของ Noah Webster ที่รวบรวมคำศัพท์ไว้ถึง 70,000 คำ ซึ่งมากกว่าพจนานุกรมเล่มอื่นในสมัยนั้น และเป็นการวางรากฐานภาษาอังกฤษแบบอเมริกันอย่างเป็นทางการ
ความสัมพันธ์ระหว่าง Noah Webster และ Merriam-Webster คืออะไร?
G & C Merriam Co. เป็นบริษัทที่ซื้อสิทธิในผลงานของ Noah Webster จากทายาทของเขา และเป็นผู้ตีพิมพ์พจนานุกรมภายใต้ชื่อ Webster's ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

