ข้อมูลบริษัทกฎหมาย ฮอลแลนด์ แอนด์ ไนท์
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นบริษัทกฎหมายชั้นนำที่มีสำนักงานใหญ่ในเมืองแทมปา รัฐฟลอริดา และมีเครือข่ายสำนักงาน 35 แห่งทั่วโลก
- มีความโดดเด่นอย่างมากในด้านการล็อบบี้ โดยมีกลุ่มนโยบายสาธารณะและการกำกับดูแลที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของสหรัฐฯ ตามรายได้
- มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องผ่านการควบรวมกิจการกับบริษัทกฎหมายขนาดใหญ่ เช่น Thompson & Knight และ Waller, Lansden, Dortch & Davis
ฮอลแลนด์ แอนด์ ไนท์ (Holland & Knight LLP) เป็นบริษัทกฎหมายระดับนานาชาติที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองแทมปา รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันบริษัทมีสำนักงานทั้งหมด 35 แห่ง โดยในจำนวนนี้มี 5 แห่งที่ตั้งอยู่นอกสหรัฐอเมริกา บริษัทเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะหนึ่งในบริษัทกฎหมายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ โดยในปี 2022 ถูกจัดอันดับให้เป็นบริษัทกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 7 ของสหรัฐฯ ด้วยจำนวนทนายความ 1,596 คน และได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 2,174 คนในปี 2025
ประวัติและการก่อตั้ง
รากฐานของบริษัทเริ่มต้นจากสำนักงานกฎหมายสองแห่ง ได้แก่ สำนักงานของ สเปสซาร์ด ฮอลแลนด์ (Spessard Holland) อดีตผู้พิพากษาและวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ซึ่งเปิดดำเนินกิจการในชื่อ Holland & Bevis ในปี 1929 และสำนักงานของ ปีเตอร์ โอ. ไนท์ (Peter O. Knight) ซึ่งก่อตั้งสำนักงานในแทมปาตั้งแต่ปี 1889 ทั้งสองบริษัทได้ควบรวมกิจการกันในปี 1968 จนกลายเป็น Holland & Knight
การขยายตัวและการควบรวมกิจการ
บริษัทมีการเติบโตอย่างรวดเร็วผ่านการควบรวมกิจการหลายครั้ง เหตุการณ์สำคัญ ได้แก่:
- ปี 1997: เข้าซื้อกิจการ Haight, Gardner, Poor & Havens ส่งผลให้กลายเป็นบริษัทกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 12 ของสหรัฐฯ ในขณะนั้น
- ปี 2021: ควบรวมกิจการกับ Thompson & Knight ซึ่งมีฐานอยู่ในเมืองดัลลัส
- ปี 2023: ควบรวมกิจการกับ Waller, Lansden, Dortch & Davis จากเมืองแนชวิลล์ ทำให้มีจำนวนทนายความเพิ่มขึ้นเกือบ 2,000 คน
ในช่วงกลางทศวรรษ 2020 บริษัทได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ประสานงานข้อตกลง Private Equity ขององค์กรบริการจัดการ (Management Services Organization หรือ MSO) กับบริษัทกฎหมายรายย่อย ซึ่งกลายเป็นส่วนสำคัญของแผนกธุรกรรมบริการทางกฎหมายของบริษัท
การล็อบบี้และการดำเนินงานทางการเมือง
ฮอลแลนด์ แอนด์ ไนท์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการล็อบบี้ที่จดทะเบียนอย่างถูกต้อง โดยกลุ่มนโยบายสาธารณะและการกำกับดูแล (Public Policy & Regulation Group) ของบริษัทได้รับการจัดอันดับให้เป็นหน่วยงานล็อบบี้ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของสหรัฐอเมริกาเมื่อวัดจากรายได้
บทบาทและผลงานที่สำคัญ
บริษัทมีบทบาทสำคัญในการผลักดันกฎหมายและเรียกร้องความยุติธรรมในหลายกรณี เช่น ในปี 1994 บริษัทได้ยื่นฟ้องแทนผู้เสียหายจากเหตุการณ์สังหารหมู่ที่โรสวูด (Rosewood Massacre) ปี 1923 แม้คดีจะถูกยกฟ้อง แต่ทีมทนายความนำโดย มาร์ธา บาร์เน็ตต์ (Martha Barnett) ประสบความสำเร็จในการล็อบบี้สภานิติบัญญัติของรัฐฟลอริดาให้จัดสรรเงินชดเชยจำนวน 1.5 ล้านดอลลาร์ให้แก่ผู้รอดชีวิตและทายาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทเคยเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในปี 2002 เมื่อพยายามผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายของรัฐฟลอริดาเพื่อผ่อนปรนข้อจำกัดสำหรับผู้ให้บริการเงินกู้นอกระบบ (Payday Lenders) ซึ่งถูกมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มธุรกิจที่เอาเปรียบผู้มีรายได้น้อย
รางวัลและความสำเร็จ
บริษัทได้รับความเชื่อมั่นและรางวัลจากสถาบันชั้นนำมากมาย อาทิ:
- ได้รับการจัดอันดับใน NLJ 500 ปี 2025 เป็นบริษัทกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 14 ของสหรัฐฯ (พิจารณาจากขนาด) และอันดับ 26 ใน AmLaw 200 (พิจารณาจากรายได้รวม)
- ได้รับรางวัล Best Law Firms Tier 1 จาก Best Lawyers ในหลายสาขาความเชี่ยวชาญ
- ได้รับการยอมรับจาก World Trademark Review 1000 ให้เป็นหนึ่งในบริษัทกฎหมายด้านเครื่องหมายการค้าชั้นนำของโลก
- ได้รับรางวัล Law Firm of the Year ในพื้นที่วอชิงตัน ดี.ซี. จาก Greater Washington Commercial Association of Realtors ถึง 3 ครั้งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
คำถามที่พบบ่อย
ฮอลแลนด์ แอนด์ ไนท์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อใด?
บริษัทเกิดจากการควบรวมกิจการระหว่างสำนักงานกฎหมายของ สเปสซาร์ด ฮอลแลนด์ และ ปีเตอร์ โอ. ไนท์ ในปี 1968
จุดเด่นของบริษัท ฮอลแลนด์ แอนด์ ไนท์ คืออะไร?
บริษัทมีความเชี่ยวชาญสูงในด้านกฎหมายธุรกิจและการล็อบบี้ โดยมีหนึ่งในหน่วยงานล็อบบี้ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบันบริษัทมีขนาดใหญ่เพียงใด?
ณ ปี 2025 บริษัทมีทนายความในสังกัดประมาณ 2,174 คน และมีสำนักงาน 35 แห่งทั่วโลก
บริษัทเคยมีบทบาทในการช่วยเหลือสังคมอย่างไร?
ในปี 1994 บริษัทได้ช่วยล็อบบี้รัฐบาลฟลอริดาเพื่อให้มีการจ่ายเงินชดเชยแก่ผู้รอดชีวิตและทายาทจากเหตุการณ์สังหารหมู่ที่โรสวูด (Rosewood Massacre) ปี 1923
ฮอลแลนด์ แอนด์ ไนท์ มีสำนักงานนอกสหรัฐอเมริกาหรือไม่?
มี โดยปัจจุบันมีสำนักงาน 5 แห่งที่ตั้งอยู่นอกสหรัฐอเมริกา