เหตุการณ์แบล็กฟรายเดย์ในฮอลลีวูด
สรุปใจความสำคัญ
- เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 1945 ที่หน้าสตูดิโอวอร์เนอร์ บราเธอส์ ในเมืองเบอร์แบงก์ รัฐแคลิฟอร์เนีย
- เป็นการปะทะกันระหว่างสมาชิกสหภาพ Conference of Studio Unions (CSU) และคนงานที่เข้ามาทำงานแทน (Strikebreakers)
- มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 40 ราย และมีการใช้แก๊สน้ำตาและสายฉีดน้ำแรงดันสูงในการสลายการชุมนุม
- เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งในการแย่งชิงอำนาจตัวแทนแรงงานระหว่าง CSU และ IATSE
- ส่งผลกระทบต่อการผ่านกฎหมาย Taft–Hartley Act ปี 1947 ซึ่งจำกัดสิทธิการประท้วงของสหภาพแรงงาน
เหตุการณ์แบล็กฟรายเดย์ในฮอลลีวูด (Hollywood Black Friday) หรือที่รู้จักในชื่อ Hollywood Bloody Friday คือเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 1945 ในประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวของแรงงานในสหรัฐอเมริกา โดยเป็นการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงหยุดงานของสหภาพแรงงานและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่หน้าประตูสตูดิโอวอร์เนอร์ บราเธอส์ (Warner Bros.) ในเมืองเบอร์แบงก์ รัฐแคลิฟอร์เนีย
ภูมิหลังและความขัดแย้งระหว่างสหภาพ
ความขัดแย้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากการต่อสู้เพื่ออำนาจในการเป็นตัวแทนแรงงานระหว่างสองกลุ่มหลัก คือ Conference of Studio Unions (CSU) ซึ่งนำโดย เฮอร์เบิร์ต ซอร์เรล (Herbert Sorrell) และ International Alliance of Theatrical Stage Employees (IATSE)
ในปี ค.ศ. 1937 นักตกแต่งฉากจำนวน 77 คนได้แยกตัวออกจาก IATSE เพื่อก่อตั้งสมาคมนักตกแต่งภายในภาพยนตร์ (Society of Motion Picture Interior Decorators - SMPID) และเจรจาสัญญาอิสระกับผู้ผลิต ต่อมาในปี ค.ศ. 1943 SMPID ได้เข้าร่วมกับ CSU ทำให้ CSU กลายเป็นตัวแทนในการเจรจาสัญญา อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตภาพยนตร์ได้ประวิงเวลาการเจรจาเป็นเวลาหลายเดือน ขณะที่ IATSE ได้โต้แย้งสิทธิ์ในการดูแลนักตกแต่งฉาก ซึ่งนำไปสู่ความล่าช้าในการตกลงสัญญาและการเผชิญหน้าระหว่างสองสหภาพ
การประท้วงหยุดงานในปี 1945
ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1945 แรงงานในสังกัด CSU ประมาณ 10,500 คนได้เริ่มการประท้วงหยุดงานและปิดล้อมสตูดิโอต่างๆ ส่งผลให้การผลิตภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ในสมัยนั้น เช่น Duel in the Sun และ Night and Day ต้องล่าช้าออกไป
แม้ว่าสตูดิโอขนาดเล็กและอิสระบางแห่งจะยอมเจรจา แต่สตูดิโอรายใหญ่ เช่น Columbia, Fox, MGM, Paramount, RKO, Universal และ Warner กลับปฏิเสธการเจรจา โดยอาศัยข้อได้เปรียบจากการที่มีภาพยนตร์ที่ผลิตเสร็จแล้วจำนวนมากพร้อมฉาย ทำให้สามารถทนต่อการประท้วงได้ในระยะแรก
เหตุการณ์จลาจลในวันศุกร์สีดำ
ความตึงเครียดพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุดในวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 1945 เมื่อผู้ประท้วงประมาณ 300 คนรวมตัวกันที่ประตูหลักของวอร์เนอร์ บราเธอส์ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดของลอสแอนเจลิส เมื่อคนงานที่ไม่ร่วมประท้วงพยายามเข้าไปทำงานในเวลา 06:00 น. ผู้ประท้วงได้สร้างสิ่งกีดขวางและเกิดการปะทะกัน มีการพลิกรถยนต์ของคนงานที่พยายามขับผ่านฝูงชน
สถานการณ์บานปลายเมื่อมีผู้เข้าร่วมการประท้วงเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1,000 คน ทำให้ตำรวจจากเมืองเกลนเดล ลอสแอนเจลิส และเบอร์แบงก์ พร้อมด้วยฝ่ายรักษาความปลอดภัยของวอร์เนอร์ต้องเข้าควบคุมสถานการณ์ เกิดการตะลุมบอนกันอย่างรุนแรง โดยฝ่ายคนงานที่เข้ามาแทนที่ใช้โซ่ ค้อน ท่อเหล็ก แก๊สน้ำตา และกระบองโจมตีผู้ประท้วง ขณะที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของวอร์เนอร์ใช้แก๊สน้ำตาฉีดจากดาดฟ้าอาคาร และพนักงานดับเพลิงใช้สายฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดใส่ผู้ประท้วง
เหตุการณ์ในวันนั้นส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 40 ราย และต้องใช้กำลังตำรวจและรองนายอำเภอรวมกว่า 300 นายเพื่อระงับเหตุ
ผลกระทบและบทสรุป
แม้ว่าการประท้วงจะสิ้นสุดลงในอีกหนึ่งเดือนต่อมาหลังจากมีการเจรจา แต่ชัยชนะของ CSU เป็นเพียงชัยชนะชั่วคราว (Pyrrhic victory) เนื่องจากความขัดแย้งเรื่องขอบเขตอำนาจระหว่าง CSU และ IATSE ยังคงดำเนินต่อไป

ในปี ค.ศ. 1946 สตูดิโอต่างๆ ภายใต้การสนับสนุนของผู้นำ IATSE ได้ดำเนินกลยุทธ์บีบให้สมาชิก CSU ออกจากระบบ โดยการย้ายตำแหน่งงานของสมาชิก CSU ไปยังตำแหน่งที่พวกเขาไม่ได้ปฏิบัติงานมานานหลายปี เมื่อสมาชิก CSU ปฏิเสธและประท้วง พวกเขาจึงถูกล็อกเอาต์ (Lockout) และถูกส่งกลับบ้าน
นอกจากนี้ยังมีการใช้ข้อกล่าวหาเรื่องการแทรกซึมของคอมมิวนิสต์ภายในสหภาพแรงงานเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของ เฮอร์เบิร์ต ซอร์เรล และ CSU ส่งผลให้ CSU อ่อนแอลงเรื่อยๆ จนไม่สามารถฟื้นตัวได้ และนำไปสู่การปรับโครงสร้างความเป็นผู้นำของ IATSE ในที่สุด เหตุการณ์ความวุ่นวายจากการประท้วงแรงงานในช่วงนี้ยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการผลักดันให้เกิด พระราชบัญญัติแทฟต์-ฮาร์ตลีย์ (Taft–Hartley Act) ในปี ค.ศ. 1947 ซึ่งจำกัดอำนาจของสหภาพแรงงานในสหรัฐอเมริกา
คำถามที่พบบ่อย
เหตุการณ์แบล็กฟรายเดย์ในฮอลลีวูดคืออะไร?
คือเหตุการณ์จลาจลรุนแรงที่เกิดขึ้นในวันที่ 5 ตุลาคม 1945 เมื่อคนงานในสังกัดสหภาพ CSU ประท้วงหยุดงานที่สตูดิโอวอร์เนอร์ บราเธอส์ จนเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างผู้ประท้วง คนงานทดแทน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ
สาเหตุหลักของการประท้วงคืออะไร?
เกิดจากความขัดแย้งเรื่องสิทธิ์ในการเป็นตัวแทนแรงงาน (Jurisdiction) ของกลุ่มนักตกแต่งฉาก ระหว่างสหภาพ CSU และ IATSE รวมถึงการที่สตูดิโอรายใหญ่ปฏิเสธการเจรจาสัญญาจ้างงาน
เหตุการณ์นี้ส่งผลอย่างไรต่อกฎหมายแรงงานสหรัฐฯ?
ความวุ่นวายจากการประท้วงหยุดงานในฮอลลีวูดและอุตสาหกรรมอื่นๆ ในช่วงนั้น เป็นปัจจัยสนับสนุนให้รัฐสภาสหรัฐฯ ผ่านพระราชบัญญัติแทฟต์-ฮาร์ตลีย์ (Taft–Hartley Act) ในปี 1947 เพื่อควบคุมและจำกัดอำนาจของสหภาพแรงงาน