← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เรือปืนชั้นฮูไมตา (Humaitá-class gunboat)

สรุปใจความสำคัญ

  • ออกแบบโดยวิศวกรชาวปารากวัย โฮเซ บอซซาโน และต่อขึ้นในประเทศอิตาลี
  • เป็นเรือปืนแม่น้ำที่มีอำนาจการยิงสูงกว่าเรือทำลายเรือดำน้ำบางชั้นในยุคนั้น
  • มีบทบาทสำคัญในการขนส่งทหารกว่า 60,000 นายในช่วงสงครามชาโก
  • ติดตั้งปืนหลักขนาด 4.7 นิ้ว แบบป้อมปืนคู่ 2 ป้อม และเกราะป้องกันน้ำหนักเบา

เรือปืนชั้นฮูไมตา เป็นเรือปืนแม่น้ำจำนวน 2 ลำที่ออกแบบโดยวิศวกรทางเรือชาวปารากวัย โฮเซ บอซซาโน (José Bozzano) และต่อขึ้นที่เมืองเจนัว ประเทศอิตาลี ระหว่างปี ค.ศ. 1928 ถึง 1931 เพื่อใช้งานในกองทัพเรือปารากวัย เรือชั้นนี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในฐานะเรือขนส่งทหารความเร็วสูงในช่วงสงครามชาโก (Chaco War) ระหว่างปารากวัยและโบลิเวีย

เรือ ARP Humaitá
เรือ ARP Humaitá หนึ่งในเรือปืนชั้นฮูไมตา

การออกแบบและคุณลักษณะทางเทคนิค

เรือปืนชั้นฮูไมตาถูกออกแบบมาเพื่อให้ปารากวัยสามารถครองความได้เปรียบทางเรือในแม่น้ำปารากวัย ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในความขัดแย้งเหนือภูมิภาคชาโก โดยบอซซาโนได้ออกแบบเรือให้มีระยะฟรีบอร์ด (Freeboard) สูงกว่าเรือแม่น้ำทั่วไปในยุคนั้น และมีส่วนหัวเรือ (Forecastle) ที่ยาวกว่าปกติ

ระบบอาวุธ

เรือชั้นนี้มีอำนาจการยิงที่รุนแรงกว่าเรือทำลายเรือดำน้ำ (Destroyer) บางชั้นของอิตาลีหรืออังกฤษในสมัยนั้น โดยมีรายละเอียดอาวุธดังนี้:

  • ปืนหลัก: ปืน Ansaldo ขนาด 4.7 นิ้ว (119 มม.) แบบป้อมปืนคู่ จำนวน 2 ป้อม
  • ปืนรอง: ปืนต่อสู้อากาศยาน Ansaldo ขนาด 3 นิ้ว (76 มม.) จำนวน 3 กระบอก
  • อาวุธอื่น ๆ: ปืนกลอัตโนมัติ Vickers ขนาด 40 มม. จำนวน 2 กระบอก และทุ่นระเบิดจำนวน 6 ลูก
ปืนคู่ของเรือฮูไมตา
ปืนหลักขนาด 4.7 นิ้ว แบบป้อมปืนคู่ของเรือชั้นฮูไมตา

เกราะป้องกันและระบบขับเคลื่อน

เรือได้รับการติดตั้งเกราะป้องกันน้ำหนักเบาในส่วนของเครื่องยนต์ ปืนหลัก และสะพานเดินเรือ โดยมีรายละเอียดความหนาของเกราะดังนี้:

  • เกราะข้างเรือ (Belt): 0.5 นิ้ว (13 มม.)
  • เกราะดาดฟ้าและป้อมปืน: 0.3 นิ้ว (8 มม.)
  • เกราะสะพานเดินเรือ: 0.76 นิ้ว (19 มม.)

ในส่วนของระบบขับเคลื่อน ใช้หม้อน้ำ 2 ชุด เชื่อมต่อกับกังหันไอน้ำแบบเกียร์ของ Parsons (Parsons geared steam turbines) ให้กำลัง 3,800 แรงม้า ขับเคลื่อนด้วยเพลา 2 เส้น ทำความเร็วสูงสุดได้ 18 นอต (ประมาณ 33 กม./ชม.)

ประวัติการปฏิบัติการ

เรือทั้งสองลำ ได้แก่ ARP Humaitá (C2) และ ARP Paraguay (C1) เดินทางออกจากเจนัวเมื่อวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 1931 โดยมีบอซซาโนและเจ้าหน้าที่ปารากวัยนำทาง พร้อมลูกเรือชาวอิตาลี ก่อนจะเปลี่ยนเป็นลูกเรือชาวปารากวัยที่เมืองบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา และถึงเมืองอาซุนซิออนในวันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 1931

บทบาทในสงครามชาโก

เรือปืนชั้นฮูไมตามีหน้าที่หลักในการขนส่งทหารและเสบียงอย่างรวดเร็วไปยังแนวหน้า รวมถึงการป้องกันภัยทางอากาศให้กับเรือขนส่งในแม่น้ำปารากวัย ข้อมูลจากกองทัพเรือปารากวัยระบุว่า เรือ Humaitá ได้ขนส่งทหารขึ้นเหนือรวม 62,546 นาย ผ่านการเดินทางทั้งหมด 84 เที่ยว

การปะทะที่สำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 1932 บริเวณใกล้กับ Puerto Leda เมื่อเครื่องบิน Vickers Vespa ของโบลิเวียเข้าโจมตีเรือ Humaitá แต่ไม่สามารถสร้างความเสียหายได้เนื่องจากเกราะป้องกันของเรือ

เรือ ARP Paraguay
เรือ ARP Paraguay (C1)

เหตุการณ์ในช่วงปลายสงครามและสงครามกลางเมือง

ในช่วงปลายสงคราม มีแผนการที่จะถอดปืนหลักของเรือ Humaitá เพื่อนำไปติดตั้งบนรถแทรกเตอร์ดัดแปลงและเคลื่อนย้ายเข้าไปในป่าเพื่อโจมตีฐานที่มั่นของโบลิเวียที่ Villa Montes จากระยะ 22 กิโลเมตร แต่สงครามได้ยุติลงก่อนที่แผนนี้จะดำเนินการสำเร็จ

ต่อมาในปี ค.ศ. 1947 ระหว่างสงครามกลางเมืองปารากวัย ลูกเรือของเรือ Humaitá และ Paraguay ซึ่งขณะนั้นกำลังซ่อมบำรุงอยู่ที่บัวโนสไอเรส ได้ก่อการยึดเรือและจับกุมเจ้าหน้าที่ที่จงรักภักดีต่อประธานาธิบดี Higinio Morínigo แล้วล่องเรือไปยังเมืองคาร์เมโล ประเทศอุรุกวัย

คำถามที่พบบ่อย

เรือปืนชั้นฮูไมตามีความสำคัญอย่างไรในสงครามชาโก?

เรือชั้นนี้ทำหน้าที่เป็นเรือขนส่งทหารความเร็วสูงและเรือคุ้มกัน ซึ่งช่วยให้ปารากวัยสามารถเคลื่อนย้ายกำลังพลจำนวนมากไปยังแนวหน้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมถึงการป้องกันภัยทางอากาศให้กับกองเรือขนส่ง

ใครเป็นผู้ออกแบบเรือปืนชั้นฮูไมตา?

โฮเซ บอซซาโน (José Bozzano) วิศวกรทางเรือชาวปารากวัย ผู้ซึ่งออกแบบเรือนี้โดยใช้ความรู้จากการศึกษาที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT)

เรือปืนชั้นนี้มีอาวุธหลักคืออะไร?

ปืน Ansaldo ขนาด 4.7 นิ้ว (119 มม.) แบบป้อมปืนคู่ จำนวน 2 ป้อม ซึ่งถือว่ามีอำนาจการยิงรุนแรงมากสำหรับเรือแม่น้ำในยุคนั้น