โทรทัศน์ไฮบริดแบบแพร่ภาพและบรอดแบนด์ (HbbTV)
สรุปใจความสำคัญ
- HbbTV เป็นมาตรฐานกลาง (ETSI TS 102 796) ที่รวมการแพร่ภาพทีวีแบบดั้งเดิมเข้ากับอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์
- รองรับการทำงานร่วมกับจูนเนอร์มาตรฐาน DVB ทั้งแบบภาคพื้นดิน (T), เคเบิล (C) และดาวเทียม (S)
- ก่อตั้งขึ้นในปี 2009 จากความร่วมมือระหว่างโครงการของฝรั่งเศสและเยอรมนี
- ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงบริการวิดีโอออนดีมานด์ การดูย้อนหลัง และเนื้อหาโต้ตอบได้ผ่านอินเทอร์เฟซเดียว
โทรทัศน์ไฮบริดแบบแพร่ภาพและบรอดแบนด์ หรือ HbbTV (Hybrid Broadcast Broadband TV) คือมาตรฐานอุตสาหกรรม (ETSI TS 102 796) และโครงการริเริ่มเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพในการส่งมอบความบันเทิงผ่านการแพร่ภาพ (Broadcast), อินเทอร์เน็ตโปรโตคอลโทรทัศน์ (IPTV) และบรอดแบนด์ (Broadband) ไปยังผู้บริโภคผ่านทางโทรทัศน์อัจฉริยะ (Smart TV) และกล่องรับสัญญาณ (Set-top box) โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างแพลตฟอร์มเปิดที่เป็นทางเลือกแทนเทคโนโลยีแบบปิด (Proprietary technologies)
กลไกการทำงานและข้อกำหนดทางเทคนิค
HbbTV ช่วยให้โทรทัศน์สามารถแสดงเนื้อหาดิจิทัลจากแหล่งที่มาที่หลากหลายได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งรวมถึง:
- การแพร่ภาพทางโทรทัศน์แบบดั้งเดิม (Traditional Broadcast TV)
- อินเทอร์เน็ต (Internet)
- อุปกรณ์เชื่อมต่อภายในบ้าน (Connected devices)
เพื่อให้สามารถรับชมบริการ HbbTV ได้ ผู้บริโภคจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่รองรับ เช่น กล่องรับสัญญาณ IPTV แบบไฮบริด หรือ Smart TV ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อ Ethernet และมีจูนเนอร์ (Tuner) สำหรับรับสัญญาณแพร่ภาพอย่างน้อยหนึ่งตัว ซึ่งอาจเป็นจูนเนอร์สำหรับโทรทัศน์ดิจิทัลภาคพื้นดิน (DVB-T, DVB-T2), เคเบิลดิจิทัล (DVB-C, DVB-C2) หรือดาวเทียมดิจิทัล (DVB-S, DVB-S2)
ประวัติและการพัฒนา
สมาคม HbbTV (HbbTV Association) ก่อตั้งขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2009 โดยเป็นการรวมตัวกันของโครงการ H4TV จากฝรั่งเศส และโครงการ HTML profil จากเยอรมนี โดยมีการสาธิตการใช้งานครั้งแรกในปี 2009 ในฝรั่งเศสผ่านการถ่ายทอดสดการแข่งขันเทนนิส Roland Garros และในเยอรมนีผ่านดาวเทียม Astra 19.2° East
ต่อมามีการควบรวมองค์กรเพื่อขยายขอบเขตของมาตรฐาน ดังนี้:
- ปี 2014: ควบรวมกับ Open IPTV Forum เพื่อให้ครอบคลุมบริการ IPTV และ OTT (Over-the-top) เนื่องจากตลาดเหล่านี้มีการหลอมรวมกันมากขึ้น
- ปี 2016: ควบรวมกับ Smart TV Alliance (ก่อตั้งโดย LG, Panasonic, Toshiba และ TP Vision) เพื่อปรับปรุงข้อกำหนดให้รองรับบริการ OTT และทำให้มาตรฐานมีความกระชับยิ่งขึ้น
การประยุกต์ใช้งานและผลิตภัณฑ์
บริการที่ส่งผ่านมาตรฐาน HbbTV มีความหลากหลายและเน้นการโต้ตอบกับผู้ใช้ (Interactivity) เช่น:
- บริการดูย้อนหลัง (Catch-up services) และวิดีโอออนดีมานด์ (Video-on-demand)
- ผังรายการอิเล็กทรอนิกส์ (EPG) แบบปรับแต่งได้
- การโฆษณาแบบโต้ตอบ (Interactive advertising) และการลงคะแนนเสียง (Voting)
- แอปพลิเคชันมัลติมีเดีย เกม และเครือข่ายสังคมออนไลน์
ตัวอย่างการใช้งานที่สำคัญคือการเปิดตัว "OpApp" โดย Panasonic และ Samsung ในปี 2019 ซึ่งช่วยให้ Smart TV สามารถรับบริการจากแพลตฟอร์มดาวเทียม HD+ ในเยอรมนีได้โดยไม่ต้องใช้กล่องรับสัญญาณ (Set-top box) หรือการ์ดสมาร์ทการ์ด (Smartcard) โดยใช้แอปพลิเคชันเสมือนเป็นกล่องรับสัญญาณภายในตัวเครื่อง
ประโยชน์ของระบบไฮบริด
ระบบ HbbTV ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงเนื้อหาได้กว้างขวางขึ้นผ่านอุปกรณ์เดียว โดยสามารถสลับระหว่างการรับชมรายการสดจากการแพร่ภาพ และการเข้าถึงเนื้อหาที่สร้างโดยผู้ใช้ (User-generated content) ที่เก็บไว้ในฮาร์ดไดรฟ์ภายนอกหรือระบบคลาวด์ รวมถึงการเข้าถึงแอปพลิเคชันอินเทอร์เน็ตขั้นสูง ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรมการบริโภคสื่อที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน
คำถามที่พบบ่อย
HbbTV คืออะไร?
HbbTV คือมาตรฐานโทรทัศน์ไฮบริดที่รวมเอาการรับสัญญาณโทรทัศน์แบบแพร่ภาพ (Broadcast) และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ (Broadband) เข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเนื้อหาโต้ตอบได้และบริการออนไลน์บนหน้าจอทีวี
ต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้างในการรับชม HbbTV?
ผู้ใช้ต้องมี Smart TV หรือกล่องรับสัญญาณ (Set-top box) ที่รองรับมาตรฐาน HbbTV และต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (เช่น Ethernet หรือ Wi-Fi) พร้อมกับมีจูนเนอร์รับสัญญาณทีวีดิจิทัล
บริการยอดนิยมบน HbbTV มีอะไรบ้าง?
บริการที่พบบ่อย ได้แก่ การดูรายการย้อนหลัง (Catch-up TV), วิดีโอออนดีมานด์ (VoD), ผังรายการอิเล็กทรอนิกส์แบบโต้ตอบ และการโฆษณาที่ผู้ใช้สามารถมีส่วนร่วมได้

