← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Hyperglycemia อาการและภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเกินเกณฑ์

สรุปใจความสำคัญ

  • ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมงที่สูงกว่า 125 mg/dL ถือเป็นภาวะน้ำตาลในเลือดสูง
  • อาการหลัก 3 ประการ ได้แก่ หิวบ่อย (Polyphagia), กระหายน้ำมาก (Polydipsia) และปัสสาวะบ่อย (Polyuria)
  • ภาวะ Ketoacidosis เป็นภาวะฉุกเฉินที่อันตรายถึงชีวิตและต้องการการรักษาทันที

Hyperglycemia หรือ ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง คือภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงเกินปกติ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานหรือความผิดปกติในการทำงานของอินซูลิน โดยกำหนดว่ามีภาวะนี้เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมง สูงกว่า 6.9 mmol/L (125 mg/dL) หรือสูงกว่า 10 mmol/L (180 mg/dL) หลังจากรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมง

อาการของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

ในบางกรณี ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงอาจไม่แสดงอาการในช่วงแรก แต่เมื่อระดับน้ำตาลสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ร่างกายจะเริ่มแสดงสัญญาณเตือน ดังนี้:

  • อาการสามอย่างหลัก (Classic Triad):
    • Polyphagia: หิวบ่อยและหิวอย่างรุนแรง
    • Polydipsia: กระหายน้ำบ่อยและดื่มน้ำมากผิดปกติ
    • Polyuria: ปัสสาวะบ่อยและมีปริมาณมาก
  • อาการอื่นๆ:
    • ตาพร่ามัว
    • อ่อนเพลีย
    • ผิวแห้งหรือคัน
    • ปากแห้ง
    • แผลหายช้า
    • น้ำหนักลดหรือเพิ่มอย่างผิดปกติ
    • ชาตามปลายเท้าหรือส้นเท้า
Hyperglycemia diagram
แผนผังแสดงกลไกของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

ภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังสามารถนำไปสู่ความเสียหายของอวัยวะสำคัญในร่างกายได้ ดังนี้:

1. ระบบเมตาบอลิซึมและภาวะวิกฤต

ภาวะ Ketoacidosis (เลือดเป็นกรดจากคีโตน) เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อันตรายถึงชีวิต โดยมีอาการ เช่น หายใจหอบลึก (Kussmaul breathing), ลมหายใจมีกลิ่นหอมเหมือนผลไม้, คลื่นไส้อาเจียน และระดับความรู้สึกตัวลดลง

2. ระบบหัวใจและหลอดเลือด

ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นเวลานานส่งผลเสียต่อหัวใจ แม้ในผู้ป่วยที่ไม่มีประวัติโรคหัวใจมาก่อน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจวายและเสียชีวิต

3. ระบบภูมิคุ้มกันและการติดเชื้อ

น้ำตาลในเลือดสูงส่งผลกระทบต่อการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิด Neutrophils ทำให้ร่างกายกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้ยากขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ และ COVID-19 ได้ง่ายขึ้นและมีความรุนแรงมากขึ้น

4. ผลกระทบต่อการทำงานของสมอง

ภาวะนี้ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง โดยเฉพาะในด้านความเร็วในการประมวลผล การตัดสินใจ และการจดจำ ทำให้เกิดอาการหลงลืมและขาดสมาธิ

สรุป

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญที่ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด หากพบอาการผิดปกติ เช่น ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำมาก หรือมีลมหายใจกลิ่นผลไม้ ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง

คำถามที่พบบ่อย

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงแตกต่างจากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอย่างไร?

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) คือระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินเกณฑ์ปกติ ส่วนภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) คือระดับน้ำตาลในเลือดสูงต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ ซึ่งบางครั้งอาจมีอาการหิวบ่อยที่คล้ายคลึงกันได้

ทำไมน้ำตาลในเลือดสูงถึงทำให้ปัสสาวะบ่อย?

เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินกว่าที่ไตจะดูดซึมกลับได้ น้ำตาลจะถูกขับออกทางปัสสาวะ ซึ่งจะดึงน้ำออกจากร่างกายตามไปด้วย ทำให้เกิดภาวะปัสสาวะบ่อยและร่างกายขาดน้ำ

อาการของ Ketoacidosis คืออะไร?

อาการเด่นชัดคือ ลมหายใจมีกลิ่นหอมเหมือนผลไม้, หายใจหอบลึก, คลื่นไส้อาเจียน และอาจนำไปสู่การหมดสติหรือโคม่าได้