← กลับไปยังบทความทั้งหมด

โรคเรื้อน สาเหตุ อาการ การรักษา และความเข้าใจที่ถูกต้อง

สรุปใจความสำคัญ

  • โรคเรื้อนสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการรักษาแบบผสมผสานหลายชนิด (MDT)
  • เชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium leprae เป็นสาเหตุหลักของโรคนี้
  • ประมาณ 95% ของผู้ที่สัมผัสเชื้อจะไม่ป่วยเป็นโรคเรื้อนเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
  • การรักษาที่ล่าช้าอาจนำไปสู่ความเสียหายของเส้นประสาทอย่างถาวรและอวัยวะผิดรูป

โรคเรื้อน หรือที่รู้จักกันในชื่อ โรคฮันเซน (Hansen's disease) เป็นการติดเชื้อเรื้อรังที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium leprae หรือ Mycobacterium lepromatosis ซึ่งส่งผลกระทบต่อเส้นประสาท ทางเดินหายใจ ผิวหนัง และดวงตา

ภาพประกอบโรคเรื้อน
โรคเรื้อนส่งผลกระทบต่อผิวหนังและระบบประสาท

อาการและสัญญาณเตือน

อาการของโรคเรื้อนอาจเริ่มปรากฏภายในหนึ่งปี หรืออาจใช้เวลานานถึง 20 ปีหลังจากได้รับเชื้อ ระยะฟักตัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5 ปี อาการที่พบบ่อย ได้แก่:

  • ผิวหนัง: มีปื้นสีซีดหรือสีชมพูที่ไม่มีความรู้สึกต่ออุณหภูมิหรือความเจ็บปวด ผิวหนังอาจหนาตัวขึ้น โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า หู และมือ
  • ระบบประสาท: เกิดอาการชาที่นิ้วมือนิ้วเท้า เส้นประสาทส่วนปลายหนาตัวขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อและอัมพาต
  • ดวงตาและจมูก: ปัญหาด้านการมองเห็น และการทำลายกระดูกอ่อนในจมูกทำให้จมูกแบนลง
  • อาการอื่นๆ: น้ำมูกไหล หนังศีรษะแห้ง และกล้ามเนื้ออ่อนแรง

ความเสียหายของเส้นประสาทเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความรู้สึกเจ็บปวด ซึ่งนำไปสู่การบาดเจ็บซ้ำๆ หรือการติดเชื้อผ่านบาดแผลที่ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว ส่งผลให้สูญเสียอวัยวะส่วนปลายได้

ใบหน้าผิดรูปจากโรคเรื้อน
ใบหน้าที่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากโรคเรื้อน
มือผิดรูปจากโรคเรื้อน
มือที่ผิดรูปเนื่องจากการทำลายของเส้นประสาทและเนื้อเยื่อ
ใบหน้าผิดรูปเล็กน้อยจากโรคเรื้อน
ใบหน้าที่ได้รับผลกระทบจากโรคเรื้อนในระดับเล็กน้อย

สาเหตุและการแพร่กระจาย

โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium leprae และ Mycobacterium lepromatosis ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดที่ไม่สามารถเพาะเชื้อภายนอกร่างกายโฮสต์ได้

เชื้อ Mycobacterium leprae
เชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคเรื้อน

การแพร่เชื้อ

โรคเรื้อนแพร่กระจายระหว่างมนุษย์ผ่านการสัมผัสอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยมักแพร่ผ่านการไอหรือการสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากจมูกของผู้ติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม โรคนี้มีความสามารถในการก่อโรคต่ำ โดยประมาณ 95% ของผู้ที่สัมผัสเชื้อจะไม่พัฒนาเป็นโรค

การวินิจฉัยและการรักษา

โรคเรื้อนแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักตามจำนวนแบคทีเรียที่พบ:

  • ประเภท Paucibacillary (PB): มีปื้นผิวหนังที่ชาและสีซีด 5 จุดหรือน้อยกว่า
  • ประเภท Multibacillary (MB): มีปื้นผิวหนังมากกว่า 5 จุด

การวินิจฉัยยืนยันโดยการตรวจชิ้นเนื้อผิวหนังเพื่อหาเชื้อแบคทีเรียชนิด Acid-fast bacilli

การรักษาด้วยยา

โรคเรื้อนสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วย การรักษาแบบผสมผสานหลายชนิด (Multidrug Therapy - MDT) ซึ่งประกอบด้วยยา Dapsone, Rifampicin และ Clofazimine โดยระยะเวลาการรักษาจะแตกต่างกันตามประเภทของโรค (6 เดือนสำหรับ PB และ 12 เดือนสำหรับ MB) ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้บริการยารักษาฟรี

ผลกระทบทางสังคม

ในอดีต โรคเรื้อนถูกเชื่อมโยงกับตราบาปทางสังคม (Social Stigma) และมีการแยกผู้ป่วยออกไปอยู่ในอาศรมโรคเรื้อน ซึ่งไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน แต่ยังคงเกิดขึ้นในบางพื้นที่ของอินเดีย จีน ญี่ปุ่น แอฟริกา และไทย

คำถามที่พบบ่อย

โรคเรื้อนติดต่อกันได้ง่ายหรือไม่?

ไม่ โรคเรื้อนไม่ได้ติดต่อกันได้ง่าย ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัว ไปโรงเรียน และทำงานได้ตามปกติ เนื่องจากต้องมีการสัมผัสใกล้ชิดเป็นเวลานานจึงจะติดเชื้อได้

โรคเรื้อนสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?

ใช่ โรคเรื้อนสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะผสมผสาน (MDT) ที่จัดหาโดยองค์การอนามัยโลก

โรคเรื้อนแพร่เชื้อผ่านทางเพศสัมพันธ์หรือการตั้งครรภ์หรือไม่?

ไม่ โรคเรื้อนไม่แพร่กระจายระหว่างการตั้งครรภ์ไปยังทารกในครรภ์ และไม่แพร่ผ่านการสัมผัสทางเพศสัมพันธ์