← กลับไปยังบทความทั้งหมด

พืดน้ำแข็ง ยักษ์น้ำแข็งแห่งโลกและผลกระทบต่อภูมิอากาศ

สรุปใจความสำคัญ

  • พืดน้ำแข็งต้องมีขนาดพื้นที่มากกว่า 50,000 ตารางกิโลเมตรจึงจะถูกจัดว่าเป็นพืดน้ำแข็ง
  • ปัจจุบันโลกมีพืดน้ำแข็งเพียง 2 แห่ง คือที่แอนตาร์กติกาและกรีนแลนด์
  • น้ำแข็งในพืดน้ำแข็งเกิดจากการบีบอัดของหิมะที่สะสมตัวเป็นเวลานานจนไม่ละลาย
  • การละลายของพืดน้ำแข็งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลทั่วโลก

ในทางกลาซิโอโลจี (Glaciology) พืดน้ำแข็ง หรือที่เรียกว่า continental glacier คือมวลน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ปกคลุมพื้นที่ราบกว้างขวาง โดยมีขนาดพื้นที่มากกว่า 50,000 ตารางกิโลเมตร พืดน้ำแข็งถือเป็นวัตถุทางธรณีวิทยาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งแตกต่างจากหมวกน้ำแข็ง (ice caps) หรือธารน้ำแข็งบนภูเขา (alpine glaciers) ที่มีขนาดเล็กกว่า

พืดน้ำแข็งในปัจจุบัน

ปัจจุบันโลกของเรามีพืดน้ำแข็งที่ยังคงอยู่เพียงสองแห่ง คือ พืดน้ำแข็งแอนตาร์กติกา และ พืดน้ำแข็งกรีนแลนด์ ทั้งสองแห่งนี้มีความหนาเฉลี่ยประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งเกิดจากการสะสมของหิมะที่ตกลงมาแล้วไม่ละลาย แต่ถูกบีบอัดด้วยน้ำหนักของหิมะชั้นใหม่จนกลายเป็นน้ำแข็งที่หนาแน่น

ทวีปแอนตาร์กติกาจากมุมมองอวกาศ
ทวีปแอนตาร์กติกาซึ่งปกคลุมด้วยพืดน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

พลวัตและการเคลื่อนที่ของน้ำแข็ง

แม้ว่าพืดน้ำแข็งจะดูเหมือนหยุดนิ่ง แต่ในความเป็นจริงพวกมันมีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา โดยน้ำแข็งจะค่อยๆ ไหลออกจากจุดศูนย์กลาง (central plateau) ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุด มุ่งหน้าสู่ขอบของพืดน้ำแข็ง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการไหล

  • แรงโน้มถ่วง: เป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้น้ำแข็งไหลลงสู่ที่ต่ำ
  • ความร้อนใต้พิภพ: ฐานของพืดน้ำแข็งมักจะอุ่นกว่าพื้นผิวเนื่องจากความร้อนจากโลก ทำให้เกิดการละลายบางส่วนและสร้างน้ำหล่อลื่นที่ช่วยให้น้ำแข็งเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น
  • กระแสน้ำแข็ง (Ice Streams): คือช่องทางที่น้ำแข็งไหลอย่างรวดเร็วภายในพืดน้ำแข็ง
พืดน้ำแข็งกรีนแลนด์
พืดน้ำแข็งกรีนแลนด์ซึ่งเป็นหนึ่งในสองพืดน้ำแข็งที่เหลืออยู่บนโลก

ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกส่งผลกระทบต่อพืดน้ำแข็งในสองลักษณะหลัก:

  1. การละลายที่พื้นผิว: ทำให้เกิดทะเลสาบเหนือธารน้ำแข็ง (supraglacial lakes) ซึ่งน้ำอุ่นเหล่านี้สามารถไหลลงสู่ฐานของพืดน้ำแข็งผ่านรอยแยก (crevasses) และช่วยหล่อลื่นให้พืดน้ำแข็งเคลื่อนที่และไหลลงสู่ทะเลได้เร็วขึ้น
  2. การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่ฐาน: แม้ว่าอุณหภูมิอากาศจะใช้เวลานานถึง 10,000 ปีในการส่งผ่านความร้อนลงไปถึงฐานน้ำแข็ง แต่การละลายที่พื้นผิวส่งผลกระทบได้ทันที
แผนที่อัตราการไหลของธารน้ำแข็ง
การแสดงภาพอัตราการไหลของน้ำแข็งจากจุดศูนย์กลางสู่ขอบพืดน้ำแข็ง

ประวัติศาสตร์ของพืดน้ำแข็ง

การเติบโตของพืดน้ำแข็งเป็นเครื่องหมายของยุคน้ำแข็ง (Ice Ages) ในอดีตโลกเคยมีพืดน้ำแข็งจำนวนมาก เช่น พืดน้ำแข็ง Laurentide และ Cordilleran ที่เคยปกคลุมอเมริกาเหนือ และพืดน้ำแข็ง Weichselian ที่เคยปกคลุมยุโรปเหนือ การถดถอยของพืดน้ำแข็งเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นของยุคระหว่างน้ำแข็ง (Holocene interglacial period) ที่เราอาศัยอยู่ในปัจจุบัน

คำถามที่พบบ่อย

พืดน้ำแข็งแตกต่างจากธารน้ำแข็งทั่วไปอย่างไร?

พืดน้ำแข็ง (Ice Sheet) มีขนาดใหญ่กว่ามาก โดยต้องครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 50,000 ตารางกิโลเมตร ในขณะที่ธารน้ำแข็งทั่วไปหรือหมวกน้ำแข็งจะมีขนาดเล็กกว่าและถูกจำกัดด้วยภูมิประเทศรอบข้าง

ทำไมพืดน้ำแข็งถึงเคลื่อนที่ได้?

พืดน้ำแข็งเคลื่อนที่ได้เนื่องจากแรงโน้มถ่วงและความร้อนใต้พิภพที่ฐานน้ำแข็ง ซึ่งสร้างน้ำหล่อลื่นที่ช่วยให้น้ำแข็งไหลออกจากจุดศูนย์กลางไปยังขอบของพืดน้ำแข็ง

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อพืดน้ำแข็งอย่างไร?

อุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้เกิดการละลายที่พื้นผิวและสร้างทะเลสาบเหนือธารน้ำแข็ง ซึ่งน้ำอุ่นเหล่านี้สามารถไหลลงสู่ฐานน้ำแข็ง ช่วยให้พืดน้ำแข็งไหลลงสู่มหาสมุทรได้เร็วขึ้นและเร่งการละลายตัว