การลาดตระเวนทางอากาศของไอซ์แลนด์ ภารกิจความมั่นคงของ NATO
สรุปใจความสำคัญ
- ไอซ์แลนด์ไม่มีกองทัพอากาศเป็นของตนเอง จึงต้องพึ่งพาพันธมิตร NATO ในการลาดตระเวนทางอากาศ
- ภารกิจเริ่มต้นขึ้นในปี 2008 หลังจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ ถอนกำลังออกจากฐานทัพอากาศเคฟลาวิก
- ตั้งแต่ปี 2014 ภารกิจได้เปลี่ยนเป็นการลาดตระเวนแบบติดอาวุธ (QRA) เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามจากรัสเซีย
- ภารกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Arctic Sentry เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติก
การลาดตระเวนทางอากาศของไอซ์แลนด์ เป็นปฏิบัติการขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ที่จัดขึ้นเพื่อลาดตระเวนและดูแลความปลอดภัยในน่านฟ้าของประเทศไอซ์แลนด์ เนื่องจากไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่ไม่มีกองทัพอากาศเป็นของตนเอง จึงได้ร้องขอให้พันธมิตร NATO ส่งเครื่องบินขับไล่มาประจำการที่ฐานทัพอากาศเคฟลาวิก (Keflavik Air Base) เป็นระยะๆ เพื่อให้การคุ้มครองน่านฟ้า โดยการส่งเครื่องบินมาประจำการครั้งแรกเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม ปี 2008
ภูมิหลังและความเป็นมา
เนื่องจากไอซ์แลนด์ไม่มีกองทัพอากาศ ประเทศจึงขาดเครื่องมือในการลาดตระเวนทางอากาศเมื่อกองทัพอากาศสหรัฐฯ (USAF) ยุติการส่งหน่วยบินขับไล่มาประจำการที่ฐานทัพอากาศเคฟลาวิกในเดือนกันยายน ปี 2006 และกองกำลังป้องกันไอซ์แลนด์ของสหรัฐฯ ถูกถอนตัวออกไป ซึ่งหลังจากนั้น เครื่องบินจากกองทัพอากาศรัสเซีย (37th Air Army) ได้รุกล้ำน่านฟ้าไอซ์แลนด์ในหลายโอกาส
นายกรัฐมนตรี Geir Haarde ได้ร้องขอให้พันธมิตร NATO รับผิดชอบในการปกป้องน่านฟ้าของไอซ์แลนด์ในระหว่างการประชุมสุดยอดที่ริกาในเดือนพฤศจิกายน ปี 2006 ซึ่งสภาแอตแลนติกเหนือได้เห็นชอบกับคำขอนี้ในการประชุมเดือนกรกฎาคม ปี 2007 โดยไอซ์แลนด์ระบุว่าปฏิบัติการนี้เป็นการลาดตระเวนทั่วไป ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่เครื่องบินรัสเซียโดยเฉพาะ

รูปแบบการดำเนินงาน
ต่างจากภารกิจการลาดตระเวนทางอากาศในกลุ่มประเทศบอลติกที่ต้องมีเครื่องบินประจำการตลอดเวลา รัฐบาลไอซ์แลนด์ร้องขอให้ NATO ไม่ต้องคงกำลังพลถาวรที่เคฟลาวิก แต่ใช้วิธีการส่งเครื่องบินมาประจำการเฉลี่ย 3 ครั้งต่อปี โดยแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 4 สัปดาห์ ส่วนใหญ่จะใช้เครื่องบินขับไล่ประมาณ 4 ลำต่อการส่งกำลังหนึ่งครั้ง
ในปี 2013 NATO ได้เปลี่ยนชื่อภารกิจเป็น "ขีดความสามารถในการเฝ้าระวังทางอากาศและการสกัดกั้นเพื่อตอบสนองความต้องการเตรียมพร้อมในยามสงบของไอซ์แลนด์" เพื่อเน้นย้ำว่าภารกิจนี้เน้นไปที่การฝึกอบรมมากกว่าการลาดตระเวนทางอากาศเชิงรุก
การปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ความมั่นคง
ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา เครื่องบินที่ถูกส่งมาประจำการได้ถูกปรับสถานะเป็น Quick Reaction Alert (QRA) และทำการบินลาดตระเวนแบบติดอาวุธ เนื่องจากการเสื่อมถอยของความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและประเทศสมาชิก NATO หลังจากเหตุการณ์ผนวกไครเมียและสงครามในดอนบาส
ในปี 2018 ภารกิจนี้ได้ถูกโอนย้ายไปอยู่ภายใต้การควบคุมของ Allied Air Command และศูนย์ปฏิบัติการทางอากาศร่วม (Combined Air Operations Centre) ที่เมืองอูเดม ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นศูนย์กลางการจัดการการลาดตระเวนทางอากาศทางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์
ในเดือนมีนาคม ปี 2022 มีรายงานว่ารัฐบาลไอซ์แลนด์กำลังพิจารณาความจำเป็นในการมีกำลังลาดตระเวนทางอากาศแบบถาวร เนื่องจากภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากการรุกรานยูเครนของรัสเซีย และในปี 2026 NATO ได้เริ่มโครงการ Arctic Sentry เพื่อเสริมสร้างกิจกรรมในภูมิภาคอาร์กติกและทางตอนเหนือ ซึ่งภารกิจการลาดตระเวนทางอากาศของไอซ์แลนด์ถือเป็นส่วนสำคัญของโครงการนี้
การส่งกำลังพลและเครื่องบิน
การส่งเครื่องบินมาประจำการมีอุปสรรคบ้างในบางครั้ง เช่น การยกเลิกการส่งเครื่องบิน Eurofighter Typhoon ของกองทัพอากาศอังกฤษ (RAF) ในปี 2008 เนื่องจากข้อพิพาท Icesave และการยกเลิกของโปแลนด์ในปี 2010 เนื่องจากวิกฤตการณ์ทางการเงินปี 2008
นอกจากเครื่องบินขับไล่แล้ว ภารกิจนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากเครื่องบินแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าและควบคุมทางอากาศ (AWACS) รุ่น Boeing E-3 Sentry เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครือข่ายเรดาร์ป้องกันทางอากาศของไอซ์แลนด์
นอกจากนี้ เครื่องบินจากฟินแลนด์และสวีเดนยังได้เข้ามาฝึกซ้อมในไอซ์แลนด์ก่อนที่ทั้งสองประเทศจะเข้าเป็นสมาชิก NATO ในปี 2023 และ 2024 ตามลำดับ
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมไอซ์แลนด์ถึงต้องมีการลาดตระเวนทางอากาศโดย NATO?
เพราะไอซ์แลนด์ไม่มีกองทัพอากาศของตนเอง จึงไม่สามารถเฝ้าระวังหรือสกัดกั้นเครื่องบินที่รุกล้ำน่านฟ้าได้ด้วยตนเอง
เครื่องบินที่ส่งมาปฏิบัติหน้าที่ในไอซ์แลนด์ประจำการแบบถาวรหรือไม่?
ไม่ โดยปกติจะมีการส่งเครื่องบินมาประจำการเฉลี่ย 3 ครั้งต่อปี ครั้งละ 3-4 สัปดาห์ ตามคำขอของรัฐบาลไอซ์แลนด์
เหตุการณ์ใดที่ทำให้ภารกิจนี้เปลี่ยนเป็นการลาดตระเวนแบบติดอาวุธ?
การเสื่อมถอยของความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและ NATO หลังจากรัสเซียผนวกไครเมียในปี 2014 และสงครามในดอนบาส

