วิกฤตการณ์ทางการเงินของไอซ์แลนด์ ปี 2008–2011
สรุปใจความสำคัญ
- ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ 3 แห่ง (Kaupthing, Landsbanki, Glitnir) ล่มสลายเนื่องจากหนี้ต่างประเทศสูงเกินกว่าที่ GDP ของประเทศจะรองรับได้
- สินทรัพย์ของธนาคารทั้งสามแห่งมีมูลค่ารวมกันมากกว่า 11 เท่าของ GDP ของไอซ์แลนด์ ณ ปี 2008
- ไอซ์แลนด์ได้รับเงินช่วยเหลือ 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจาก IMF และประเทศนอร์ดิกเพื่อฟื้นฟูระบบการเงิน
- ศาล EFTA ตัดสินว่าไอซ์แลนด์ไม่ต้องชดเชยเงินประกันเงินฝากให้แก่ผู้ฝากเงินในเนเธอร์แลนด์และสหราชอาณาจักรในกรณี Icesave
วิกฤตการณ์ทางการเงินของไอซ์แลนด์ในช่วงปี 2008 ถึง 2011 เป็นเหตุการณ์ล่มสลายทางเศรษฐกิจที่รุนแรง โดยมีจุดเริ่มต้นจากการผิดนัดชำระหนี้ของธนาคารพาณิชย์เอกชนรายใหญ่ที่สุด 3 แห่งของประเทศในช่วงปลายปี 2008 ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรงและการประท้วงครั้งใหญ่ในปี 2009 หากพิจารณาจากสัดส่วนเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจของประเทศ การล่มสลายของระบบธนาคารในไอซ์แลนด์ถือเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลก

สาเหตุของการล่มสลาย
ก่อนเกิดวิกฤต ธนาคารรายใหญ่ 3 แห่ง ได้แก่ Kaupthing, Landsbanki และ Glitnir ได้ขยายขนาดธุรกิจอย่างรวดเร็วและก้าวกระโดด โดยอาศัยการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสินเชื่อจากตลาดการเงินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดเงิน (Money Markets)
อย่างไรก็ตาม เมื่อวิกฤตการเงินโลกปี 2008 เริ่มก่อตัว นักลงทุนเริ่มมองว่าธนาคารของไอซ์แลนด์มีความเสี่ยงสูงขึ้น ส่งผลให้ความเชื่อมั่นลดลงและนำไปสู่การอ่อนค่าอย่างรุนแรงของสกุลเงินโครนาไอซ์แลนด์ (Icelandic króna) ทำให้ธนาคารเหล่านี้ประสบปัญหาในการต่ออายุหนี้ระยะสั้น (Rolling over short-term debt)
ข้อมูล ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ของปี 2008 พบว่าหนี้ต่างประเทศของไอซ์แลนด์สูงถึง 9.553 ล้านล้านโครนา (ประมาณ 5 หมื่นล้านยูโร) ซึ่งมากกว่า GDP ของประเทศในปี 2007 ถึง 7 เท่า ขณะที่สินทรัพย์ของธนาคารทั้งสามแห่งรวมกันมีมูลค่า 14.437 ล้านล้านโครนา หรือมากกว่า 11 เท่าของ GDP ของประเทศ ด้วยขนาดของระบบการเงินที่ใหญ่เกินกว่าที่ธนาคารกลางไอซ์แลนด์จะสามารถทำหน้าที่เป็น ผู้ให้กู้แหล่งสุดท้าย (Lender of Last Resort) ได้ จึงทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง

การตอบสนองของรัฐบาลและการจัดการวิกฤต
ในวันที่ 29 กันยายน 2008 รัฐบาลประกาศโอนกิจการของธนาคาร Glitnir มาเป็นของรัฐ แต่ความพยายามในการกู้คืนความเชื่อมั่นล้มเหลว ต่อมาในวันที่ 6 ตุลาคม รัฐสภาไอซ์แลนด์ได้ออกกฎหมายฉุกเฉินซึ่งให้อำนาจหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงิน (FME) เข้าควบคุมสถาบันการเงิน และกำหนดให้เงินฝากภายในประเทศมีสิทธิเรียกร้องลำดับแรก (Priority claims)
รัฐบาลได้ดำเนินการจัดตั้งธนาคารใหม่เพื่อรับช่วงต่อการดำเนินงานภายในประเทศของ Kaupthing, Landsbanki และ Glitnir ส่วนธนาคารเดิมถูกนำเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการและชำระบัญชี ส่งผลให้ผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้ต่างประเทศต้องแบกรับผลขาดทุน
ข้อพิพาท Icesave
การล่มสลายนี้ส่งผลให้ผู้ฝากเงินกว่า 5 แสนรายในสาขาต่างประเทศของธนาคารไอซ์แลนด์ไม่สามารถเข้าถึงบัญชีได้ นำไปสู่ข้อพิพาท Icesave ระหว่างไอซ์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร ซึ่งสิ้นสุดลงด้วยคำตัดสินของศาล EFTA ว่าไอซ์แลนด์ไม่มีพันธกรณีในการชดเชยเงินประกันเงินฝากขั้นต่ำให้แก่ผู้ฝากเงินชาวดัตช์และอังกฤษ
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและการฟื้นตัว
วิกฤตครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจไอซ์แลนด์ ดังนี้:
- ค่าเงิน: สกุลเงินโครนาอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว และมีการนำมาตรการควบคุมเงินทุน (Capital Controls) มาใช้ในเดือนพฤศจิกายน 2008 เพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงิน ซึ่งมาตรการนี้ถูกยกเลิกในวันที่ 14 มีนาคม 2017
- ตลาดหุ้น: มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของตลาดหลักทรัพย์ไอซ์แลนด์ลดลงมากกว่า 90%
- GDP: ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ลดลง 10% ในเชิงจริง ระหว่างไตรมาสที่ 3 ของปี 2007 ถึงไตรมาสที่ 3 ของปี 2010

เพื่อให้เศรษฐกิจกลับมามีเสถียรภาพ ไอซ์แลนด์ได้รับแพ็กเกจเงินกู้ช่วยเหลือจำนวน 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มประเทศนอร์ดิก ซึ่งโครงการช่วยเหลือนี้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 สิงหาคม 2011 หลังจากนั้นไอซ์แลนด์เริ่มกลับมามีอัตราการเติบโตของ GDP เป็นบวกอีกครั้งในปี 2011 และอัตราการว่างงานค่อยๆ ลดลง
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมธนาคารกลางไอซ์แลนด์ถึงช่วยธนาคารพาณิชย์ไม่ได้?
เนื่องจากขนาดของระบบธนาคารพาณิชย์ทั้ง 3 แห่งใหญ่เกินกว่าขนาดเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก ทำให้ธนาคารกลางไม่มีเงินสำรองเพียงพอที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ให้กู้แหล่งสุดท้าย (Lender of Last Resort) เพื่อพยุงระบบได้
ข้อพิพาท Icesave คืออะไร?
เป็นความขัดแย้งระหว่างไอซ์แลนด์กับสหราชอาณาจักรและเนเธอร์แลนด์ หลังจากที่ผู้ฝากเงินในบัญชี Icesave (สาขาต่างประเทศของ Landsbanki) สูญเสียการเข้าถึงเงินฝาก และรัฐบาลไอซ์แลนด์ไม่สามารถชดเชยเงินประกันเงินฝากได้
ไอซ์แลนด์ใช้เวลานานเท่าใดในการยกเลิกการควบคุมเงินทุน?
มาตรการควบคุมเงินทุน (Capital Controls) ถูกนำมาใช้ในเดือนพฤศจิกายน 2008 และถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 มีนาคม 2017