Identity and Access Management (IAM) คืออะไร? เจาะลึกระบบจัดการอัตลักษณ์และสิทธิ์การเข้าถึง
สรุปใจความสำคัญ
- IAM เป็นกรอบการทำงานที่รวมทั้งนโยบายและเทคโนโลยีเพื่อควบคุมการเข้าถึงทรัพยากรไอที
- ระบบ IAM ครอบคลุมทั้งการจัดการตัวตนของบุคคล ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์แอปพลิเคชัน
- ฟังก์ชันของ IAM แบ่งออกเป็น 5 ด้านหลัก ได้แก่ Pure Identity, User Access, Service, Identity Federation และ Audit
Identity and Access Management (IAM) หรือ Identity Management (IdM) คือกรอบการทำงานที่ประกอบด้วยนโยบายและเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ใช้ที่ถูกต้อง (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่เชื่อมต่อกับองค์กร) สามารถเข้าถึงทรัพยากรทางเทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม IAM จัดอยู่ในหมวดหมู่ใหญ่ของความปลอดภัยด้านไอที (IT Security) และการจัดการข้อมูล (Data Management)
ระบบ IAM ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ระบุตัวตน ตรวจสอบสิทธิ์ และควบคุมการเข้าถึงสำหรับบุคคลเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงฮาร์ดแวร์และแอปพลิเคชันที่พนักงานจำเป็นต้องใช้งานอีกด้วย
นิยามของ IAM และ IdM
ในวงการความปลอดภัยทางไซเบอร์ คำว่า "Identity Management" (IdM) และ "Identity and Access Management" (IAM) มักถูกใช้สลับกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- Identity Management (IdM): คือกระบวนการทางเทคนิคและองค์กรในการลงทะเบียนและกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงในระยะเริ่มต้น (Configuration Phase) และการจัดการข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บนคอมพิวเตอร์ ซึ่งรวมถึงข้อมูลที่ใช้ยืนยันตัวตนและข้อมูลที่ระบุว่าผู้ใช้ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลหรือดำเนินการใดๆ ได้บ้าง
- Access Control: คือการบังคับใช้สิทธิ์การเข้าถึงที่ถูกกำหนดไว้ในขั้นตอนการอนุญาต (Access Authorization)
- Digital Identity: คือการมีตัวตนบนโลกออนไลน์ของเอนทิตี (Entity) ซึ่งครอบคลุมถึงข้อมูลระบุตัวบุคคล (PII) และข้อมูลประกอบอื่นๆ
หน้าที่หลัก 5 ประการของระบบจัดการอัตลักษณ์
ในการออกแบบระบบออนไลน์ในทางวิศวกรรม การจัดการอัตลักษณ์สามารถแบ่งออกเป็น 5 ฟังก์ชันพื้นฐาน ดังนี้:
- Pure Identity Function: การสร้าง การจัดการ และการลบอัตลักษณ์ โดยไม่คำนึงถึงการเข้าถึงหรือสิทธิ์การใช้งาน
- User Access (Log-on) Function: เช่น การใช้สมาร์ทการ์ดและข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าสู่ระบบบริการต่างๆ ได้
- Service Function: ระบบที่ส่งมอบบริการแบบเฉพาะบุคคล (Personalized) ตามบทบาท (Role-based) และตามความต้องการ (On-demand) ให้กับผู้ใช้และอุปกรณ์
- Identity Federation: ระบบที่อาศัยการเชื่อมโยงอัตลักษณ์ (Federated Identity) เพื่อตรวจสอบสิทธิ์ผู้ใช้โดยไม่ต้องทราบรหัสผ่านของผู้ใช้โดยตรง
- Audit Function: การตรวจสอบและเฝ้าระวังคอขวดของระบบ การทำงานที่ผิดปกติ และพฤติกรรมที่น่าสงสัย
ความเข้าใจเรื่อง Pure Identity
โมเดลของอัตลักษณ์ทั่วไปสามารถสร้างขึ้นจากชุดข้อกำหนดพื้นฐาน เช่น อัตลักษณ์ทั้งหมดในเนมสเปซ (Namespace) หนึ่งๆ ต้องมีความเป็นเอกลักษณ์ (Unique) หรืออัตลักษณ์เหล่านั้นต้องมีความสัมพันธ์กับเอนทิตีในโลกความเป็นจริง
ในทางปฏิบัติ อัตลักษณ์ดิจิทัลหนึ่งๆ จะประกอบด้วยชุดของคุณสมบัติ (Attribute values) ที่จำกัด ซึ่งใช้ในการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุนั้นๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในการจำแนกประเภทและการค้นหา โดยโมเดลแบบ "Pure Identity" จะไม่สนใจความหมายภายนอกของคุณสมบัติเหล่านี้ แต่จะเน้นที่การจัดการตัวตนในเชิงโครงสร้างเท่านั้น
คำถามที่พบบ่อย
IAM และ IdM แตกต่างกันอย่างไร?
ในทางปฏิบัติมักใช้สลับกัน แต่ IdM เน้นที่การจัดการข้อมูลตัวตนของผู้ใช้ (ใครคือใคร) ในขณะที่ IAM ครอบคลุมถึงการควบคุมการเข้าถึงทรัพยากร (ใครเข้าถึงอะไรได้บ้าง) ด้วย
Digital Identity คืออะไร?
คือการมีตัวตนบนโลกออนไลน์ของบุคคลหรือเอนทิตี ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลระบุตัวบุคคล (PII) และคุณสมบัติอื่นๆ ที่ถูกทำให้เป็นรหัสเพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผลได้
Identity Federation มีประโยชน์อย่างไร?
ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าสู่ระบบบริการต่างๆ ได้โดยไม่ต้องสร้างบัญชีใหม่หรือจำรหัสผ่านหลายชุด โดยระบบจะเชื่อถือการยืนยันตัวตนจากผู้ให้บริการอัตลักษณ์ที่เชื่อถือได้

