← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การย้ายถิ่นฐานแบบไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

สรุปใจความสำคัญ

  • การย้ายถิ่นฐานแบบไม่ถูกต้องตามกฎหมายรวมถึงการลักลอบเข้าเมืองและการอยู่เกินกำหนดวีซ่า
  • ผู้แสวงหาที่ลี้ภัยได้รับความคุ้มครองตามอนุสัญญาผู้ลี้ภัย ค.ศ. 1951 ไม่ให้ถูกลงโทษเพียงเพราะการเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • หลักการ non-refoulement ห้ามส่งบุคคลกลับไปยังประเทศที่พวกเขาอาจถูกทรมานหรือประหารชีวิต
  • มีการรณรงค์ในระดับสากลให้ใช้คำว่า 'ผู้ย้ายถิ่นฐานที่ไม่มีเอกสาร' แทนคำว่า 'ผู้ย้ายถิ่นฐานผิดกฎหมาย'

การย้ายถิ่นฐานแบบไม่ถูกต้องตามกฎหมาย (Illegal Immigration) คือการที่บุคคลเดินทางเข้าสู่ประเทศหนึ่งโดยละเมิดกฎหมายการตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้น ซึ่งครอบคลุมถึงการลักลอบเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการพำนักอยู่ในประเทศต่อไปหลังจากที่วีซ่าที่ได้รับอนุญาตหมดอายุลง โดยทั่วไปแล้ว รูปแบบการย้ายถิ่นฐานลักษณะนี้มักเกิดขึ้นจากแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ โดยผู้ย้ายถิ่นฐานมักเดินทางจากประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจต่ำกว่าไปยังประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจสูงกว่า

ผลกระทบทางกฎหมายและสิทธิพื้นฐาน

การพำนักอยู่ในประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจนำไปสู่ความเสี่ยงทางกฎหมายหลายประการ ขึ้นอยู่กับกฎหมายภายในของแต่ละประเทศ เช่น การถูกกักตัว การถูกเนรเทศ หรือการได้รับบทลงโทษทางปกครองอื่นๆ

การคุ้มครองภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม มีบุคคลบางกลุ่มที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศ แม้จะเข้าเมืองโดยไม่ถูกต้องก็ตาม โดยเฉพาะผู้ที่แสวงหาที่ลี้ภัย (Asylum Seekers) ตามข้อกำหนดใน อนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย ค.ศ. 1951 (1951 Refugee Convention) และพิธีสาร ค.ศ. 1967 ซึ่งระบุว่าบุคคลที่เข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อขอรับการลี้ภัยจะไม่ถูกลงโทษเพียงเพราะการเข้าเมืองที่ผิดปกติ หากบุคคลนั้นแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่โดยทันทีและมีเหตุผลอันสมควรในการเข้าเมืองดังกล่าว

ผู้แสวงหาที่ลี้ภัยที่ถูกปฏิเสธคำขออาจเผชิญกับอุปสรรคในการส่งกลับ หากประเทศต้นทางปฏิเสธที่จะรับตัวบุคคลนั้นคืน หรือหากมีหลักฐานใหม่ที่ชี้ให้เห็นว่าบุคคลนั้นจะได้รับอันตรายหากถูกส่งกลับ ซึ่งในกรณีนี้อาจนำไปสู่การได้รับใบอนุญาตพำนักชั่วคราวตามหลักการ non-refoulement (การไม่ส่งกลับไปเผชิญอันตราย) ซึ่งเป็นหลักการสำคัญในกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

คำศัพท์และการใช้ภาษา

การเลือกใช้คำเพื่อเรียกผู้ย้ายถิ่นฐานที่ไม่มีเอกสารรับรองมีความแตกต่างกันตามบริบททางกฎหมาย วัฒนธรรม และมุมมองทางการเมือง

การเปลี่ยนแปลงการใช้คำในระดับสากล

ในยุโรป องค์กร Platform for International Cooperation on Undocumented Migrants (PICUM) ได้รณรงค์ให้ใช้คำว่า "ผู้ย้ายถิ่นฐานที่ไม่มีเอกสาร" (Undocumented Migrants) หรือ "ผู้ย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ" (Irregular Migrants) แทนคำว่า "ผู้ย้ายถิ่นฐานที่ผิดกฎหมาย" เพื่อลดการตีตราบุคคลและเน้นย้ำว่าสถานะดังกล่าวเป็นเรื่องของเอกสารทางปกครองมากกว่าอาชญากรรม

มุมมองของสื่อมวลชน

สำนักข่าวระดับโลกหลายแห่ง เช่น Associated Press (AP) และ Press Association (UK) ได้ปรับเปลี่ยนแนวทาง (Style Guide) โดยหลีกเลี่ยงการใช้คำว่า "ผู้ย้ายถิ่นฐานผิดกฎหมาย" (Illegal immigrant) เมื่อกล่าวถึงตัวบุคคล แต่ยังคงใช้คำว่า "การย้ายถิ่นฐานผิดกฎหมาย" (Illegal immigration) เพื่ออธิบายถึง การกระทำ ที่ละเมิดกฎหมาย

  • Undocumented immigrant: คำที่นิยมใช้ในกลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิมนุษยชนและสื่อมวลชนบางกลุ่ม
  • Irregular migrant: คำที่องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) นิยมใช้ ซึ่งครอบคลุมความหมายที่กว้างกว่า รวมถึงการย้ายถิ่นฐานออกนอกประเทศอย่างผิดกฎหมายด้วย
  • Sans-papiers: คำในภาษาฝรั่งเศสที่หมายถึง "ผู้ไม่มีกระดาษ" (ไม่มีเอกสารรับรอง) ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในยุโรป

คำถามที่พบบ่อย

การย้ายถิ่นฐานแบบไม่ถูกต้องตามกฎหมายแตกต่างจากการลี้ภัยอย่างไร?

การย้ายถิ่นฐานแบบไม่ถูกต้องตามกฎหมายมักขับเคลื่อนด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจ ในขณะที่การลี้ภัยเป็นการหนีจากการประหัตประหาร สงคราม หรือความรุนแรง ซึ่งผู้ลี้ภัยจะได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายระหว่างประเทศแม้จะเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต

หลักการ non-refoulement คืออะไร?

คือหลักการทางกฎหมายระหว่างประเทศที่ห้ามรัฐส่งบุคคลกลับไปยังประเทศหรือดินแดนที่บุคคลนั้นมีความเสี่ยงที่จะถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง เช่น การถูกทรมาน หรือการถูกประหารชีวิต

ทำไมสื่อมวลชนบางแห่งจึงไม่ใช้คำว่า 'ผู้ย้ายถิ่นฐานผิดกฎหมาย'?

เพราะคำดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการตีตราบุคคลว่าเป็นอาชญากร สื่อหลายแห่งจึงเปลี่ยนไปใช้คำว่า 'ผู้ย้ายถิ่นฐานที่ไม่มีเอกสาร' (Undocumented immigrant) เพื่ออธิบายสถานะทางเอกสารแทนการระบุตัวตนของบุคคลนั้นว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย