การย้ายถิ่นฐานแบบผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศไทย
สรุปใจความสำคัญ
- ประเทศไทยมีผู้ย้ายถิ่นฐานผิดกฎหมายจำนวนมาก โดยมีการประมาณการในปี 2548 ว่าอาจสูงถึง 5 ล้านคน
- กลุ่มผู้ย้ายถิ่นฐานหลักมาจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงกลุ่มผู้ลี้ภัย เช่น ชาวโรฮิงญา และผู้แปรพักตร์ชาวเกาหลีเหนือ
- พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 เป็นกฎหมายหลักที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการควบคุมตัวผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย
ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของการย้ายถิ่นฐานแบบผิดกฎหมาย โดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากความแตกต่างทางเศรษฐกิจ ความไม่สงบทางการเมือง และความขัดแย้งภายในประเทศต้นทาง
ประชากรและกลุ่มผู้ย้ายถิ่นฐาน
ข้อมูลจากรัฐบาลไทยในปี พ.ศ. 2548 ระบุว่ามีแรงงานต่างด้าวที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายประมาณ 1.8 ล้านคน ในขณะที่มีการประมาณการว่ามีผู้ย้ายถิ่นฐานแบบผิดกฎหมายในประเทศไทยสูงถึง 5 ล้านคน ซึ่งกลุ่มนี้รวมถึงทั้งแรงงานที่ลักลอบเข้ามาทำงานและผู้ลี้ภัย
กลุ่มผู้ย้ายถิ่นฐานผิดกฎหมายประกอบด้วยบุคคลจากหลายสัญชาติ เช่น เมียนมา กัมพูชา ลาว รวมถึงกลุ่มจากประเทศที่ห่างไกลออกไป เช่น บังกลาเทศ เนปาล อินเดีย เวียดนาม ศรีลังกา ปากีสถาน และบางส่วนจากทวีปแอฟริกาและจีน
ชาวตะวันตกที่พำนักผิดกฎหมาย
นอกจากแรงงานจากประเทศกำลังพัฒนาแล้ว ยังพบชาวตะวันตกจำนวนหนึ่งที่พำนักและทำงานในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพสอนภาษาอังกฤษหรือดำเนินธุรกิจออนไลน์ขนาดเล็ก ซึ่งมักใช้วิธีการใช้ วีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa) หรือใช้เอกสารปลอมในการขอวีซ่าประเภทอื่นเพื่อพำนักในระยะยาว
กรณีเฉพาะของกลุ่มผู้ลี้ภัยและผู้หนีภัย
ผู้แปรพักตร์ชาวเกาหลีเหนือ
ในระยะหลัง ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางผ่านสำคัญสำหรับผู้แปรพักตร์ชาวเกาหลีเหนือที่ต้องการเดินทางไปยังเกาหลีใต้ เนื่องจากตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวย อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายของเกาหลีเหนือ การเดินทางออกนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลถือเป็นความผิดร้ายแรง
ชาวโรฮิงญา
ชาวโรฮิงญาซึ่งเป็นมุสลิมจากเมียนมาจำนวนมากได้ลักลอบเข้าสู่ประเทศไทย ทั้งในฐานะผู้ย้ายถิ่นฐานทางเศรษฐกิจและผู้ลี้ภัยจากการถูกกดขี่ ตัวอย่างเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในเดือนมกราคม พ.ศ. 2556 เมื่อเจ้าหน้าที่ไทยบุกเข้าตรวจค้นและควบคุมตัวชาวโรฮิงญาอย่างน้อย 600 คนบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย ซึ่งนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์จากองค์กรสิทธิมนุษยชนสากลเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติและการดูแลผู้ลี้ภัยเหล่านี้
กรอบกฎหมาย พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522
พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ถูกตราขึ้นในช่วงเวลาที่มีผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามและกัมพูชาทะลักเข้าสู่ประเทศไทยจำนวนมาก กฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการควบคุมตัวผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายได้โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน และมีข้อกำหนดให้ชาวต่างชาติที่พำนักในไทยต้องแจ้งที่พักอาศัยต่อรัฐบาลเมื่อมีการย้ายที่อยู่เกิน 24 ชั่วโมง
แม้ว่าในบางช่วงเวลาการบังคับใช้กฎหมายบางมาตราจะลดความเข้มงวดลง แต่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 เป็นต้นมา รัฐบาลไทยได้กลับมาเข้มงวดกับการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองอีกครั้ง ภายใต้แคมเปญการกวาดล้างผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายเพื่อจัดระเบียบสังคม
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ย้ายถิ่นฐานผิดกฎหมายในไทยส่วนใหญ่มาจากประเทศใด?
ส่วนใหญ่มาจากประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะเมียนมา กัมพูชา และลาว รวมถึงมีกลุ่มผู้ลี้ภัยจากเมียนมา เช่น ชาวโรฮิงญา
ชาวตะวันตกสามารถพำนักในไทยผิดกฎหมายได้อย่างไร?
มักใช้การต่ออายุวีซ่าท่องเที่ยว (Visa Run) หรือใช้เอกสารปลอมในการขอวีซ่าเพื่อพำนักระยะยาวโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้อง
พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มีความสำคัญอย่างไร?
เป็นกฎหมายที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการกักตัวผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายและกำหนดระเบียบการแจ้งที่พักอาศัยของชาวต่างชาติ ซึ่งถูกนำกลับมาบังคับใช้อย่างเข้มงวดอีกครั้งในปี 2562
